ข่าว
100 year

ถึงกินข้าวไม่ลง ศาลจำคุก'เจ๋ง ดอกจิก'2 ปี คดีผิด ม.112

ทีมข่าวหน้า 12 พ.ค. 2557 02:50 น.
SHARE

ศาลอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์“เจ๋ง ดอกจิก”ปราศรัยหมิ่นสถาบันฯปี 53 ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ทนายความใช้เงินสด 5 แสน ประกันตัว แต่ศาลมีความเห็นให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาเลยต้องนอนคุก เจ้าตัวหน้าเครียดกินข้าวไม่ลง ส่งตัวไปคุมขังทันที

ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา วันที่ 1 พ.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาศาล อุทธรณ์คดี พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” แกนนำแนวร่วม ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลยความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 2 มาตรา 8 และมาตรา 12

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค.53 จำเลยขึ้นปราศรัยบนเวที นปช.ที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก วิพากษ์วิจารณ์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ที่ไม่ยอมยุบสภา มีเนื้อหาทำให้ผู้ฟังเข้าใจไปในทางเสื่อมเสียถึงสถาบันเบื้องสูง การปราศรัยดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 คดีนี้การพิจารณาครั้งแรกจำเลยให้การรับสารภาพ แต่กลับคำให้การปฏิเสธต่อสู้คดีในภายหลัง ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 ม.ค.56 ลงโทษจำคุก 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 2 ปีไม่รอลงอาญา ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ประเด็นคำฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายฟังไม่ขึ้น คำฟ้องโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 112 ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ไม่ได้กล่าวถึงสถาบันเบื้องสูงก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน เพราะแม้จำเลยไม่ได้ระบุชื่อบุคคลใด แต่การสื่อความหมายด้วยท่าทางและคำพูดทำให้ผู้ฟังรับทราบได้เช่นกันว่า จำเลยหมายถึงใคร ส่วนที่จำเลยอ้างว่า มีความจงรักภักดีโดยเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติตลอด 15 ปีนั้น เห็นว่าหากจำเลยมีความจงรักภักดีจริงไม่ควรพูดถึงสถาบันเบื้องสูงในทางเสียหาย โดยสำนึกของประชาชนทั่วไปต้องมีความเคารพต่อสถาบันกษัตริย์มาตั้งแต่โบราณกาล ผู้ใดจะล่วงละเมิดไม่ได้ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้มั่นคงว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง สมควรให้ลงโทษไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ที่ศาลชั้นต้นให้จำคุก 2 ปีโดยไม่รอการลงโทษนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเหมาะสมแล้ว อุทธรณ์จำเลยที่ขอให้ลงโทษสถานเบา หรือรอการลงโทษฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนจำคุก 2 ปีไม่รอการลงโทษ

ทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำกุญแจมือไปสวมข้อมือนายยศวริศทันที ทำให้เจ้าตัวถึงกับสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนถูกคุมตัวลงไปขังไว้ที่ห้องควบคุมตัวใต้ถุนศาลอาญา ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายยศวริศ ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เดิมเป็นเงินสด 500,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวให้ศาลอาญาพิจารณา

ต่อมาเวลา 12.00 น. ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในข้อเท็จจริง จึงให้ส่งสำนวนต่อศาลฎีกาพิจารณาการขอปล่อยชั่วคราวของจำเลย เมื่อนายยศวริศทราบคำสั่งศาลอาญาให้ส่งคำร้องเรื่องขอปล่อยชั่วคราวให้ศาลฎีกาพิจารณา ถึงกับรับประทานอาหารกลางวันไม่ลงเนื่องจากเครียด กระทั่งเวลา 13.20 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวนายยศวริศออกจากห้องควบคุมตัวใต้ถุนศาลอาญา ระหว่างนายยศวริศเดินผ่านสื่อมวลชนที่รอถ่ายภาพได้ชูมือขึ้นอวดกุญแจมือที่พันธนาการด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ก่อนเจ้าหน้าที่คุมตัวขึ้นรถเรือนจำนำไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยศวริศ ชูกล่อมเจ๋ง ดอกจิกหมิ่นสถาบันศาลอุทธรณ์จำคุกนปช.

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้