ข่าว
100 year

ไม่ว่าเลือกตั้งเร็วช้า ไม่สมัคร‘มาร์ค’ขอเว้นวรรค

ทีมข่าวหน้า 12 พ.ค. 2557 06:01 น.
SHARE

เพื่อผลักดัน-การปฏิรูป ฐานะประชาชนธรรมดา ปูเตรียมใจรอคําตัดสิน

“มาร์ค” ดีเดย์ 3 พ.ค. โชว์ฉบับเต็มแผนผ่า ทางตันประเทศ ลั่นทุกฝ่ายยอมรับข้อเสนอจะเว้นวรรคทางการเมือง ขอเป็นประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่งเพื่อพิสูจน์ความจริงใจ แพลมพิมพ์เขียวต้องลุยปฏิรูป-เลือกตั้งบริสุทธิ์-ไม่นิรโทษกรรม “ปู” ตั้งตารอฟัง ชี้อะไรที่เป็นไปได้ก็พร้อมทำตาม “เพื่อไทย” ต่อรองกลับ ปชป.ลงสนามเลือกตั้งก่อนลงสัตยาบันปฏิรูป ผบ.ทอ.ยันเลือกตั้งเป็นทางออกทางหนึ่ง เป็นนักการเมืองต้องให้ความสำคัญ ศึกชิงเก้าอี้ ปธ.วุฒิฯล็อบบี้วุ่น “สุรชัย” ยังเต็งจ๋า “จงรัก” เป็นรองเล็กน้อย พลิกเกมจ้าละหวั่นอ่อยเก้าอี้ “รอง ปธ.วุฒิ” สู้

หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอตัวหาทางออกวิกฤติการเมือง พร้อมกับเดินสายพบปะบุคคลสำคัญเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหา ล่าสุด นายอภิสิทธิ์นัดเปิดพิมพ์เขียวทางออกประเทศในวันที่ 3 พ.ค. เพื่อให้สังคมนำไปพิจารณา

“มาร์ค” แพลมพิมพ์เขียวผ่าทางตัน

เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 1 พ.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากการพบปะทุกฝ่ายแสดงความวิตกกังวลสถานการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งมีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. และ นปช. และคดีความต่างๆทั้งหมด เป็นความเสี่ยงที่คนจำนวนมากกังวลว่าจะเกิดความรุนแรง ความสูญเสียซ้ำรอยเหตุรัฐประหารปี 2549 ดังนั้น สิ่งที่จะเสนอเพื่อหยุดยั้งความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ไม่ต้องการเห็นการสูญเสีย ประชาธิปไตยที่เดินออกนอกรัฐธรรมนูญ รวมทั้งต้องการหลีกเลี่ยงการดึงเอาสถาบันต่างๆ ที่อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองเข้ามาอยู่ในวังวนความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นศาลและสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ข้อเสนอจึงอยู่บนพื้นฐานตอบโจทย์ประเทศไทย มีหลักการสำคัญคือ 1.ประเทศจะเดินหน้าไปด้วยดีต้องเข้าสู่การปฏิรูปที่ชอบธรรม การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เป็นไปตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประชาชนมั่นใจว่าใครที่มีผลประโยชน์และจะต่อต้านขัดขวางปฏิรูป เช่น นักการเมือง ก็จะทำไม่ได้

ลุยปฏิรูป-ลต.บริสุทธิ์-ห้ามนิรโทษ

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า 2.ต้องเริ่มต้นปฏิรูปทันที โดยต้องมีทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง ทั้งในเรื่องสภาและรัฐบาล 3.ต้องมีการเลือกตั้งในจุดที่มีความพร้อม ระยะเวลาที่เหมาะสม ต้องเป็นไปอย่างเสรี สุจริต เที่ยงธรรม ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ให้เกิดการยอมรับการมีสภาและรัฐบาล 4.ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว ส่วนกลุ่ม คดีก็ต้องเดินหน้าต่อไปตามกฎหมายเท่านั้น ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดจะสำเร็จได้ต่อเมื่อทุกฝ่ายให้การยอมรับ แต่อาจจะไม่ถูกใจทั้งหมด ใครที่ปฏิเสธต้องให้เหตุผลที่ดีต่อสังคมว่าทำไมไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้หวังประโยชน์ส่วนตน เพราะตนไม่ใช่คนกลาง ไม่ใช่เป็นกลาง

3 พ.ค.โชว์ฉบับเต็ม-ลั่นเว้นวรรค

“ภายในวันที่ 3 พ.ค. จะเสนอข้อเสนอที่เป็น ทางออกประเทศ ให้ทุกฝ่าย และขอประกาศว่า หากทุกฝ่ายรับข้อเสนอของผมในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเร็วหรือช้า ผมจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง และไม่รับตำแหน่งใดๆ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า การเดินตามแผนข้อเสนอดังกล่าว ผมจะไม่มีสถานะใดๆ ทั้งสิ้น แต่ขอเป็นประชาชนคนหนึ่งที่สนับสนุนการปฏิรูปให้เกิดขึ้นตามแนวทางของตน ขอย้ำว่า ขอขอบคุณที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ ขอให้โอกาสประเทศโดยจะทำข้อเสนอให้ทุกฝ่ายพิจารณาด้วยเหตุผล แล้วขอให้ทุกฝ่ายสบายใจว่าแผนดังกล่าวผมจะไม่ได้รับประโยชน์ใดนอกจากประชาชนคนธรรมดา” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เบรก รบ.ออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการที่รัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้วันที่ 20 ก.ค. เป็นวันเลือกตั้งว่า การกำหนดวันที่ 20 ก.ค.เป็นวันเลือกตั้งเป็นการปิดประตู แต่ยังล็อกไม่ได้ เพราะขั้นตอนยังไม่จบ ต้องมีการประชุม ครม.เพื่อพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกา ซึ่งพรรคการเมืองต่างๆคุยกับตนว่า ถ้ามีทางเลือกที่ทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อย แล้วจะช้าออกไปก็น่าจะดีกว่า ดังนั้น ถ้าคนเหล่านี้จริงใจในสิ่งที่พูด ก็ต้องพิจารณาว่าสมควรเร่งรัดในการตราพระราชกฤษฎีกาหรือไม่

จริงใจหรือเปล่าวัดกันที่ตรงนี้

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งกำหนดไว้วันที่ 20 ก.ค. ดังนั้น วันที่เริ่มต้นบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาต้องห่างกันไม่เกิน 60 วัน คือประมาณวันที่ 20 พ.ค.กว่าๆ เพราะฉะนั้น จากวันนี้ไปก็ยังมีเวลาอีกประมาณ 20 กว่าวัน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่า ในกรณีที่จะให้การเลือกตั้งดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย กกต.และรัฐบาลสามารถที่จะตราพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมพระราช-กฤษฎีกาได้ ทั้งหมดนี้จึงยังพอมีเวลาอยู่ โดยการเดินหน้าหาทางออกอยู่ที่ความจริงใจของฝ่ายต่างๆ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป

ยังเกาะเก้าอี้เจ้าสำนัก ปชป.หนึบ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวช-ชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยไม่รับตำแหน่งใดๆนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งนี้ แต่เป็นตำแหน่งอื่น เช่น หากพรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ได้เป็นผู้แทนฯ หรือหากแพ้เลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ จึงอยากให้ทุกฝ่ายพิจารณา­ข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ ซึ่งไม่ใช่การทิ้งไพ่ใบสุดท้าย แต่เป็นการเสียสละ

ชี้ หน.ไม่ลง ลต.ลูกพรรคไม่เสียขวัญ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประ-ชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยืนยันว่านายอภิสิทธิ์ไม่ได้ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค ยังคงเป็นหัวหน้าพรรคเหมือนเดิม และหัวหน้าพรรคสามารถไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ จึงไม่กระทบคนในพรรค และทุกคนในพรรคทราบดีว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ทุกฝ่ายต้องเสียสละ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้โดยสงบ วันนี้ต่อให้เตรียมรับการเลือกตั้ง แต่ถ้าเกิดการปฏิวัติหรือศาลตัดสินคดีความแล้วมีฝ่ายที่ไม่พอใจจนเกิดการเผชิญหน้ากัน จนเกิดเหตุการณ์นองเลือดการเลือกตั้งจะเดินหน้าได้หรือไม่

รอดูฟีดแบ็กก่อนเคาะบอยคอต

นายสาธิตกล่าวอีกว่า ตอนนี้เราต้องจับตาดูว่าฝ่ายไหนจะเสียสละบ้าง ถ้าไม่รับข้อเสนอ นายอภิสิทธิ์ก็ต้องดูว่าเส้นทางสุดท้ายประเทศจะจบอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะลงเลือกตั้งหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า ต้องดูมติพรรคอีกครั้ง เห็นว่าถ้าสถานการณ์เป็นอย่างนี้ การเลือกตั้งก็ไม่ตอบโจทย์ประเทศ จึงอยากให้รอดูข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ก่อน พรรคประชาธิปัตย์มีเวลาตัดสินใจถึงประมาณวันที่ 20 พ.ค. ว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ เพราะอยู่ในช่วงที่พระราชกฤษฎีกาประกาศให้มีการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้

กปปส.ไม่สนระดมพลอีก 2 ระลอก

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการหารือกับกลุ่มแกนนำ กปปส. แต่เชื่อว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มีความหวังดีกับบ้านเมือง และมีประสบการณ์กับการเผชิญหน้าความขัดแย้งพอสมควร จึงน่าที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศ แต่ยืนยันการประกาศไม่กระทบกับการเคลื่อนไหวของ กปปส. เพราะมีกำหนดการการต่อสู้ที่ชัดเจนที่จะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 5 และ 13-14 พ.ค. ซึ่งเป็นไปตามแผนงาน กปปส. ดังนั้น ไม่อยากให้ด่วนสรุปว่าข้อเสนอจะผูกมัดกับ กปปส. เพราะบางเรื่องอาจไม่เกี่ยว และหากข้อเสนอได้รับการตอบรับจากรัฐบาลและตรงกับข้อเสนอของ กปปส.ก็อาจเป็นได้ ทั้งนี้ยืนยันเป้าหมายของ กปปส.วันนี้คือ การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ซึ่งข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ก็คือการปฏิรูปเช่นกัน และยืนยันไม่มีความขัดแย้งระหว่าง กปปส.กับพรรคประชาธิปัตย์


“ปู” ตั้งตารอ-วอนเลิกเล่นท่ายาก

เมื่อเวลา 12.15 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์อย่าตั้งเงื่อนไขเลย เวลานี้เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาตั้งเงื่อนไขหรือตั้งแง่ใส่กัน อะไรที่เป็นข้อเสนอที่เป็นไปได้ สามารถปฏิบัติได้ คนส่วนใหญ่เห็นด้วย พร้อมทำตาม พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ในอีก 2 วันข้างหน้า และหวังว่าการตัดสินใจในอีก 2 วันข้างหน้าจะไม่ใช่เงื่อนไขซึ่งกันและกัน แต่ควรพยายามหาจุดร่วมเหมือนที่นายอภิสิทธิ์พูดในครั้งแรกว่า จะร่วมกันแสวงหาจุดร่วม และพยายามใช้จุดร่วมเป็นจุดยึดเหนี่ยวและเดินไปด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่จริงใจที่จะรับฟัง เพราะว่าบางอย่างมีการกำหนดเงื่อนไขของเวลาที่จะต้องทำงานต่อไป ต้องขอความเห็นใจ เรื่องของการทำงานต้องแยกส่วนกัน สุดท้ายแล้วต้องให้คนไทยทุกคนร่วมตัดสินใจ เพราะเป็นอนาคตของคนไทยทุกคน

อ้อน “สุเทพ” ละอีโก้-อย่ามโน

เมื่อถามว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศไม่รับเงื่อนไข ไม่มีเจรจาจะทำให้การแก้ไขปัญหาไม่สามารถทำได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า หวังว่าข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์จะเป็นข้อเสนอที่นายสุเทพพอที่จะรับได้บ้าง นายสุเทพฐานะเป็นคนไทยเหมือนกัน น่าจะพูดคุยกัน เราเป็นอย่างนี้มา 5-6 เดือนแล้ว ไม่มีอะไรที่ทำให้ประเทศดีขึ้น เลยคิดว่าอะไรที่เป็นจุดร่วมทำให้ประเทศเดินได้ ค่อยๆปรับจัดร่วมหากัน ลดทิฐิ และใช้หลักของความจริง ในการพูดคุยกัน

สบายใจ 20 ก.ค. เปิดหีบเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า การหารือกับ กกต.ที่ได้ข้อยุติวันเลือกตั้ง 20 ก.ค. เบาใจขึ้นหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า เป็นความสบายใจของทุกคนถ้าได้เริ่ม แต่ไม่ใช่ว่าอยากเห็นการเลือกตั้งหรือให้การเลือกตั้งเดินไปโดยไม่ฟังเสียงประชาชน จึงต้องพยายามทำทุกอย่าง เพราะว่างเว้นการมีรัฐบาลมาถึง 6 เดือนแล้ว ต้องทำทุกอย่างกลับสู่ระบบ โดยทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งในการประชุมได้มีการรับฟังและพยายามนำปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 2 ก.พ. มาปรับ เพื่อให้การเลือกตั้งมีความยืดหยุ่นขึ้น รัฐบาลเองก็สนับสนุน กกต. หากจะมีการปรับกฎระเบียบ ข้อแก้ไขต่างๆ เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใส เป็นธรรม เป็นที่ยอมรับ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีจะได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย

ชม-ช็อปงานกาชาดแม่บ้าน กห.

จากนั้นเวลา 12.20 น. นายกฯได้มาร่วมงาน กาชาดจำหน่ายสินค้าราคาถูก ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าของอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดโดยสมาคมแม่บ้านกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมและซื้อสินค้า อาทิ ข้าวสาร อาหารกระป๋อง และของใช้ภายในบ้าน โดยมีทันตแพทย์หญิง รัตนาวดี ทองเล็ก ในฐานะนายกสมาคมแม่บ้านกลาโหม ให้การต้อนรับ ขณะที่ เจ้าหน้าที่ข้าราชการทหารในสังกัดสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมให้ความสนใจซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก

พท.ไม่ให้ราคา “มาร์ค” เว้นวรรค

ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์จะลงเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหา จะเอานายอภิสิทธิ์มาเป็นข้อต่อรองการเลือกตั้งไม่ได้ อยู่ที่ข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือไม่ แต่วันนี้ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่เป็นเรื่องน่ายินดีที่นายอภิสิทธิ์จะหันหน้าเข้ามาพูดคุยกับพรรคต่างๆ แต่ความจริงไม่จำเป็นต้องคุยแล้ว เพราะพรรคต่างๆ มีจุดยืนชัดเจนหมดแล้ว พวกเราส่วนใหญ่เห็นว่าการเลือกตั้งและการปฏิรูปไม่มีความขัดแย้งกัน สามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้ สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ควรทำมากที่สุดคือ ไปคุยกับ กปปส. เพราะเป็นองค์กรที่มีความเห็นแตกต่างในเรื่องการลงเลือกตั้งและการปฏิรูป

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า อยากฝากไปถึงนายอภิสิทธิ์ หากหวังดี กับบ้านเมืองก็ควรส่งคนลงเลือกตั้ง และยอมรับกรอบเวลาตรงนี้ การปฏิรูปการเมืองสามารถดำเนินการไปพร้อมกับการเลือกตั้งได้ เชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเป็นรัฐบาลที่นำไปสู่การปฏิรูป จะเป็นรูปแบบของการเลือกตั้งแล้วดำเนินการปฏิรูป หรือลงสัตยาบันก่อนการเลือกตั้งว่าจะปฏิรูปก็ได้

“ปึ้ง” ฮึ่มจับเดี๋ยวนั้นคนขวาง ลต.

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายก-รัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม ศอ.รส.ว่า ศอ.รส.จะหารือตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดูแลการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในกรณีที่มีการขัดขวางการเลือกตั้งเพื่อที่จะจับกุมได้ทันที จะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วค่อยมาจับกุม ต้องจับซึ่งหน้า คราวนี้ต้องเตรียมกำลังทั้งตำรวจและทหารในฐานะเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่เข้าดำเนินการจับกุม พื้นที่ใน กทม.ไม่น่าเป็นห่วงเท่าใด แต่ 28 เขตภาคใต้น่าเป็นห่วงจึงต้องมีการวางแผนให้รัดกุมเพราะอยู่นอกเขต พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยจะเสนอให้ กอ.รมน.พิจารณาวางโครงสร้างในต่างจังหวัด

บีบ “มาร์ค” ลง ลต.ค่อยทำสัตยาบัน

นายสุรพงษ์กล่าวว่า แม้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ค่อยพอใจนักต่อการที่ กกต.เสนอให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. แต่พรรคประชาธิปัตย์ควรรีบสรุปอะไรที่เป็นประโยชน์กับบ้านให้ทัน คิดว่าวันนี้ถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประ-ชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องหาทางออกประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ควรจะลงเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองอยากเห็นนายอภิสิทธิ์ลงเลือกตั้ง แล้วจะปฏิรูปอย่างไรก็สามารถพูดคุยกันได้ ทุกคนพร้อมจะทำสัตยาบันว่าหลังเลือกตั้งเสร็จจะรีบปฏิรูป

ปลัด กห.ลั่นเป้าหมายคือเลือกตั้ง

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า วันนี้ประเด็นหลักความน่าสบายใจของประชาชน ภาคเอกชนคงเห็นแสงสว่างเกิดขึ้นท่ามกลางความมืด คิดว่าเราให้ความสนใจกับวันที่ 20 ก.ค. เพื่อเป็นการเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการเลือกตั้งถือเป็นกระบวนการขั้นตอนหนึ่งสำหรับระบอบประชาธิปไตย เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่า การเลือกตั้งจะมีปัญหาเหมือนวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.นิพัทธ์กล่าวว่า จากการประชุมเป็นการพยายามที่จะให้ระบบมันทำงาน เพราะการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ยุบสภามานานพอสมควรแล้วแต่ยังไม่มีการเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งถือเป็นเป้าประสงค์ที่ประชาชนทุกคนคงจะมองเห็นว่าสังคมไทยจะต้องไปที่จุดนั้นกัน ส่วนเรื่องอื่นๆก็จะต้องช่วยกันคิดและแก้ไขปัญหาไป

ผบ.ทอ.เชียร์แผนผ่าทางตัน

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หารือกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อหาทางออกให้กับประเทศว่า ผบ.สส.ยังไม่ได้สื่อสารอะไรมายัง ผบ.เหล่าทัพ คิดว่านายอภิสิทธิ์หารือกับ ผบ.สส. ก็เพียงพอแล้ว เมื่อถามว่า มองบทบาทของนายอภิสิทธิ์ที่ออกมาเดินสายพูดคุยกับบุคคลต่างๆในขณะนี้อย่างไร พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ใครก็ตามที่พยายามทำให้เกิดความเรียบร้อยในบ้านเมืองก็เป็นเรื่องดี ถ้าทำแล้วผลออกมาดีก็น่าสนับสนุน

ลั่นเป็นนักการเมืองเลือกตั้งสำคัญ

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. จะเป็นทางออกให้ประเทศได้หรือไม่ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า หากมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกมา และมีการเลือกตั้งสมบูรณ์ ถือว่าเป็นทางออกทางหนึ่ง เมื่อถามว่า คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะลงเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า การเป็นนักการเมือง เรื่องการเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญ ถ้าทุกคนเข้าสู่ระบบการเลือกตั้ง และทำตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็น่าจะเป็นไปในแนวทางที่ดี

ณ จุดนี้ยังไม่ถึงเวลานายกฯ ม.7

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเคลื่อนไหวของ พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.สส. ในฐานะประธานคณะรัฐบุคคล พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ทราบว่า พล.อ.สายหยุดมีความปรารถนาดี และยังมีคณะรัฐบุคคลอีกหลายท่าน คิดว่าถ้าทุกท่านมีเจตนาที่ดีก็น่าจะให้โอกาส ส่วนที่มีการเกรงว่าจะเป็นการดึงเอาสถาบันเข้ามาสู่ความขัดแย้งนั้น คิดว่าต้องพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ขึ้นไปถึงระดับนั้น ส่วนที่จะมีการทูลเกล้าฯ เพื่อขอนายกฯตามมาตรา 7 ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา ซึ่งก็ต้องติดตาม แต่จะกำหนดชัดเจนไม่ได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์

“สมชัย” กางโพยเปิดรับสมัคร ส.ส.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยถึงขั้นตอนการดำเนินการเตรียมการจัดการเลือกตั้ง หากร่าง พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ มีผลบังคับใช้และกำหนดให้มีการเลือกตั้งครั้งต่อไปในวันที่ 20 ก.ค. ว่า กกต.จะเปิดรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และจับสลากหมายเลขระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค. และเปิดรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในวันที่ 30 พ.ค.-3 มิ.ย. โดยทั้ง 2 ขั้นตอนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จากนั้นก่อนวันที่ 19 มิ.ย. กกต.จะเปิดโอกาสให้คนไทยในต่างประเทศ และในประเทศที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต แจ้งความจำนงหรือแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่ลงคะแนน ส่วนคนไทยในประเทศที่ประสงค์เลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง ให้แจ้งความจำนงระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค. 57 และในวันที่ 28 มิ.ย.-11 ก.ค. จะเป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งนอกอาณาจักร วันที่ 6 ก.ค. จะเป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศ และวันที่ 20 ก.ค. จะเป็นวันเลือกตั้งทั่วไป

พรรคเพื่ออนาคตยื่นค้าน ลต.

วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งพรรคเพื่ออนาคต นำโดยนายพูลเดช กรรณิการ์ หัวหน้าพรรค พร้อมนายสยามสิน วลิตวรางค์กูร เลขาธิการพรรค เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ผ่านนายอำนวย น้อยโสภา รองผู้อำนวยสำนักเลขานุการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แสดงความไม่เห็นด้วยกับผลการหารือร่วมกันระหว่าง กกต.กับรัฐบาลที่มีการกำหนดให้มีการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. โดยนายพูลเดชกล่าวว่า การเลือกตั้งไม่ควรเกิดขึ้นก่อนมีการหารือปฏิรูปประเทศ และการปฏิรูปการเลือกตั้ง เพราะจะเป็นหัวเชื้อของไฟความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหม่ ความขัดแย้งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จะมีการปะทะกันระหว่างมวลชน

โปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.ประชุมวุฒิฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราช- โองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลฯว่า ในขณะนี้อยู่ระหว่างการยุบสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ได้แจ้งว่า มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐที่วุฒิสภาจะต้องมีการประชุมเพื่อทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญตามมาตรา 132 (2) คือ การเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 (3) และการเลือกกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 246 ประกอบมาตรา 206 สมควรเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ตามมาตรา 128 วรรคสาม เพื่อให้วุฒิสภาดำเนินการประชุมและปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในรัฐธรรมนูญมาตรา 128 วรรคสามและวรรคสี่ และมาตรา 187 จึงทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้น ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.2557 เป็นต้นไป โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

40 ส.ว.ระเบิดศึกชิงเก้าอี้ ปธ.วุฒิ

นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีความเห็นต่างเรื่องการเลือกประธานฯและรองประธานวุฒิสภา ในสมัยประชุมวิสามัญได้หรือไม่ แต่ส่วนตัวเห็นว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 132 (2) สามารถดำเนินการได้เลย ไม่เช่นนั้นจะมีความยุ่งยาก เพราะยังมี ส.ว.เลือกตั้งชุดเก่าปฏิบัติหน้าที่อยู่ และหากเลือกประธานฯและรองประธานฯไม่ได้ ตนเชื่อว่าสังคมคงไม่ยอมให้ ส.ว.เข้ามารับเงินเดือนโดยไม่ได้ทำงานแน่นอน

“ไพบูลย์” ไม่ชงผวาเดดล็อก ก.ม.

ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า ตนจะยังไม่เสนอญัตติเพื่อเลือกประธานฯและรองประธานวุฒิสภาในช่วงสมัยประชุมวิสามัญที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 2-10 พ.ค. เนื่องจากได้พิจารณาความตาม พ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาแล้ว พบว่าใน พ.ร.ฎ.ได้กำหนดความ

ซึ่งเป็นข้อจำกัดการทำหน้าที่ของวุฒิสภาในระหว่างสมัยประชุมวิสามัญอยู่ จากการหารือกับเพื่อน ส.ว.ในกลุ่มเห็นว่า หากไม่ดำเนินการตามอาจมีผลกระทบต่อการทำหน้างานของวุฒิสภา ที่สำคัญมองว่าการกำหนดรายละเอียดเรื่องใน พ.ร.ฎ.ลักษณะนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงเชื่อว่ารัฐบาลพยายามจำกัดกรอบการทำงานของวุฒิสภาไม่ให้ดำเนินการในเรื่องอื่นที่นอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นไปตามแผนการของรัฐบาลที่อาจทำให้มีผลทางข้อกฎหมาย จึงยังไม่เสนอญัตติเลือกประธานฯและรองประธานวุฒิสภาต่อที่ประชุมในระหว่างสมัยประชุมวิสามัญนี้ แต่ถ้าจะมีสมาชิกคนอื่นเสนอก็ถือว่าเป็นสิทธิ

9 พ.ค.โหวต “สุรชัย-จงรัก” ชิงดำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการหารือในเบื้องต้น นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา จะเรียกประชุมวุฒิสภา เพื่อเลือกตำแหน่งประธานวุฒิสภา วันที่ 9 พ.ค.โดยเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างนายสุรชัย ที่ได้เสียงสนับสนุนจากกลุ่ม ส.ว.สรรหาราว 60-65 เสียง รวมกับ ส.ว.เลือกตั้งในขั้วประชาธิปัตย์และกลุ่มตรงข้ามพรรคเพื่อไทยอีก 10-15 เสียง ทำให้เสียงสนับสนุนนายสุรชัยอยู่ที่ราว 70-80 เสียง ซึ่งในส่วนกลุ่ม ส.ว.สายเลือกตั้งที่ใกล้ชิดกับขั้วรัฐบาลปัจจุบันและสายสรรหาอีกส่วน จึงต้องพลิกเกมด้วยการสนับสนุน พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ส.ว.สรรหา ขึ้นมาชิงตำแหน่ง

ล็อบบี้วุ่นอ่อยเก้าอี้รอง ปธ.สู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ต.อ.จงรักยังถือว่าเป็นรองอยู่ จึงต้องมีการเจรจาต่อรองให้ ส.ว.สรรหามานั่งเก้าอี้รองประธานวุฒิสภาอีกตำแหน่ง หวังดึงเสียงจากลุ่มสรรหา ให้แตกจากการหนุนนายสุรชัย ดังนั้นช่วงนี้จึงมีการเดินล็อบบี้กันอย่างหนัก จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่าตนเป็นหนึ่งในแคนดิเดตจะชิงประธานวุฒิสภา ยืนยันว่ามีความพร้อมหากได้รับการเสนอชื่อ โดยมีนายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา เป็นผู้ดำเนินการสนับสนุนอยู่ หากมีการเลือกกันเมื่อไหร่ก็พร้อมจะแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม

ป.ป.ช.เอาผิดมารยาททนาย “ปู”

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทีมทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก-รัฐมนตรี ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว จะรวบรวมหลักฐานดำเนินการเอาผิดกรรมการ ป.ป.ช.ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีใช้ดุลพินิจไม่ชอบตัดพยานคดีรับจำนำข้าวของนายกรัฐมนตรีว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วเห็นว่า นายบัญชาไม่ใช่ตัวความในคดี ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง น.ส.ยิ่งลักษณ์คดีรับจำนำข้าว จึงไม่มีเหตุผลที่จะให้ข่าว หรือแถลงข่าวแทนตัวความ การออกมาให้ข่าวว่า จะเอาผิดคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งที่การไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ยังไม่แล้วเสร็จ เป็นการข่มขู่ ตามกฎหมายเป็นการทำผิดข้อบังคับมารยาททนาย-ความ กรณีประพฤติตนเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของทนายความ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์หากรู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวต้องตักเตือนทนายความของตน คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช.มีหนังสือแจ้งสภาทนายความให้ดำเนินคดีมารยาททนายความกับทีมทนายความดังกล่าวต่อไป

หวั่นอิงสต๊อกข้าวมั่วกระทบคดี

นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมข้อมูลเรื่องสต๊อกข้าวของรัฐบาล และการปิดบัญชีของคณะอนุกรรมการปิดบัญชี ที่ยังมีความแตกต่างกันกับข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยืนยันจะไม่ตรวจสอบสต๊อกข้าวตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร้องขอว่า รัฐบาลเกิดความกังวลว่าการที่ข้อมูลสต๊อกของทั้งสองฝ่ายคือของรัฐบาล และคณะอนุกรรมการปิดบัญชีไม่ตรงกัน จะทำให้ ป.ป.ช.วินิจฉัยคดีของนายกรัฐมนตรีว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยกเลิกโครงการรับจำนำข้าว ผิดพลาด และทำให้ผลการขาดทุนของโครงการรับจำนำข้าวสูงเกินจริง ซึ่งจะนำไปสู่การวินิจฉัยที่ผิด เป็นสิ่งที่น่าเสียใจ

นายกฯบอกเตรียมใจแล้วทุกคดี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์พิเศษกับไทยรัฐทีวี ถึงการตัดสินคดีขององค์กรอิสระ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ใกล้เข้ามาว่า ก็ต้องทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่ ชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการ ป.ป.ช. และพี่น้องประชาชนให้เต็มที่ สุดท้ายออกมาอย่างไรต้องฟังก่อน ไม่ได้ยึดติด แต่ขอให้การตัดสินเป็นไปด้วยความยุติธรรม ถ้ายุติธรรม ทุกคนก็ยอมรับผลตรงนั้น

เมื่อถามว่าเตรียมตัวไว้หรือไม่ หากคำตัดสินออกมาในทางลบ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้แค่เตรียมใจที่จะรับฟังทุกผลคำตัดสินและทำให้ดีที่สุด

ตอกย้ำตัดสินยุติธรรมชาติสงบ

เมื่อถามว่า ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมสนับสนุนประกาศออกมาชุมนุมใหญ่ หากผลการตัดสินเป็นไปในทางลบ นายกฯกล่าวว่า ต้องขอร้องผู้ชุมนุมทุกฝ่ายต้องรอฟังคำตัดสิน และคำตัดสินนั้นไม่ว่าจะออกมาบวกหรือลบ หากอยู่บนหลักความยุติธรรม ความเสมอภาค และเท่าเทียมกันแล้ว ทุกคนยอมรับได้อยู่แล้ว ฉะนั้นไม่มีคนส่วนใหญ่ที่บอกว่าตนผิดแล้วมาเข้าข้าง ถ้าว่าไปตามกระบวนการ การที่จะให้บ้านเมืองมีความสงบ ลดความคิดเห็นที่แตกต่าง คือการปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน การให้ความยุติธรรมอย่างเสมอภาค ถ้าให้ความยุติธรรมอย่างเสมอภาคกันทุกคน ทำให้กลไกเหล่านี้หักล้างกันไปในตัว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหาทางออกวิกฤติการเมืองเว้นวรรคทางการเมืองเลือกตั้งนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติเอกนัฏ พร้อมพันธุ์กปปส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรสุเทพ เทือกสุบรรณหารือกกต.ประจิน จั่นตองสมชัย ศรีสุทธิยากร

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้