ข่าว
100 year

พท.รุมถล่ม‘มาร์ค’ แก้เกี้ยว! เว้นวรรคหนีปมโฉ่

ทีมข่าวหน้า 13 พ.ค. 2557 05:05 น.
SHARE

กรณีโดนกลาโหมสั่งถอดยศ รู้ทันบีบชินวัตรเลิกจุ้นการเมือง วุฒิฯลักไก่โหวตชิงดำปธ.9พ.ค.

“เพื่อไทย” ดาหน้าขย่ม “มาร์ค” เว้นวรรค แก้เกี้ยว สับโชว์หล่อกลบปมถูก กห.ถอดยศทหาร ขาดคุณสมบัติลง ส.ส.ตาม ม.102 (6) “วราเทพ” ลั่นรู้ทันไม่เดิน

ตามเกมบีบตระกูลชินฯวางมือ “อภิสิทธิ์” สวน “ยิ่งลักษณ์” ตั้งเงื่อนไขเสียเองยัดเยียดเลือกตั้ง 20 ก.ค. ขู่ไม่รับโมเดลปฏิรูปเสี่ยงรัฐประหาร เปรยแผนผ่าทางตันส่อแท้ง ไม่มีเสียงตอบรับ ปชป.แบไต๋บอยคอตซ้ำ กกต.สะดุดยังไม่เคาะร่าง พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง “สมชัย” อ้างกำลังตรวจถ้อยคำ ชงเข้า ครม.7-8 พ.ค. ก็ยังทัน รัฐบาลเล็งเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษแก้เกมยื้อ ประชุมวิสามัญวุฒิสภานัดแรกคึกคัก กลุ่ม 40 ส.ว. สบช่องดันญัตติเลือกประธาน-รองประธานวุฒิฯ นัด 9 พ.ค.โหวตชิงดำ สายเลือกตั้งล็อบบี้ “จองชัย” ถอนตัว เทคะแนนหนุน “จงรัก” “วิชา” ปรามทนายนายกฯหยุดข่มขู่ ทีมทนาย “ปู” โวย ป.ป.ช.คุกคามคู่ความลุยฟ้อง ม.157

กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศเว้นวรรคทางการเมือง ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง หากทุกฝ่ายตอบรับข้อเสนอหาทางออกให้ประเทศ ที่จะเปิดเผยพิมพ์เขียวในวันที่ 3 พ.ค. ขณะที่พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตเป็นเกมการเมืองหวังกดดันให้คนตระกูลชินวัตรต้องวางมือทางการเมืองด้วยและแก้เกี้ยวกรณีนายอภิสิทธิ์มีปัญหาคุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส.

พท.แฉ “อภิสิทธิ์” วางมือแก้เกี้ยว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 พ.ค.ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมแถลงเปิดเผยร่างพิมพ์เขียวปฏิรูปการเมืองในวันที่ 3 พ.ค.และประกาศจะเว้นวรรคทางการเมืองหากทุกฝ่ายเห็นด้วยกับข้อเสนอว่า ถือเป็นการสร้างเงื่อนไขต่อรอง นายอภิสิทธิ์กำลังสร้างภาพให้ดูดี น่าแปลกใจว่าที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ไม่เคยสนใจจะร่วมหาทางออก รัฐบาลเคยตั้งสมัชชาปฏิรูปและเชิญชวนนายอภิสิทธิ์เข้าร่วมแต่ก็ปฏิเสธ เมื่อรัฐบาลยุบสภาฯ นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ก็บอยคอตการเลือกตั้งและยังไปเคลื่อนไหวกับ กปปส. เมื่อรัฐบาลและ กกต.หารือและกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ นายอภิสิทธิ์กลับมาพูดเข้าข้างตัวเองด้วยการสร้างเงื่อนไขที่จะเว้นวรรคทางการเมืองอีก ถือเป็นการทำบาปกับประเทศแล้วยังมาพูดให้ตัวเองดูดี ได้ทราบข้อมูลมาจากพรรคประชาธิปัตย์และขอฟ้องประชาชนว่าการประกาศเว้นวรรคทางการเมืองครั้งนี้ เป็นเพราะนายอภิสิทธิ์ถูกกระทรวงกลาโหมปลดออกจากราชการ ทำให้ขาดคุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 (6) ถือเป็นลักษณะต้องห้าม ขณะที่ศาลปกครองยังไม่สั่งเพิกถอนคำสั่งปลดออก เท่ากับว่าคำสั่งยังมีผล เหตุนี้ทำให้นายอภิสิทธิ์ประกาศเว้นวรรคทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้

ปูดแกนนำ ปชป.จ้องโละ หน.พรรค

“นายอภิสิทธิ์เอาเรื่องการปฏิรูปมาเป็นข้ออ้างเว้นวรรคทางการเมือง เพราะไม่มั่นใจคุณสมบัติของตัวเอง พรรคเพื่อไทยเคยร้องกับศาลรัฐธรรมนูญกรณีดังกล่าวแต่ยุบสภาฯเสียก่อน หากนายอภิสิทธิ์ลงสมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะยื่นร้องอีก เลยชิงประกาศเว้นวรรคแล้วมาสร้างภาพว่าต้องการหาทางออกให้บ้านเมือง ทราบว่าแกนนำพรรคประชาธิปัตย์พยายามเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ข้ออ้างเรื่องเว้นวรรคทางการเมืองถือเป็นเรื่องลวงโลก โกหกทั้งเพ ไม่รู้ว่าเป็นฮีโร่หรือฮีลวงกันแน่ ขอเสนอให้นายอภิสิทธิ์ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไปเลย อย่าเห็นประเทศเป็นสนามเด็กเล่น อย่ามาสร้างภาพให้ประชาชนสับสน แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ควรทบทวนบทบาท เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค อย่าผูกติดกับนายอภิสิทธิ์” นายพร้อมพงศ์กล่าว

เหน็บอาจได้วางมือตลอดชีพ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนายอภิสิทธิ์จะเว้นวรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องแปลก อาจจะได้เว้นวรรคตลอดชีพจากคำสั่งของกระทรวงกลาโหมที่ 1163/2555 ลงวันที่ 8 พ.ย.55 ให้ปลดออกจากราชการ กรณีใช้เอกสารอันเป็นเท็จสมัครเข้ารับราชการทหาร ทำให้ขาดคุณสมบัติลงสมัคร ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 (6) ที่ห้ามบุคคลที่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ชัดเจนว่านายอภิสิทธิ์จะไม่มีสิทธิลงสมัคร ส.ส.ไปตลอดชีวิต นายอภิสิทธิ์อย่ามั่ว เบี่ยงประเด็นไปว่าพร้อมจะเว้นวรรค เพราะคำสั่งนี้ค้ำคอนายอภิสิทธิ์อยู่ หากเทียบกับคดีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กรณีศาลอุทธรณ์ภาค 8 เคยพิพากษาเพิกถอนสิทธินายสุริญญา ยืนนาน สมาชิก อบจ.สุราษฎร์ธานี
ในคดีทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่นและให้จัดเลือกตั้งใหม่ มีนายสุเทพและพวกร่วมแจกผ้าขนหนูมีโลโก้พรรคประชาธิปัตย์ และในวันที่ 22 มี.ค.56 อัยการเกาะสมุยสั่งฟ้องนายสุเทพและพวกในคดีทุจริตการเลือกตั้งดังกล่าว หากศาลตัดสินว่านายสุเทพผิดจริง นายสุเทพก็แค่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี แต่กรณีนายอภิสิทธิ์จะไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.ตลอดชีวิต

โวยใหญ่โตจากไหนถึงมาข่มขู่

นายนพดล ปัทมะ กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตามที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ถ้าทุกฝ่ายไม่รับข้อเสนอของคุณอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์อาจไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งนั้น สะท้อนวิธีคิดว่า 1.ทุกคนต้องทำตามพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าไม่ทำตาม ประชาธิปัตย์จะไม่ร่วมมือ 2.ความเห็นของประชาธิปัตย์คือความถูกต้อง ความเห็นของคนอื่นใช้ไม่ได้ต้อยต่ำกว่า 3.บ้านเมืองจะสงบก็ต่อเมื่อคนทำตามกฎกติกาที่พรรคประชาธิปัตย์กำหนดขึ้น ทั้งนี้ฟังคำขู่นี้แล้วรู้สึกเวทนาว่าประชาธิปัตย์ใหญ่มาจากไหนถึงมาข่มขู่ประชาชน ถ้าพรรคนี้วิเศษทำไมถึงแพ้เลือกตั้งทุกครั้งในรอบ 20 ปี เพราะแนวคิดไม่เห็นหัวประชาชน

“เหลิม” ยึดระบบไม่แยแสลีลา “มาร์ค”

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจะเว้นวรรคไม่ลงเลือกตั้ง หากทุกฝ่ายยอมรับข้อเสนอทางออกของประเทศว่า กกต.หรือผู้เกี่ยวข้องคิดไปในแนวทางเดียวกัน อย่าไปมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ดีเด่น ดังกว่าพรรคอื่น นายอภิสิทธิ์ จะวางมือหรือไม่ถือเป็นสิทธิ แต่ลึกๆ เสียดาย ถ้ายังอยู่ในสภาฯก็มีสีสัน อย่างไรก็ตาม ตนไม่หวังอะไร ไม่เคยใส่ใจกับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ ยึดกฎเกณฑ์กติกาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ได้มองการเมืองที่ตัวบุคคล มองที่ระบบให้ประชาชนตัดสิน และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่จำเป็นต้องเอาแบบนายอภิสิทธิ์ คนละเรื่อง พรรคประชาธิปัตย์มีปัญหาเพราะวันนี้พกปืนพกมีดเข้าหากัน ไม่ทราบพรรคประชาธิปัตย์กำลังเล่นเกมอะไร แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องลง ถ้าไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยจะเสียความนิยม เหนื่อยแน่ ทำไปทำมาเดี๋ยวนายเนวิน ชิดชอบ ได้เป็นนายกฯ เห็นจ้องๆอยู่

“ปึ้ง” เย้ยปัญหาเยอะเลยล้างมือ

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) ให้สัมภาษณ์ว่า คนทั่วไปจะเข้าใจว่าท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เป็นการเสียสละ แต่ที่จริงมีปัญหาส่วนตัวหลายประการ คือคุณสมบัติการสมัคร ส.ส.มีปัญหาแน่นอน เนื่องจากถูกร้องเรียนกรณีถูกปลดจากการเป็นทหาร และปัญหาการต่อสู้คดีสลายการชุมนุมปี 2553 แต่เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะลงเลือกตั้ง ถ้าหนีเป็นครั้งที่สาม สังคมจะรับไม่ได้ การที่นายอภิสิทธิ์จะไม่ลงเลือกตั้ง ไม่ใช่ว่านายกฯต้องประกาศตาม

รบ.รู้แกวไม่เดินตามเกมกดดัน

ด้านนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความจริงใจ ประกาศเว้นวรรคทางการเมืองไม่ลงเลือกตั้ง จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์บอยคอตไม่ลงเลือกตั้งอีกครั้งว่า ไม่แน่ใจความหมายของนายอภิสิทธิ์จะเกี่ยวข้องกับผลการเลือกตั้งหรือไม่ แต่ถ้ามองแล้วการเว้นวรรคทางการเมือง ไม่ลงเลือกตั้งเป็นความเห็นส่วนตัว เป็นสิทธิของนายอภิสิทธิ์ตัดสินใจ พรรคประชาธิปัตย์คงไม่ยึดติดบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากนายอภิสิทธิ์ไม่ลง ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ลง ใครจะทำอะไรก็ตามต้องยึดหลักการ รัฐบาลจะไม่เดินตามเกม ถ้าไม่อยากเห็นอำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย นอกรัฐธรรมนูญควรเดินตามรัฐธรรมนูญ

ดักคอห้ามตั้งแง่บีบ “ชินวัตร”

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช.กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์จะเว้นวรรคทางการเมืองฟังดูแล้วตลก แค่พูดทำให้ตัวเองหล่อดูดี เพราะนายอภิสิทธิ์ยังขาดคุณสมบัติลงสมัคร ส.ส.ตั้งแต่กระทรวงกลาโหมให้ออกจากราชการถือว่าสิทธิ์ขาดแล้ว ตราบใดที่ศาลปกครองยังไม่มีคำสั่งอะไรออกมาตามที่นายอภิสิทธิ์ไปร้องถือว่าคุณสมบัติไม่ครบ

นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.กล่าวว่า ขอตั้งข้อ สังเกตนายอภิสิทธิ์ไม่ลงเลือกตั้ง เพราะกลัวมีปัญหากระทรวงกลาโหมถอดยศ พร้อมเรียกคืนเงินเดือน อาจส่งผลต่อคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส.ส่วนกระแสข่าวที่หวังให้ตระกูลชินวัตรไม่ลงเลือกตั้งด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์ไม่มีสิทธิมาต่อรองว่าจะให้คนในตระกูลชินวัตรลงเลือกตั้งหรือไม่ เป็นสิทธิของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิของประชาชนจะเลือกหรือไม่เลือก เท่าที่ฟังเสียง ส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรคยังอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 แม้เจอวิกฤติการเมืองยังไม่ถอดใจ เหมาะสมเป็นผู้นำในช่วงนี้

“มาร์ค” โอ่โชว์สปิริตเว้นวรรค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนล ถึงการประกาศไม่รับตำแหน่งใดๆ หากทุกฝ่ายยอมรับข้อเสนอแนวทางออกประเทศว่า ตนหวังให้ทุกคนสบายใจ และเมื่อประกาศให้ชัดเจนเป็นรูปธรรมว่าสิ่งที่ทำ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประโยชน์ส่วนตัวรวมทั้งจะแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ประชาชนสงสัยว่านักการเมืองจะสละสิ่งที่ยึดติดอยู่ได้หรือไม่ ยืนยันว่าปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ประเทศชาติและประชาชน และอยากพิสูจน์ให้เห็นว่านักการเมืองที่มีมาตรฐานทำสิ่งเหล่านี้ได้ หวังว่าจะมีนักการเมืองที่ไม่ยึดติดกับอำนาจ จะทำสิ่งแบบนี้ให้ประชาชนหันกลับมาไว้ใจนักการเมืองจะช่วยให้ฝ่ายต่างๆ ฉุกคิดมากขึ้นในการเดินหน้าตามแนวทางออกประเทศไทย ที่จะประกาศวันที่ 3 พ.ค. ส่วนรัฐบาลจะรับข้อเสนอหรือไม่ก็เป็นสิทธิ หากรับรัฐบาลก็สบาย เพราะตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวด้วย อย่างไรก็ตาม มีความเป็นได้ที่ข้อเสนอจะไม่สำเร็จ ไม่ได้รับการตอบรับ แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปจะเป็นอ้างอิงหรืออาจนำไปต่อยอดกับสถานการณ์ที่เคลื่อนไปอีก

สวน “ปู” ต่างหากตั้งเงื่อนไขรีบ ลต.

เมื่อถามว่า ขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดกรอบเวลาวันเลือกตั้งแล้ว นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า พระราชกฤษฎีกา คงมีผลบังคับใช้กลางเดือน และเมื่อวันที่ 1 พ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนอย่าตั้งเงื่อนไข การแสดงท่าทีตนไม่ใช่เงื่อนไข ถ้าข้อเสนอได้รับตอบรับจะหลบออกจากการเมือง แม้จะรู้ว่ายากแต่ช่วยประชาชนคิดและหาคำตอบให้สังคมที่ติดหล่มปัญหาบ้านเมือง และความเสี่ยงต่อความรุนแรง ต่อการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์ ถ้ายังเดินหน้าต่อจะมีความสูญเสีย มีปฏิวัติรัฐประหาร ข้อเสนอทั้งหมดเพื่อป้องกัน 3 อย่างคือ 1.การสูญเสียชีวิตของประชาชนเพิ่มเติม 2.การสูญเสียประชาธิปไตย และ 3.การทำให้สถาบันซึ่งพึงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ถูกดึงลงมาสู่ความขัดแย้ง การที่นายกฯบอกว่าต้องเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค.ต่างหากเรียกว่าเงื่อนไข และการที่ กกต.เสนอเงื่อนไข 5 ข้อจัดเลือกตั้ง เช่น ให้จัดการเลือกตั้งได้เรียบร้อย ก็ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม ศิลปินบางคนยังไปทำงานบางพื้นที่ไม่ได้ จึงยังไม่เห็นความรูปธรรมการเลือกตั้งที่สุจริต เรียบร้อย การแสดงออกเสรี ขอให้นายกฯ ทบทวนด้วย ไม่ใช่ใครเสนออะไรหมายความว่ากำหนดเงื่อนไข ขณะนี้ตัวพิสูจน์คือรัฐบาลจะยัดเยียดเงื่อนไขให้สังคมโดยไม่สนใจทางออก แต่ต้องไปเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค.” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ปัดส่ง “ชวน” ลงบัญชีรายชื่อเบอร์ 1

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอให้ประชาชนจับตาท่าทีฝ่ายต่าง ๆ ตอบรับหรือไม่ตอบรับข้อเสนอทางออกประเทศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะท่าทีรัฐบาล ถ้าปฏิเสธ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯต้องตอบคำถามสังคมให้ชัดเจนเรื่องการเสียสละประโยชน์ส่วนตน การเสียสละครั้งนี้จะวัดใจใครเป็นนักการเมืองหรือเป็นนักเลือกตั้ง และแม้นายอภิสิทธิ์จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่เป็นผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรค แต่ยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ และยังไม่ได้คิดว่าจะส่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ลงสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 แทนหรือไม่

ข้อเสนอแท้ง ปชป.บอยคอตซ้ำ

เมื่อถามว่า ถ้าทุกฝ่ายไม่ยอมรับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์จะลงรับสมัครเลือกตั้ง 20 ก.ค.หรือไม่ นายชวนนท์กล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นทุกอย่างจะกลับไปที่เดิม เราไม่มีอะไรต้องเดินต่อ เพราะความขัดแย้งยังมีอยู่ จะเกิดความไม่เรียบร้อย การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นอาจนำไปสู่การเลือกตั้งเลือด พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่ออะไร ทางที่ดีต้องถามพรรคเพื่อไทยก่อนว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะมีจิตสำนึกเรื่องนี้หรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์เว้นวรรคไม่ลงเลือกตั้งอีกครั้ง จะทำให้สมาชิกพรรคย้ายออกจนพรรคเล็กลงหรือไม่ นายชวนนท์กล่าวว่า พรรคไม่สนใจและมั่นใจว่าสมาชิกพรรคเป็นนักการเมืองไม่ใช่นักเลือกตั้ง

อัด พท.ดิสเครดิตโกหกไร้สาระ

นายชวนนท์กล่าวว่า ในวันที่ 3 พ.ค. เวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์จะแถลงข่าวคำตอบประเทศไทย ที่โรงแรมสุโกศล ถ.ศรีอยุธยา โดยจะเปิดให้ผู้สังเกตการณ์ลงทะเบียนเวลา 09.00 น. ส่วนการที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ระบุว่านายอภิสิทธิ์จะไม่ลงสมัคร ส.ส. เพราะมีปัญหาคุณสมบัติเป็น ส.ส.จากการเกณฑ์ทหารและคดีสลายการชุมนุมปี 2553 นั้นเป็นการโกหกไร้สาระลดความน่าเชื่อถือนายอภิสิทธิ์ เรื่องเกณฑ์ทหารของนายอภิสิทธิ์จนถึงปัจจุบัน ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัย เพราะมีการยุบสภา จึงยกคำร้อง ส่วนคดีสลายการชุมนุมนายสุรพงษ์คงพูดเอามัน ขาดความรับผิดชอบ เพราะอยู่ระหว่างการไต่สวนพยาน จะเกี่ยวข้องสถานภาพนายอภิสิทธิ์ได้อย่างไร

รบ.ตั้งทีมพิเศษรับมือเลือกตั้งป่วน

วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ว่า รัฐบาลต้องจัดการเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค.ตามที่ กกต.เสนอ โดยจะตั้งทีม พิเศษขึ้นมาดูแลรักษาความเรียบร้อยในพื้นที่ที่มีปัญหา และพื้นที่ภาคใต้ที่ไม่สงบเรียบร้อย เป็นไปได้ว่าจะให้ดำเนินการในหน่วยทหาร ถ้า ผบ.เหล่าทัพ สนับสนุนการเลือกตั้งจะเสร็จได้ด้วยดี เพราะ กปปส.เกรงใจทหาร หลังประกาศวันเลือกตั้งเรียบร้อยจะออกเดินสายสร้างความเชื่อมั่นแก่ต่างชาติ โดยในวันที่ 11 พ.ค.นายกฯ จะเดินทางไปร่วมประชุมอาเซียน ซัมมิต ที่ประเทศเมียนมาร์แน่นอน เพื่อชี้แจงว่าประเทศไทยยังอยู่ในระบอบประชาธิปไตย

เล็งถก ครม.นัดพิเศษแก้เกมยื้อ

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายก– รัฐมนตรีและ รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงการออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปว่า เท่าที่คุยกับ กกต. ยืนยันว่าจะร่าง พ.ร.ฎ.ให้เสร็จช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ค.เพื่อให้ทันการประชุม ครม.ในวันเดียวกัน ให้ทันมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ค แต่หากมาไม่ทัน ต้องคุยกันว่าจะเรียกประชุมครม.นัดพิเศษได้อีกในวันใด เชื่อว่ากกต.ไม่น่าจะมีปัญหา แต่หากล่าช้าออกไปก็เชื่อว่าไม่นาน ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร หากวันที่ 6 พ.ค.ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม พ้นสภาพการเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากนายกฯต้องเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เวลานี้เป็นเพียงการดำเนินการตามขั้นตอนเร่งรัดให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็ว

จี้ กกต.ทำงานให้ไวอย่าเพิ่มเงื่อนไข

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ออกมาเปิดเผยว่า กกต.จะเสนอพ.ร.ฎ.การเลือกตั้งแก้ไขเพิ่มเติมอย่างช้าภายในวันที่ 8 พ.ค.ว่า ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยเห็นว่าการเสนอในวันที่ 8 พ.ค.ช้าเกินไปอาจเกิดปัญหาได้ ขอเรียกร้องให้ กกต.เร่งออก พ.ร.ฎ.เป็นวันที่ 6 พ.ค. ถ้า กกต.เสนอ พ.ร.ฎ.เร็วขึ้นย่อมจะเป็นประโยชน์ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนด้วย ส่วนที่นายสมชัยยื่นข้อเสนอ 5 ข้อให้รัฐบาล ซึ่งระบุว่าถ้าแก้ไขแล้วจะทำให้การเลือกตั้งเกิดความเรียบร้อย ข้อเสนอดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ กกต.ทั้งสิ้น อย่ามาสร้างเงื่อนไขและอย่าผลักภาระให้กับรัฐบาล

ปธ.กกต.เผยร่าง พ.ร.ฎ.เสร็จแล้ว

ที่โรงแรมโนโวเทล อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการร่าง พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไปว่า เข้าใจว่าการร่าง พ.ร.ฎ. เสร็จแล้ว เมื่อถามว่าหากระหว่างนำร่าง พ.ร.ฎ.ขึ้นทูลเกล้าฯแล้วนายกรัฐมนตรีเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองจะดำเนินการอย่างไร นายศุภชัยกล่าวว่าถ้า พ.ร.ฎ.ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ลงมาก็ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรต่อไปได้ หากเป็นเช่นนั้นต้องแก้ไขกันไป เรื่องดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ประธาน กกต.ผู้ที่จะรับสนองต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

คาดส่ง ครม.6 พ.ค.ตามที่รับปาก

ต่อมาเวลา 10.30 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งกล่าวว่า ที่ประชุม กกต.วันที่ 2 พ.ค.ได้นำร่าง พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. เข้าพิจารณาเพื่อตรวจสอบเนื้อหาถ้อยคำเหมาะสมแล้วหรือไม่ หากไม่มีปัญหาต้องแก้ไขคาดว่าในวันที่ 6 พ.ค.จะส่ง พ.ร.ฎ.ให้ ครม.พิจารณาได้ตามที่รับปากไว้ ทั้งนี้หาก พ.ร.ฎ.มีผลบังคับใช้ วันที่ 22 พ.ค.จะทำให้จัดการเลือกตั้งเป็นไปตามกรอบ 60 วัน ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยสถานภาพความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม กรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการจัดเลือกตั้ง เพราะไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯหรือรัฐบาลรักษาการ ก็มีหน้าที่ทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการได้

ร่าง พ.ร.ฎ.สะดุด กกต.ยังไม่เคาะ

ช่วงเย็น นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาร่าง พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป แต่ยังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบถ้อยคำ และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.อีกครั้งในวันที่ 6 พ.ค. หากที่ประชุม กกต.เห็นชอบจะส่งให้ ครม.เพื่อให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยทันที แต่ถ้ายังไม่สามารถส่ง พ.ร.ฎ.ให้ทัน ครม.วันที่ 6 พ.ค.คงไม่กระทบกับปฏิทินกำหนดการเลือกตั้ง เพราะนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ก็ได้ระบุเองว่า กกต.ส่งร่างฯ ได้ในวันที่ 7-8 พ.ค.ก็ยังทัน

ป.ป.ช.ขันนอตยุทธการปราบโกง

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเดอะรอยัลริเวอร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดสัมมนาคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 2 (2557-2560) มีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.เป็นประธานเปิดงาน โดยนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวบรรยายเรื่องบทบาทการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่สัมฤทธิผลตามเป้าหมายว่า หากมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ป.ป.ช.จะรีบเสนอเรื่องการบรรจุยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ ที่ผ่านมาประเทศไทยได้คะแนนความโปร่งใสตามดัชนีซีพีไอ ตกมาอยู่ลำดับที่ 102 จากเดิมอยู่ที่ 80 กว่า การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระยะที่ 2 จะเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อทำให้ค่าซีพีไอของประเทศไทยเพิ่มขึ้น

ชี้ทั่วโลกจับตาคดีจำนำข้าว

นายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.ถูกข่มขู่ คุกคามในการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวว่า ขณะนี้องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (ทีไอ) ออกแถลงการณ์ประณามและเรียกร้องให้กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลและแนวร่วมหยุดคุกคามการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ถือเป็นครั้งแรกที่ทีไอเรียกร้องเช่นนี้ เป็นผลมาจากการที่ ป.ป.ช.ทำงานประสานกับ ป.ป.ช.ทั่วโลกในการตรวจสอบการทุจริต จะปิดหูปิดตากันไม่ได้ เพราะต่างประเทศเขารู้ และช่วยประโคมข่าวให้ แต่พฤติกรรมที่ ป.ป.ช.ถูกคุกคามถือว่าไม่เหมาะสม ไม่เป็นที่ยอมรับของสากล ทั่วโลกกำลังจับตาการไต่สวนคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงทีไอจะไม่แถลงการณ์ออกมาทั่วโลกก็จับตาอยู่แล้ว คดีนี้เป็นที่รู้กันทั่วไป ใครๆก็จับตาเพราะรัฐบาลก็ดัง

“วิชา” ยันสำนวนข้าวไร้ปมการเมือง

ขณะที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ กรณีละเลยให้มีการทุจริตและความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่า คณะทำงานกำลังสรุปสำนวนไต่สวนอยู่ ถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องทำให้รอบคอบสมบูรณ์แบบ ทำแบบขอไปทีไม่ได้ ต้องยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก เมื่อคณะทำงานจัดทำข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว จะนำเสนอต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ต่อไป คณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องรอให้คณะทำงานสรุปภาพรวมมาให้ชัดเจนก่อน จึงไม่สามารถกำหนดวันลงมติชี้มูลความผิดล่วงหน้าได้ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดถี่ถ้วน หลักฐานใดไม่เรียบร้อยต้องทำให้ชัดเจนก่อน ไม่ให้ฝืนธรรมชาติ และถูกวิจารณ์ว่าเร่งรัดคดี ยืนยันว่าการทำงานของ ป.ป.ช.ไม่ได้ทำเพื่อตัดสินทางการเมือง ไม่มีความรู้สึกว่าต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย

ปรามทีมทนายหยุดข่มขู่ ป.ป.ช.

นายวิชายังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติส่งหนังสือถึงสภาทนายความดำเนินคดีมารยาทกับทีมทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ข่มขู่การทำงานของ ป.ป.ช.ว่า เป็นการปรามไว้ก่อน เพราะการทำหน้าที่ทนายความมีจริยธรรมวิชาชีพอยู่ เรื่องเกียรติศักดิ์ ศีลธรรมจรรยาของทุกวิชาชีพต้องระมัดระวัง

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การที่ทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีที่ ป.ป.ช.ตัดพยานคดีจำนำข้าว ในที่ประชุมป.ป.ช.ได้หารือถึงเรื่องนี้ และมีมติว่าการไต่สวนของ ป.ป.ช.เป็นเรื่องระหว่างคณะกรรมการ ป.ป.ช.กับผู้ถูกกล่าวหา บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ตัวความไม่สามารถเข้าร่วมกระบวนการไต่สวนได้ การออกมาระบุเช่นนั้นถือว่าผิดมารยาททนายความ เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ทนายความ จึงให้สำนักงาน ป.ป.ช.ทำหนังสือถึงสภาทนายความ เพื่อดำเนินคดีมารยาทกับทนายความ

ร้องสภาทนายฟันคดีมารยาท

ที่สภาทนายความ นายชูเทพ ทวีโชติธนากุล เจ้าพนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจากนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสภาทนายความ เพื่อให้สอบสวนนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ โดยร้องว่าคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติให้ดำเนินการทางกฎหมายกับนายบัญชา และคณะทนายความ ในคดีไต่สวนทุจริตจำนำข้าว โดยนายบัญชาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ป.ป.ช.ละเลยต่อการรับฟังพยานหลักฐานของฝ่ายนายกฯ ทั้งนี้อุปนายกสภาทนายความตั้งคณะทำงานตรวจสอบว่ามีมูลความผิดตาม พ.ร.บ.ทนายความจริงหรือไม่ ถ้าผิดต้องลงโทษถึงขั้นพักใบอนุญาต แต่ถ้าไม่ผิดทางป.ป.ช.สามารถอุทธรณ์ หรือฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป

“ทนายปู” โต้เดินหน้าเอาผิด ม.157

ด้านนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทีมทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยื่นเรื่องต่อสภาทนายความให้เอาผิดทางมารยาทกับทีมทนายความนายกฯที่ข่มขู่การทำงาน ป.ป.ช.ว่า ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขู่การทำงานของ ป.ป.ช.ตามที่กล่าวหา ตนถือเป็นตัวความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1 (11) ที่ระบุว่าคู่ความให้รวมถึงผู้มีสิทธิกระทำการแทน ซึ่งกรณีนี้ตนอยู่ในฐานะผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายกฯ จึงมีอำนาจปกป้องผลประโยชน์ทางคดีให้นายกฯ ทนายความต้องทุ่มเทให้ลูกความได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้ทำเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์วิชาชีพ ที่ผ่านมา ป.ป.ช.พูดเรื่องข้าวหาย 2 ล้านตัน และตัดพยานทิ้ง จึงต้องโต้แย้งคัดค้านว่าใช้ดุลพินิจไม่ถูกต้อง ยืนยันว่าจะรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดกรรมการ ป.ป.ช.ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อไป ถ้า ป.ป.ช.ทำถูกต้องไม่ต้องหวั่นไหวอะไร

โวยแหลก ป.ป.ช.คุกคามคู่ความ

นายบัญชากล่าวว่า การยื่นเอาผิด ป.ป.ช.ไม่ใช่ การข่มขู่ แต่เป็นการใช้สิทธิโดยชอบ เพราะ ป.ป.ช.ใช้ดุลพินิจไม่ถูกต้อง แต่การที่ ป.ป.ช.มาห้ามไม่ให้ตนมาเกี่ยวข้องในคดีถือว่า ป.ป.ช.คุกคามคู่ความหรือไม่ หาก ป.ป.ช.ยื่นเรื่องให้สภาทนายความเอาผิดมารยาทตนก็จะขอให้สภาทนายความเบิกตัวนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. และนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ให้มาเบิกความต่อหน้าคณะกรรมการมารยาท สภาทนายความ ตนจะซักนายปานเทพและนายวิชาต่อหน้าคณะกรรมการมารยาท เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้ทำตัวเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์วิชาชีพ แต่ ป.ป.ช.เป็นฝ่ายที่ทำผิดกฎหมายเอง

“ปู” ส่งคำชี้แจงเพิ่มศาล รธน.

อีกเรื่องหนึ่ง วันเดียวกัน นายพิชิต ชื่นบาน ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม มอบหมายให้นายวัฒนา เตียงกูล ผู้รับมอบอำนาจไปยื่นคำชี้แจงเพิ่มเติมต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีรับวินิจฉัยสถานะนายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.โดยมิชอบ พร้อมทั้งยื่นคำคัดค้านบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะผู้ร้อง ส่วนวันที่ 6 พ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางมาให้ถ้อยคำที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือของฝ่ายกฎหมาย

ลุ้น 7-9 พ.ค.ชี้ขาดสถานะนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ส่งหนังสือแจ้งสื่อมวลชนเลื่อนโครงการสัมมนาสื่อมวลชนประจำปี 2557 ออกไปไม่มีกำหนด โดยไม่ระบุเหตุผล จากเดิมจะจัดในวันที่ 7-9 พ.ค. ที่ จ.กระบี่ โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าร่วมงานด้วย จึงมีการคาดว่า ช่วงเวลาดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยชี้ขาดสถานภาพนายกฯหลังจากไต่สวนพยาน 4 ปากแล้วเสร็จในวันที่ 6 พ.ค. อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในคดีสำคัญๆเช่น คดียุบ 3 พรรคการเมืองเมื่อ วันที่ 2 ธ.ค.2551 ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยานในช่วงเช้าและมีคำวินิจฉัยในบ่ายวันเดียวกัน ขณะที่บางคดีหลังไต่สวนพยานแล้วจะนัดฟังคำวินิจฉัยไม่เกิน 2 วัน เช่น คดีเลือกตั้ง 2 ก.พ.ขัดรัฐธรรมนูญ หรือคดีเลื่อนวันเลือกตั้งได้ ดังนั้น เป็นไปได้ที่คดีสถานภาพของนายกฯอาจมีความชัดเจนได้เร็ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอาจเห็นว่าไม่ควรทิ้งช่วงเวลานานเกินไปเพราะอาจถูกสังคมกดดัน และมีการชุมนุมเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดความเสียหายได้

ส.ว.คึกคักเปิดวิสามัญนัดแรก

ที่รัฐสภา มีการเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญเป็นนัดแรก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มี ส.ว. ทั้ง ส.ว.สรรหา และ ส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่ทั้ง 77 คน เดินทางมาที่รัฐสภาอย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้นเวลา 09.00 น.นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา นำ ส.ว.สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 องค์พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนปฏิบัติหน้าที่ พร้อมถ่ายภาพหมู่ก่อนเข้าประชุม

ตั้ง 24 กมธ.คุ้ยประวัติ “สุภา”

ต่อมาเวลา 10.00 น. มีการเปิดการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พร้อมอ่านพระบรม– ราชโองการเรียกประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ จากนั้น ส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่ทั้ง 77 คน กล่าวคำปฏิญาณแสดงตน แล้วจึงเข้าสู่วาระการประชุมเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ 1.การตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน ก่อนให้วุฒิสภาคัดเลือกเหลือ 2 คน 2.การตั้งคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช. โดยนายสุรชัยเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ 24 คน แบ่งเป็น ส.ว.เลือกตั้ง 12 คน และ ส.ว.สรรหา 12 คน ซึ่งที่ประชุมเปิดโอกาสให้ ส.ว.เลือกตั้งและสรรหาแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางร่วม 2 ชม. จึงสั่งพักการประชุม เมื่อกลับมาประชุมต่อช่วงบ่าย ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่นายสุรชัยเสนอ โดยกำหนดเวลาให้กรรมาธิการพิจารณาตรวจสอบประวัติ น.ส.สุภาให้เสร็จภายใน 7 วัน หรือภายในวันที่ 8 พ.ค. เพื่อส่งให้ที่ประชุมพิจารณาได้ทันในวันที่ 9 พ.ค.

สบช่องดันญัตติตั้ง ปธ.วุฒิฯ

กระทั่งเวลา 13.45 น. นายประสงค์ นุรักษ์ ส.ว.สรรหา ได้สอบถามนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานที่ประชุมว่า นอกจากการพิจารณาดำเนินการสองเรื่องเร่งด่วนแล้ว ที่ประชุมจะพิจารณาการถอดถอนบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดได้หรือไม่ ซึ่งนายสุรชัยชี้แจงว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องรอการหารือเรื่องข้อกฎหมายให้ตรงกันก่อน ขณะที่นายตรี ด่านไพบูลย์ ส.ว.ลำพูน ขอหารือว่า ที่ประชุมจะสามารถพิจารณาเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากเนื้อหาใน พ.ร.ฎ.เปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญได้หรือไม่ โดย ส.ว.สรรหาส่วนใหญ่อาทิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายมณเฑียร บุญตัน นายคำนูณ สิทธิสมาน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา ต่างแสดงความเห็นว่าสามารถพิจารณาเรื่องอื่นๆ เช่น การเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา การตั้งคณะกรรมาธิการสามัญคณะต่างๆได้ เนื่องจากเป็นเรื่องภายในวุฒิสภา ไม่ทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหาย

ลงมติ 9 พ.ค.โหวตชิงดำ

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า สิ่งที่กำหนดใน พ.ร.ฎ.เป็นเพียงการกำหนดกรอบภารกิจเท่านั้น แต่การเลือกตั้งประธานและรองประธานวุฒิสภาเป็นกิจการภายในของวุฒิสภา หาก ส.ว.ไม่สามารถพิจารณาเรื่องการเลือกประธานและรอง ประธานได้ เท่ากับ ส.ว.ไม่มีอิสระในการทำงาน ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ระบุว่า เนื้อหาที่ระบุไว้ใน พ.ร.ฎ.ทำให้ ส.ว.ไม่สามารถทำอะไรได้เลย การตีความกฎหมายควรตีความให้เกิดประโยชน์ และทำงานได้ ดังนั้นต้องมีการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภาทำงานได้ หลังจากที่ประชุม ส.ว.เปิดโอกาสให้สมาชิกหารืออย่างกว้าง– ขวางนานร่วม 3 ชม.นายตรี ด่านไพบูลย์ ส.ว.ลำพูน ได้เสนอญัตติต่อที่ประชุมให้มีการเลือกตั้งประธาน รองประธานวุฒิสภา และญัตติการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา 22 คณะ แต่มี ส.ว.บางส่วนทักท้วงว่า ให้เสนอรวมเป็นญัตติเดียวกัน ในที่สุดนายสุรชัยขอให้ที่ประชุมลงมติ ปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบให้พิจารณารวมเป็นญัตติเดียวกัน ด้วยคะแนน 65 ต่อ 23 งดออกเสียง 27 โดยจะนำญัตติดังกล่าวไปบรรจุเป็นวาระการประชุม ส.ว.ในครั้งต่อไป วันที่ 9 พ.ค. เวลา 13.00 น. ก่อนสั่งปิดประชุมในเวลา 17.30 น.

สายเลือกตั้งล็อบบี้ “จองชัย” ถอนตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากวุฒิสภาว่า ขณะนี้การล็อบบี้ชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภาในส่วนของกลุ่มผู้สนับสนุนนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย มีความนิ่งแล้ว โดย ส.ว.สรรหา ราว 60-65 คน เทเสียงสนับสนุนนายสุรชัย ขณะเดียวกันยังได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.สายพรรคประชาธิปัตย์และฝั่งตรงข้ามรัฐบาล มาเติมอีกส่วนหนึ่งทำให้มีเสียงสนับสนุนนายสุรชัยอยู่ที่ 70-80 เสียง ขณะที่ฝ่าย ส.ว.เลือกตั้ง ซึ่งใกล้ชิดฝ่ายรัฐบาล พยายามล็อบบี้นายจองชัย เที่ยงธรรม ส.ว.สุพรรณบุรี ให้ยอมถอยจากการชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา เพื่อผลักดันให้ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ส.ว.สรรหา มาชิงตำแหน่งแทน จะได้รับเสียงการสนับสนุนจาก ส.ว.สรรหา ส่วนหนึ่ง ราว 5-10 คน แต่นายจองชัยยังมีท่าทีแข็งขืนอยู่ เสนอข้อต่อรองว่าหากไม่สามารถลงชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภาได้ ก็ขอเป็นรองประธานวุฒิสภาแทน ทำให้ยังมีการต่อรองกันอย่างหนัก ด้านกลุ่ม 40 ส.ว.ได้ตกลงภายในกลุ่มว่าหากนายสุรชัย เลี้ยง–บุญเลิศชัย จะลงชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ต้องประกาศลาออกจากรองประธาน ส.ว.ก่อน เพื่อให้กลุ่มจัดสรรโควตารองประธานวุฒิสภาเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน

“ปู” หารือผู้บริหารตามงานศึกษา

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมติดตามแผนงานการบริหารกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และติดตามการแก้ไขปัญหาการเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หลังจากนายกฯแสดงความเป็นห่วงระหว่างการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย. โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และผู้บริหารด้านการศึกษา เข้าร่วมประชุม โดยนายกฯ กล่าวเปิดการประชุมว่า การประชุมวันนี้จะเน้นการพูดคุยเพื่อติดตามงานในการปฏิบัติจัดสรรบุคลากร รวมถึงเนื้อหาการศึกษาที่จะรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน และแนวทางติดตามการส่งเสริมการศึกษาสายอาชีวะ ที่อุตสาหกรรมต้องการเป็นอย่างมาก เพื่อส่งเสริมให้บัณฑิตที่จบมามีงานทำ

นำ ครม.ร่วมรดน้ำศพ “พีรพันธุ์”

ต่อมาเวลา 16.55 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม และคณะรัฐมนตรี เดินทางไปยังศาลาทักษิณาประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร บางเขน เพื่อเป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพนายพีรพันธุ์ พาลุสุข อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ถึงอสัญกรรมด้วยอาการเลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยนางดารณี พาลุสุข ภริยาและครอบครัวให้การต้อนรับ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมโกศไม้ 12 และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 7 คืน ในพระบรมราชานุเคราะห์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคเพื่อไทยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะประชาธิปัตย์เว้นวรรคทางการเมืองทางออกประเทศพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์เรืองไกร ลีกิจวัฒนะเฉลิม อยู่บำรุงศุภชัย สมเจริญกกต.สมชัย ศรีสุทธิยากรกำหนดวันเลือกตั้ง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้