ข่าว
100 year

สามัคคีธรรม สามกษัตริย์

กิเลน ประลองเชิง3 พ.ค. 2557 05:00 น.
SHARE

เรื่องหนึ่ง ในหนังสือ ประวัติศาสตร์เบ็ดเตล็ด (สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2549) ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร เขียนเรื่อง สามัคคีธรรม สามกษัตริย์

พุทธศตวรรษที่ 18 ไทยหลายเผ่าขยายดินแดน อาณาจักรไทยอาหมรุ่งเรืองอยู่ในแคว้นอัสสัมของอินเดีย ตั้งแต่ พ.ศ.1771-2372 ต้นตระกูลกษัตริย์ล้านนาไทย เริ่มแต่ ลาวจก หรือลาวจังกราช กษัตริย์แห่งหิรัญนคร หรือเมืองเงินยางเชียงแสน เมื่อจุลศักราช 1 หรือ พ.ศ.1182

จนถึงกษัตริย์องค์ที่ 19 คือขุนเจื๋องมหาราช อาณาเขตดินแดนแผ่ขยาย ไปถึงส่วนหนึ่งของเวียดนาม ลาว สิบสองปันนา และน่าน ไปถึงไทใหญ่ พงศาวดารแสนหวี เขียนว่า ขุนเจื๋องกษัตริย์องค์แรก สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ.1723

กษัตริย์แสนหวีองค์ที่ 4 มีธิดาชื่อนางคำกราย ได้อภิเษกสมรสกับลาวเมง พระชนกของพระเจ้ามังรายมหาราช ซึ่งต่อมาเป็นกษัตริย์องค์ที่ 25 แห่งหิรัญนคร พระเจ้ามังราย รวบรวมเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียง ตีหริภุญชัยหรือลำพูนได้

จากนั้นก็สร้างเมืองใหม่ขึ้นสามแห่ง ที่ลัดชะแว ที่เวียงกุมกาม และเชียงใหม่

ขณะรุกรานขยายดินแดน อีกด้านพระยามังราย ก็มีไมตรีกับพระยางำเมือง (พะเยา) พระยาร่วง (สุโขทัย) ผนึกสามเจ้าไทยไว้ด้วยกันมั่นคง พ.ศ.1842 พระยามังราย ไปตีเมืองหงสาวดี ได้นางปายโค (พะโค) มาเป็นราชเทวี

ถึงตอนนี้ ท่านอาจารย์ประเสริฐ ก็ได้โอกาสชำระตำนานเรื่อง พระยาร่วง เป็นชู้กับนางอั้วเชียงแสน

บัดนี้สหายทั้งสองเป็นความกับกัน หากูไปพิจารณาความแห่งเขาทั้งสองฉันนี้ เมื่อกูบ่ไป เขาทั้งสอง ก็จักเป็นเวรแก่กันมากนักชะแล กูจักหื้อเอาพระยาร่วงผู้มีโทษมาแต่งสินไหมแก่มัน

มันก็เป็นพระยาอนุภาพมากนัก มันจักมีความละอายชะแล

อันหนึ่งพระยาศรีธรรมราชนครหลวง กับพระยาศรีอยุทธิยา อันเป็นญาติพระยาร่วง ก็จักเป็นเวรแก่สหายกู เจ้าพระยางาม (งำ) เมืองชะแล

ตำนานฉบับนี้ เขียนว่า พระยามังราย ทำตัวเป็นตุลาการ ตัดสินให้ “จึงปรับไหมพระร่วงเก้าแสนเก้าหมื่นเบี้ย แล้วกระทำพิธีสาบานเป็นพระสหายกันที่แม่น้ำอิงทั้งสามพระองค์”

อาจารย์ประเสริฐ สันนิษฐาน...เหตุการณ์นี้เข้าใจว่า เขียนขึ้นเพื่อเสริมบารมีพระยามังราย ถือว่าการเป็นชู้เป็นโลกวิสัย แต่ความจริงพระร่วง อาจมิได้ทรงกระทำผิดดังกล่าวเลย

เพราะถ้าอ่านเรื่องเดียวกัน จากพงศาวดารน่าน จะได้ความว่าพระยางำเมือง ทรงหยอก นางอั้วสิมว่า แกงใส่น้ำมามากเกินไป นางอั้วสิมก็โกรธ

ตำนานเชียงใหม่ เขียนว่า นางอั้วสิมไปได้เสียกับเจ้าเมืองปราด โอรสกษัตริย์น่าน ต่อมาได้ครองเมืองน่าน ชื่อพระยาผานอง

เรื่องพระยาร่วงเป็นชู้กับนางเทวีของพระยางำเมือง อาจารย์ประเสริฐท่านว่า มีความสมเหตุสมผล น้อยเกินไป

มิตรภาพสามกษัตริย์ ทำให้ไทยขยายดินแดนกว้างขวางออกไป ไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง

ครั้นมาถึงสมัยอยุธยารุกรานฝ่ายเหนือ พระยาผากอง (หลานพระยาผานอง) เมืองน่าน ยกทัพมาช่วยพระมหาธรรมราชาที่สองแห่งสุโขทัย รบกับอยุธยา และเชียงใหม่ก็ส่งทัพเชียงตุงมาช่วยสุโขทัย ไทยเหนือไทยใต้แตกกันชัดเจน

อีกไม่นานพระเจ้าติโลกราชแห่งล้านนา ก็ทำสงครามกับ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แห่งอยุธยา ตั้งแต่ พ.ศ.1994 ถึง พ.ศ.2017 ไทยรบกับไทย เป็นสาเหตุให้คนไทยอ่อนกำลัง

อีกไม่ถึงร้อยปีต่อมาทั้งไทยเชียงใหม่ ไทยอยุธยา ก็ถูกพม่าตีแตกทั้งคู่

ต่อมา พม่าก็เสียเมืองให้ฝรั่ง ส่วนไทยนั้น รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระปรีชาเฉียบแหลม...ยอมเสียเมืองประเทศราช เอามหานครใหญ่ รอดปากเหยี่ยวปากกาฝรั่ง

หากไทยรบกับไทย ไม่ยอมเลิกรา ไปเรื่อยๆ ยุคสมัยใหม่ ไทยคงไม่เสียดินแดนให้ใครอีก

หลังสงคราม สิ่งที่สูญเสีย ก็คือบ้านเมือง ที่มีเค้าจะรุ่งเรืองเฟื่องฟู กลับเป็นบ้านเมืองที่อับเฉาโรยรา ไพร่ฟ้าข้าไท...ไม่ว่าสีใดฝ่ายไหน จะเปลี่ยวเปล่าเหงาเศร้าด้วยกันไปทุกคน.

 

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สามัคคีธรรมสามกษัตริย์ชักธงรบกิเลน ประลองเชิง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้