ข่าว
100 year

สกัดหนี้เน่าสินเชื่อบุคคล กรุงศรีคุมเข้มสั่งเช็กเครดิตบูโรถี่ยิบ

ทีมข่าวเศรษฐกิจ2 พ.ค. 2557 07:15 น.
SHARE

บิ๊กกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดอกรับหนี้สินเชื่อบุคคลน่าห่วง กลุ่มรายได้ต่อเดือน 1.5 หมื่นบาท เริ่มอ่วม หากสถานการณ์ยืดเยื้อสิ้นปีกลุ่มรายได้ 3 หมื่นบาทตามมาแน่ ลั่นคุมเข้มเพิ่มความถี่ในการตรวจเช็กเครดิตบูโร พบรายใดหนี้ท่วมไม่มีเงินชำระหนี้เรียกมาปรับโครงสร้างหนี้ทันที ส่วนยอดรูดปื๊ด มี.ค. เริ่มดีขึ้น

นายฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด หรือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตกรุงศรีเซ็นทรัลเครดิตคาร์ด บัตรเครดิตเทสโก้ วีซ่า บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บัตรเครดิตเอไอเอวีซ่า ซิมเพิลวีซ่าคาร์ด และบัตรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ทำให้สินเชื่อบุคคลน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท เริ่มได้รับผลกระทบไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ และหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นปีกลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท จะได้รับผลกระทบตามมาแน่นอน

ทั้งนี้เพื่อรองรับปัญหาลูกค้าสินเชื่อบุคคลไม่สามารถชำระหนี้ได้ บริษัทได้เพิ่มความถี่การเข้าไปตรวจสอบเครดิตบูโรของลูกค้าสินเชื่อบุคคล หากพบว่าลูกค้ารายใดมีภาระหนี้เพิ่มขึ้นมาก และมีแนวโน้มไม่สามารถชำระหนี้ได้ ก็จะติดต่อลูกค้า ให้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการยืดระยะเวลาการชำระหนี้ เพื่อลดภาระการผ่อนชำระค่างวดลง

“ต้องยอมว่าในปัจจุบันยอดการปรับโครงสร้างหนี้สินเชื่อบุคคลของบริษัทเพิ่มขึ้น ซึ่งจากเดิมลูกค้าเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้เดือนละ 10 ราย ได้เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 20-30 ราย ขณะนี้ยอดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จาก 2.1% ของสินเชื่อรวม เพียงแค่ 3 ไตรมาส เอ็นพีแอลเพิ่มเป็น 2.7-2.8%”

สำหรับการบริหารสินเชื่อบุคคลในปัจจุบันมีความเข้มงวดมากขึ้น แบ่งลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มต้นน้ำ หรือกลุ่มลูกค้ารายใหม่ มีการกลั่นกรองลูกค้าเป็นพิเศษ ด้วยการตรวจสอบเครดิตบูโรเกี่ยวกับภาระหนี้ กลุ่มลูกค้ากลางน้ำ หรือกลุ่มที่เป็นลูกค้าของบริษัทที่มีวงเงินกู้อยู่แล้ว ได้เข้าไปเช็กเครดิตบูโร เพื่อตรวจสอบภาระหนี้ และเห็นว่ามีภาระหนี้เริ่มตึงตัวก็จะไม่อนุมัติวงเงินสินเชื่อเพิ่ม และกลุ่มปลายน้ำ ซึ่งลูกค้าในกลุ่มนี้ เมื่อตรวจสอบเครดิตบูโรแล้วเห็นว่ามีแนวโน้มไม่สามารถชำระหนี้ได้ ก็จะเรียกลูกค้ามาปรับโครงสร้างหนี้ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดสินเชื่อบุคคลเติบโตไว้เพียง 10% จากยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 65,000 ล้านบาท

นายฐากรกล่าวอีกว่า ในส่วนของธุรกิจบัตรเครดิต ในไตรมาสแรกปีนี้ ยอดบัตรเครดิตใหม่ได้เติบโตต่ำกว่าเป้าหมายไป 15% ซึ่งมีสาเหตุเกิดจากบริษัทได้ปรับเงื่อนไขการอนุมัติบัตรเครดิตเข้มงวดมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 56 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มยอดบัตรเครดิต 400,000 บัตร จากปัจจุบันมีฐานบัตรเครดิตอยู่ที่ 3.7 ล้านบัตร ขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งปีตั้งเป้าไว้ที่ 280,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตกว่าปีก่อน 12% โดยหนี้เอ็นพีแอลบัตรเครดิตจากเดิมอยู่ที่ 1.1% เพิ่มขึ้นเป็น 1.3% ซึ่งในกลุ่มของธุรกิจบัตรเครดิตยังไม่น่าเป็นห่วง

“ช่วงไตรมาส 4 ปี 56 บริษัทปรับเงื่อนไขการอนุมัติบัตรเครดิตที่เข้มงวดขึ้น ประกอบไปด้วย จากเดิมเคยตรวจสอบเครดิตบูโรย้อนหลัง 12-24 เดือน ก็เพิ่มการตรวจสอบยาวถึง 36 เดือน เพื่อตรวจสอบภาระหนี้ของลูกค้า และตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ หากตรวจพบว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็จะถูกปฏิเสธการอนุมัติบัตรเครดิตทันที ขณะเดียวกันได้ปรับลดวงเงินที่ได้รับอนุมัติลง ยกตัวอย่างเดิม ได้รับอนุมัติ 5 เท่าของรายได้ ก็ปรับลดลงเหลือ 4 เท่าของรายได้”

ทั้งนี้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ปรับตัวลดลง และเริ่มมียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในช่วงเดือน มี.ค. และต้องติดตามดูว่าในช่วงเดือน พ.ค.นี้ เป็นช่วงเปิดเทอมของนักเรียน จะมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตหากแยกออกเป็นหมวด จะพบว่ายอดใช้จ่ายผ่านห้างสรรสินค้า ซุปเปอร์มาร์เกต และ ไฮเปอร์มาร์เกต มียอดใช้จ่ายลดลง 10% ส่วนยอดใช้จ่ายผ่านปั๊มน้ำมันเพิ่มขึ้น 7-8% ส่วนการซื้อประกันชีวินเพิ่มขึ้น 17-18%.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกรุงศรีฐากร ปิยะพันธ์ยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซสกรุงศรี คอนซูมเมอร์สินเชื่อบุคคลเครดิตบูโร

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้