ข่าว
100 year

ผู้อยู่เบื้องหลังความมั่งคั่ง “วอร์เรน บัฟเฟต”

มิสแซฟไฟร์3 พ.ค. 2557 05:00 น.
SHARE

พูดถึง “วอร์เรน บัฟเฟต” รู้จักกันดีทั่วโลกว่า เขาคือนักลงทุนชั้นเซียน ที่หยิบจับหุ้นตัวไหนก็มีแต่พุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง สร้างกำไรให้บริษัทเบิร์กเชียร์เฮธาเวย์มหาศาล จนได้รับฉายา “เทพพยากรณ์แห่งเมืองโอมาฮา” โดยผู้อยู่เบื้องหลังการลงทุนที่แตกฉานอ่านขาดทุกเกมของ “วอร์เรน บัฟเฟต” ก็มิใช่ใครอื่น เพราะเขาคือบิดาแท้ๆ “โฮเวิร์ด บัฟเฟต”

“คุณป๋าวอร์เรน” ยอมรับว่า คงจะมั่งคั่งเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกไม่ได้ ถ้าขาดการชี้แนะจากบิดา ทั้งนี้ “โฮเวิร์ด บัฟเฟต” เป็นนายหน้าขายหุ้นอยู่ที่เมืองโอมาฮา รัฐเนบราสกา โดย “วอร์เรน” เกิดในปี 1930 ซึ่งเป็นช่วงที่มีวิกฤติเศรษฐกิจใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งเหวลงทั้งตลาด พ่อของเขาต้องตกงานและไปเปิดบริษัทโบรกเกอร์ขายหุ้นเล็กๆ เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ช่วง 6 ปีแรก ธุรกิจยังลุ่มๆ ดอนๆและเต็มไปด้วยหนี้สิน แต่เมื่อ “วอร์เรน” อายุได้ 10 ขวบ ฐานะของครอบครัวก็เริ่มมั่นคงขึ้น

ด้วยความที่พ่อเป็นนายหน้าขายหุ้น ทำให้ “วอร์เรน” มีโอกาสเข้าไปวิ่งเล่นอยู่ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นความประทับใจที่ใฝ่ฝันอยากค้าขายหุ้นเหมือนพ่อ โดยเขาแอบอ่านตำราซื้อขายหุ้นของพ่อตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ขณะที่เด็กวัยเดียวกันยังวิ่งเล่นซุกซนอยู่ในสนามเด็กเล่น “วอร์เรน” กลับสนุกสนานกับการอ่านบทวิเคราะห์หุ้นในหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล เมื่ออายุ 11 ขวบ ก็เริ่มลงทุนซื้อหุ้นด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก หุ้นตัวแรกที่เขาซื้อคือหุ้นบุริมสิทธิของซิตี้ส์เซอร์วิส 3 หุ้น ในราคาหุ้นละ 38 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรากฏว่าราคาหุ้นขึ้นไปถึง 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เขาได้กำไรจากการลงทุนครั้งแรกในชีวิต 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากเขาขายหุ้นไปได้ไม่นาน ราคาหุ้นทะยานสูงขึ้นเป็น 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ เขาหยิกตัวเองแรงๆ เพื่อให้จำว่า คราวหลังต้องรู้จักอดทนรวยให้เป็น!!

นอกจากพ่อแท้ๆ แล้ว อีกหนึ่งกุนซือผู้ชักนำ “วอร์เรน” เข้าสู่วงการต้องยกให้ เจ้าทฤษฎีการลงทุนแบบเน้นคุณค่า “เบนจามิน เกรแฮม” อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย โดยปรัชญาการลงทุนสำคัญของอาจารย์ ที่ “วอร์เรน” นำมาใช้ลงทุนจนถึงทุกวันนี้ และแพร่หลายในหมู่นักลงทุนแนว VI คือ จงเน้นการลงทุนในกิจการที่ผู้ลงทุนเชื่อว่าราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานของหุ้น ซึ่งวิเคราะห์ได้จากหลายปัจจัย เช่น มูลค่าหุ้นตามบัญชี, สัดส่วนราคาหุ้นต่อกำไร, สัดส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าตามบัญชี และสัดส่วนเงินปันผล ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ

ย้อนกลับไปวัยเด็กของเถ้าแก่น้อย ตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยกเดียว อายุแค่ 5 ขวบ “วอร์เรน” ก็ฝันแล้วว่าอยากเป็นมหาเศรษฐี และบ้าเก็บเงินเก็บทอง เขาหาเงินทุกทางตั้งแต่เดินเคาะประตูบ้านขายหมากฝรั่ง, ขายน้ำอัดลมโคคา-โคล่า หรือแม้แต่แมกกาซีนรายสัปดาห์ พอว่างจากเรียนหนังสือยังไปทำงานที่ร้านขายของชำของปู่ พอเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายก็ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากการรับจ้างส่งหนังสือพิมพ์, ขายลูกกอล์ฟมือสอง และแสตมป์ รวมถึงการซื้อรถเก่ามาปล่อยเช่า

ด้วยความที่สมองดีพลิกแพลงเก่ง ทำให้เขาสามารถทำสถิติการส่งหนังสือพิมพ์ได้ถึงวันละ 5 รอบ รวมเป็นจำนวน 500 ฉบับ ภายในเวลาเพียงชั่วโมงเศษ รายได้มากมายจากการส่งหนังสือพิมพ์จุดประกายให้เด็กวัย 13 ปี ปิ๊งไอเดียลุกขึ้นกรอกแบบฟอร์มขอภาษีคืนครั้งแรก โดยเอาจักรยานกับนาฬิกา ซึ่งเป็นเครื่องมือหากินส่งหนังสือพิมพ์ ไปกรอกเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อขอลดหย่อนภาษี ได้เงินคืนกลับมา 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ และเมื่อจบชั้นมัธยมปลาย เขาก็ลงขันกับเพื่อนซี้ซื้อเครื่องพินบอลมือสองในราคา 25 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาติดตั้งในร้านตัดผม ภายในเวลาไม่กี่เดือนเถ้าแก่น้อยก็ขยายกิจการมีเครื่องพินบอลหยอดเหรียญกระจายทั่วเมือง

อยากรวยแบบ “วอร์เรน บัฟเฟต” ขยันอย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้จักใช้เงิน ทำงานให้ถูกที่ถูกทางด้วย เพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่ง.

 

มิสแซฟไฟร์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้อยู่เบื้องหลังความมั่งคั่งวอร์เรน บัฟเฟตคนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์มิสแซฟไฟร์

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้