ข่าว
100 year

ปลูกการศึกษาเด็ก เติบโตแบบไม้อ่อน

3 พ.ค. 2557 05:00 น.
SHARE

“การศึกษาไทย”...เหตุไฉนไม่ก้าวไกล ราวกับว่าระบบไม่ได้พัฒนาหล่อหลอมเด็กไทยไปสู่ดวงดาวตามที่วาดหวังกันไว้

คำว่า “การศึกษา” ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 หมายความว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผู้ที่มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งในการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทย สะท้อนว่า การศึกษาต้องให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ผู้เรียนเต็มตามศักยภาพ ปัญหาอยู่ที่การเดินหน้าปฏิบัติตาม...การบังคับใช้กฎหมายไม่เกิด การศึกษาไทยถึงถอยหลังไปเรื่อยๆ

“โลกเปลี่ยนไปเยอะ แต่เราพัฒนาไม่ได้ เพราะติดกับ...ติดกฎระเบียบที่เราตั้งเอาไว้ ในเมื่อกฎหมายเขียนเปิดช่องเอาไว้แล้วให้ทำให้ดี ทำไมไม่ทำกัน...วันนี้เด็กไทยจะสู้เด็กเขมร เด็กเวียดนามไม่ได้แล้วนะ”

ทางออกของการปฏิรูปการศึกษาไทย พารณ บอกว่า ต้องกระตุกต่อมความรับผิดชอบให้สำนึก การบังคับใช้กฎหมายที่ย่อหย่อนมาก ตั้งแต่ปี 2542 จนถึงวันนี้ยังไม่ทำ หากจะปฏิรูปประเทศ บอกว่าจะปฏิรูปการเมือง ถ้าไม่ปฏิรูปคนไม่มีทางเลย


พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ด้วยวัย 87 ปี ผ่านประสบการณ์มากมาย ในฐานะซีอีโอหัวหน้าทีมผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ เชื่อว่าพนักงานเป็นสมบัติอันมีค่าขององค์กร องค์กรขับเคลื่อนด้วยคน ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตึกสวย คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ หรือโรงงานทันสมัยที่สุด

“คน...ถ้าไม่เอาไหน ขี้เกียจ หลับกะก็เสียหาย ก็เลยมุ่งพัฒนาคนมาโดยตลอด ถ้าพนักงานดีและเก่ง องค์กรก็จะมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง...ถ้าไปซื้อรถโรลส์-รอยซ์ เบนซ์ บีเอ็ม เลกซัส จ้างคนขี้เมามาขับเดี๋ยวก็มีอุบัติเหตุ ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยคนทั้งนั้น ไม่ว่าเศรษฐกิจ การเมือง”

หลังจากเกษียณอายุแล้ว ก็มีความเชื่อว่า “เด็กไทย”...คนไทยเป็นสมบัติอันมีค่าที่สุดของประเทศไทย คิดยาวไกลอีกว่า ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก ก็เลยพุ่งเป้าไปที่เด็กก่อน...พัฒนาเด็กไทย

“โครงการแรกที่เริ่มทำ การสอนหนังสือทางไกลผ่านดาวเทียม มูลนิธิไทยคม ทำอยู่ 4 ปีก็ให้คณะคณาจารย์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ทำวิจัย ปรากฏว่าการสอนหนังสือทางไกลผ่านดาวเทียมในประเทศไทยนั้น สิ่งที่ยากคือ...เราหาครูที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯสอนวิชาที่กระทรวงศึกษาธิการต้องการไปต่างจังหวัด เด็กต่างจังหวัดยังมีมาตรฐานต่ำรับไม่ค่อย ได้แล้วก็เป็นปัญหา...”

คราวนี้ก็หันมาจับเรื่องใหม่ ศิษย์เก่า MIT มารวมหัวกัน ได้ความว่า พวกเราได้ความรู้มาเยอะแล้วก็ทำงานอยู่ในหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน จึงรวมกันตั้งมูลนิธิขึ้นมา ชื่อว่า “มูลนิธิศึกษาพัฒน์”


พารณรับหน้าที่ดูแลโครงการการศึกษา เล่าให้ฟังว่า เนื่องจากเป็นศิษย์เก่า MIT ก็เอาเทคโนโลยีที่เรียกว่าการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญามาใช้ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาองค์กรให้กลายเป็นองค์กรการเรียนรู้

แนวคิดนี้ถูกนำไปปรับใช้กับโรงเรียนรัฐหลายแห่งก็ได้ผลดีขึ้น เด็กสนุกที่ได้เรียนรู้ ผลการสอบดีขึ้น เด็กฉลาดขึ้น แต่ปัญหามีว่าทุกครั้งที่เปลี่ยนอาจารย์ใหญ่ก็จะมีผลกระทบ ถ้าไม่เอาด้วยก็เหมือนต้องพับโครงการกลับมานับหนึ่งใหม่ ถ้าเป็นแบบนี้ก็เสียเวลาเปล่า เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ต้องเริ่มกันใหม่อยู่เรื่อยๆ...

จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง โรงเรียนดรุณสิกขาลัย...โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อเป็นโรงเรียนที่นำเอาแนวความคิดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ตามทฤษฎี Constructionism ของศาสตราจารย์ Seymour Papert จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตต์ (MIT) สหรัฐอเมริกามาใช้

โรงเรียนดรุณสิกขาลัย มีรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่าง...เปลี่ยนโฉมรูปแบบการศึกษาไทย ครูจะเรียนรู้ไปกับเด็ก ผู้ปกครองหลายคนอาจจะขัดใจ คิดว่ายังไงครูต้องเก่งกว่าเด็ก ครูยืนสอนเด็ก ครูต้องเก่งกว่า...เด็กจะเรียนรู้มากกว่าครูไม่ได้ ไม่มีทาง

อดีตสู่ปัจจุบัน ระบบการเรียนการสอนโรงเรียนดรุณสิกขาลัย พิสูจน์แล้วว่าเป็นโรงเรียนที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง...เป็นอนาคตของการศึกษาไทย “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งว่า คิดแมคโครให้ทำไมโคร ผมทำไมโคร...ทำเล็กๆก่อนแล้วขยายผลไปเรื่อย ตอนนี้ขยายไปหลายโรงเรียนแล้ว 40-50 โรงแล้ว”


การเรียนรู้สร้างสรรค์ด้วยปัญญาเป็นระบบการศึกษาทางเลือก ย้อนอดีตวันวาน แน่นอนว่ายังไม่มีใครรู้เรื่องการศึกษาทางเลือกสักเท่าไหร่ การศึกษาของประเทศไทยตามพระราชบัญญัติการศึกษา มีอยู่ 3 ระบบ แค่นั้นคือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัย

พารณ ย้ำว่า ในระบบก็คือคนส่วนใหญ่เรียนตามปกติ การเรียนแบบยืนสอนหน้ากระดานดำให้จำไป ครูก็ง่ายเปิดตำราเก่าขึ้นมาสอน คราวนี้โลกยุคใหม่ไม่ใช่แล้ว ความเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว รุนแรงและกว้างขวางมาก เทคโนโลยีใหม่ๆ วิชาการใหม่ๆเกิดขึ้นตลอด วิชาการเก่าๆก็ล้าสมัยไป

“การเรียนการสอนในระบบสอนไป 10 เรื่องให้จำไปอาจจะมี 5 เรื่องที่สูญไป...แล้วก็เสียเวลาเปล่า ทีนี้การสอนให้จำไปก็เสมือนเป็นการตามก้นตลอด...ประเทศไทยก็ตามก้นคนอื่นเขาตลอด เพราะเราสอนให้เด็กตามก้นครู ยืนอยู่หลังครูตลอด ขณะที่ครูสอนหน้ากระดานดำก็หันหลังให้เด็ก”

พารณเปรียบเทียบอีกว่า กีฬาไทยก็เหมือนกัน ถ้าเล่นเดี่ยว โอกาสไปโอลิมปิก อาเซียนได้ง่าย แต่ถ้าเล่นเป็นทีมประสบความสำเร็จยากมาก เพราะเราไม่เคยทำงานเป็นทีม

ตัวช่วยสำคัญรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 49 วรรค 3 เกี่ยวกับการจัดการศึกษาอบรมขององค์กรวิชาชีพหรือเอกชน การศึกษาทางเลือกของประชาชน การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ย่อมได้รับความคุ้มครองและส่งเสริมที่เหมาะสมจากรัฐ


และมาตรา 303 (2) ระบุว่า ในวาระเริ่มแรก ให้คณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการแผ่นดินภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้...ดำเนินการจัดทำหรือปรับปรุงกฎหมายเพื่อการพัฒนาการศึกษาของชาติ ตามมาตรา 80 โดยส่งเสริมการศึกษาในระบบ การศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัย การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ตลอดชีวิต วิทยาลัยชุมชน หรือรูปแบบอื่นๆ

รวมทั้งปรับปรุงกฎหมาย เพื่อกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับระบบการศึกษาทุกระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐานภายใน 1 ปี นับแต่วันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ผ่านมาถึงวันนี้...7 ปีแล้วยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาทางเลือกของประชาชนออกมาเลย

ขณะที่ปัจจุบันทุกคน ทุกฝ่าย ดูเหมือนจะตื่นตัวเรื่องการศึกษา มีการเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี “การศึกษาทางเลือก” เป็นนโยบายมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ สภาพัฒน์ไปดำเนินการ ปัญหาวันนี้รัฐบาลอยู่ในสถานะเป็ดง่อย ทำอะไรไม่ได้ กฎหมายลูกการศึกษาทางเลือกก็ไม่คลอด การศึกษาไทยก็ยังคงต้องวังเวงกันต่อไป

“เด็ก”...เป็นสมบัติอันมีค่าของประเทศ ต้องผ่านการเจียระไนที่ดี...“การศึกษาทางเลือก” จะเป็นการศึกษาหลักในอนาคตที่สามารถนำไปปรับใช้พัฒนาตัวเองเพื่อการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปลูกการศึกษาเด็กเติบโตแบบไม้อ่อนพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยาสกู๊ปหน้า 1

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้