ข่าว
100 year

สารกันบูดในกะปิ

2 พ.ค. 2557 05:00 น.
SHARE

น้ำพริกกับข้าวสวย กินคู่กับผักสด ผักลวก ปลาทูทอด เมนูหลักที่ขาดไม่ได้ในสำรับกับข้าวของคนไทย

อาหารง่ายๆที่รังสรรค์โดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ตามท้องถิ่น ที่ขึ้นชื่อที่สุดของน้ำพริกและเครื่องเคียงที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย คงหนีไม่พ้น น้ำพริกกะปิ ที่นิยมกินกับปลาทู ชะอม และมะเขือทอด ที่เข้ากันได้ดี

น้ำพริกกะปิ จะอร่อยหรือไม่ขึ้นอยู่กับกะปิที่ทำมาจาก “เคย” ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลตัวเล็กๆ คล้ายกุ้ง บางทีก็เรียกกันว่า “กุ้งเคย” มักอยู่รวมกันเป็นฝูงตามชายทะเลและบริเวณป่าชายเลน

กรรมวิธีการทำกะปิ เริ่มจากจับเคยมารวมๆกันผสมกับเกลือแล้วหมักทิ้ง 2 คืน แล้วนำมาผึ่งแดดพอหมาด จากนั้นนำมาตำเบาๆ พอแหลก หมักทิ้งไว้อีก 5 คืน

ทำแบบนี้อีก 2 ครั้ง แล้วนำมาบรรจุลงภาชนะปิดทับด้วยผ้าพลาสติก โรยด้วยเกลือเม็ด หมักทิ้งไว้อีก 45 วัน จึงนำมาปรุงอาหารได้

หากดูกรรมวิธีการผลิตแบบครัวเรือนแล้วยากที่จะหาขั้นตอนที่มีการใส่วัตถุเจือปนในอาหาร แต่ถ้าเป็นการผลิตเพื่อการค้า หรือผลิตในระดับอุตสาหกรรม

การผลิตกะปิแต่ละครั้งจะต้องผลิตในจำนวนมาก ผู้ผลิตบางราย อาจใส่สารกันบูดลงไปเพื่อช่วยให้สามารถเก็บรักษากะปิไว้ขายได้นานๆ ไม่เน่าเสียง่าย เช่น กรดเบนโซอิก และเกลือเบนโซเอต

หากร่างกายได้รับสารชนิดนี้ในปริมาณมากๆ และบ่อยครั้ง จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย อาจถึงขั้นเป็นอัมพาตได้ และจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตให้ด้อยลง

วันนี้ สถาบันอาหาร ได้สุ่มตัวอย่างอาหารใกล้ตัวเราอย่างกะปิจำนวน 4 ตัวอย่าง จาก 4 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของกรดเบนโซอิก

ปรากฏว่า ไม่พบการปนเปื้อนในทุกตัวอย่าง นับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนไทยที่ชอบทานน้ำพริกเป็นชีวิตจิตใจ และต้องขอบคุณผู้ผลิตทุกราย ที่วันนี้ใส่ใจต่อคุณภาพชีวิตของชาวไทยทุกคน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สารกันบูดกะปิมันมากับอาหารกรดเบนโซอิก

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้