ข่าว
100 year

แพทย์ไทยเจ๋ง...“ฝังแร่” รักษา...มะเร็งต่อมลูกหมาก

3 พ.ค. 2557 05:00 น.
SHARE

ในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี สถิติการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากก็ไต่ระดับจากอันดับที่ 9 เป็นอันดับที่ 4 ของมะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชายไทยเรียกว่า ติดอันดับท็อปไฟว์ ในระยะเวลาไม่นาน...

นพ.วิรุณ โทณะวณิก แพทย์อาวุโสด้านการฝังแร่เพื่อรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก ประจำศูนย์รักษามะเร็งด้วยรังสีของคริสติน่าแคร์ รัฐเดลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเดินทางมาทำการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการฝังแร่ที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 เทพารักษ์ ปีละ 2-3 ครั้ง บอกว่า ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากส่วนใหญ่มาพบแพทย์เมื่ออาการของโรคลุกลามไปมากแล้ว เพราะส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่าตนเองเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก เนื่องจากในระยะแรกผู้ป่วยอาจไม่รู้สึกว่ามีอาการ เนื่องจากอาการส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกับอาการต่อมลูกหมากโต คือ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือรู้สึกเจ็บขณะปัสสาวะ ซึ่งเป็นอาการทั่วไปของคนสูงอายุ

“มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ชายทั่วไป เพราะโอกาสของการเกิดโรคมีสูงมากถึงประมาณ 1 ใน 6 ของผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาสถิติการป่วยด้วยโรคนี้เพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 2 แซงหน้ามะเร็งปอด เช่นเดียวกับในประเทศไทยที่พบมากเป็นอันดับ 4” คุณหมอวิรุณบอก

สำหรับสาเหตุของการเกิดโรค คุณหมอวิรุณ บอกว่า สาเหตุที่ชัดเจนจริงๆนั้น ยังไม่สามารถอธิบายได้ แต่จากสถิติการเก็บข้อมูลจากคนไข้ มีความเป็นไปได้ว่าโรคนี้อาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลักๆ 3 ปัจจัย คือ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม, การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารเนื้อแดง น้ำหนักเกิน ไม่ออกกำลังกาย มีความเครียด และการสูบบุหรี่ ซึ่งผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะต้องได้รับการวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งนี้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป หรือคนทั่วไปที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรเจาะเลือดหาค่า PSA ทุกปี

สำหรับ PSA ย่อมาจาก prostate specific antigen เป็นสารจำพวกโปรตีนชนิดหนึ่งที่ถูกสร้างโดยต่อมลูกหมาก มีหน้าที่ป้องกันการจับเป็นก้อนของน้ำอสุจิ โดยทั่วไปในคนปกติจะตรวจพบในกระแสเลือดได้ในปริมาณน้อยๆ แต่จะค่อยๆสูงขึ้นช้าๆตามอายุที่เพิ่มขึ้น

“ปัจจุบัน PSA เป็นค่าที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก พูดง่ายๆก็คือนำมาใช้เพื่อตรวจหาว่ามีมะเร็งต่อมลูกหมากที่ยังไม่แสดงอาการซ่อนอยู่ในผู้ป่วยรายนั้นหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีการรั่วของสาร PSA ออกมาในกระแสเลือดมากกว่าปกติ ทำให้ตรวจพบค่า PSA สูง นำไปสู่การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้นได้มากขึ้น” แพทย์อาวุโสด้านการฝังแร่เพื่อรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก บอก

คุณหมอวิรุณ ยังบอกอีกว่า สำหรับการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากในปัจจุบันมีหลายวิธี เช่น การผ่าตัดหรือการฉายรังสี ซึ่งการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวอาจจะมีผลข้างเคียงตามมา คุณภาพชีวิตหลังการรักษาอาจไม่ดีเท่าที่ควร เช่น กรณีการฉายรังสี หรือการผ่าตัด อาจมีผลทำลายสมรรถภาพทางเพศให้ลดลงไปได้มากกว่า 50% หรืออาจจะเกือบทั้งหมด และยังก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และยังต้องใช้เวลาพักฟื้นอยู่หลายอาทิตย์


“การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแนวใหม่ ที่มีการทำกันในต่างประเทศมานานกว่า 17 ปี แล้ว ก็คือ การฝังแร่กัมมันตภาพรังสีเข้าไปในต่อมลูกหมาก เพื่อให้รังสีจากแร่เข้าไปรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก วิธีนี้สามารถให้ผลการรักษาได้เท่าเทียมกับการผ่าตัด แต่ผู้ป่วยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉายแสง ไม่มีแผล ไม่เจ็บตัวมาก ที่สำคัญคือมีผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศน้อยกว่าการผ่าตัดและฉายแสง และไม่มีผลต่อการกลั้นขับถ่ายปัสสาวะ” คุณหมอวิรุณอธิบาย พร้อมกับให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

วิธีนี้เป็นที่นิยมมากในสหรัฐอเมริกา การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยวิธีการนี้ เป็นการฝังเม็ดแร่ เพื่อเป็นต้นกำเนิดของรังสี คล้ายกับการเอกซเรย์เพื่อให้รังสีที่แผ่ออกมาทำลายเซลล์มะเร็งในต่อมลูกหมาก โดยไม่กระทบกระเทือนอวัยวะใกล้เคียงอื่นๆ โอกาสแทรกซ้อนที่รังสีจะไปทำลายอวัยวะปกติรอบๆต่อมลูกหมากจึงไม่มี สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะโรคหัวใจ หรือความดันผิดปกติ ไม่มีความเสี่ยงมาก ต่างจากวิธีการรักษาด้วยการฉายแสง หรือการผ่าตัด ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดมาก

“ในการฝังแร่นั้นเม็ดแร่รังสีทั้งหมดจะนำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา จึงต้องใช้เวลาชีวิตของแร่รังสีที่มีชีวิตยาว เพื่อให้อยู่ได้นาน ในไทยเราส่วนใหญ่แล้วจะใช้เม็ดแร่รังสีไอโอดายน์ในการฝังเพื่อรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก เพราะมีอายุยาวถึง 60 วัน”

สำหรับขั้นตอนการรักษา คุณหมอวิรุณ อธิบายว่า ในขั้นแรกจะเริ่มจากการวัดขนาดและหาตำแหน่งของต่อมลูกหมากก่อน โดยการอัลตราซาวนด์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ จากนั้น จึงใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อกำหนดตำแหน่งของเม็ดแร่รังสีและตำแหน่งเข็ม เพื่อให้ต่อมลูกหมากได้รับปริมาณรังสีเท่าที่แพทย์ต้องการ โดยการใช้เครื่องมือยิงแร่ หรือ ปืนมิก เข้าไปที่ตำแหน่งตามโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่กำหนดไว้ ทำให้มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด

“หลังจากฝังแร่ไปแล้ว มะเร็งจะตายภายในระยะเวลาหลัง 3-6 เดือน จากนั้นจึงติดตามด้วยการเจาะเลือดหาค่า PSA ซึ่งค่าจะต้องต่ำลงไปเรื่อยๆหลังได้รับการฝังแร่ เพราะมะเร็งเริ่มตาย และสุดท้ายค่า PSA จะ ลงเหลือประมาณ 0.2 หรือ 0.1 เทียบกับคนปกติจะมีค่าไม่เกิน 4 ng/mL และส่วนใหญ่เมื่อผ่านไป 3 ปี จะหายขาด”

สุดท้าย ผู้เชี่ยวชาญการฝังแร่รักษามะเร็งต่อมลูกหมากที่ฝังแร่ในคนไข้มาแล้วมากกว่า 2,200 ราย บอกว่า ผู้ชายที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ควรเจาะเลือดหาค่า PSA ตั้งแต่อายุ 40 ปี ทุกๆปี หากพบว่ามีค่าสูงขึ้นถึง 2.5 ng/mL ควรได้รับการตรวจถี่ขึ้นเป็นปีละ 2 ครั้ง และในผู้ชายทั่วไปที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เมื่อไปตรวจสุขภาพประจำปีควรตรวจหาค่า PSA ด้วย เพราะเป็นโรคเฉพาะที่เกิดกับเพศชาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แพทย์ไทยเจ๋งฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมากสมาร์ทไลฟ์วิรุณ โทณะวณิก

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้