ข่าว
100 year

ทดสอบแบงก์ไทยแกร่งที่สุด สินเชื่อ/กำไรยังแข่งกันโต

ลม เปลี่ยนทิศ2 พ.ค. 2557 05:00 น.
SHARE

ท่ามกลาง ข่าวร้ายการเมืองและเศรษฐกิจ จากการพยากรณ์ของสำนักต่างๆ จีดีพีถดถอย การส่งออกหด กำลังซื้อลด หนี้เน่าพุ่ง หนี้ครัวเรือนเพิ่ม ฟังดูเศรษฐกิจไทยเลวร้ายไปหมดทุกด้าน แต่เมื่อได้ฟังของจริงจาก คุณสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จากผลการทำ Stress Test หรือ การทดสอบในภาวะวิกฤติเพื่อประเมินความแข็งแกร่งของธนาคารพาณิชย์ไทย กลับพบว่า เศรษฐกิจไทยดีเกินคาด ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด เพียงแต่กำไรไม่จุใจเท่านั้นเอง

การทำ Stress Test แบงก์พาณิชย์ ครั้งนี้ทดสอบทั้ง ความสามารถในการรับมือกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ และ ความเพียงพอของเงินทุน การทดสอบแบบนี้มีขึ้นหลังจากที่มีแบงก์ล้มจำนวนมากซํ้าเติมวิกฤติเศรษฐกิจ ช่วงที่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้งและแฮมเบอร์เกอร์

คุณสาลินี เล่าถึงการทำ Stress Test ทดสอบความแข็งแกร่งของแบงก์ไทยทั้งระบบว่า ได้สมมติในกรณีเลวร้ายที่สุด คือ เศรษฐกิจไทยแย่ ไม่มีการขยายตัวถึง 2 ปีซ้อน พบว่าธนาคารพาณิชย์ของไทยในส่วนสินเชื่อยังมีความแข็งแกร่ง แม้ประเทศไทยจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ธนาคารพาณิชย์ไทยยังสามารถรับมือได้

ที่น่าทึ่งก็คือ คุณภาพหนี้ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก แม้จะมี NPL หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ธนาคารพาณิชย์ของเราก็มีการกันสำรองที่เพียงพอ โดยมีการกันสำรองส่วนเกินอยู่ถึง 157% และธนาคารยังสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอีกด้วย

ด้านสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ คุณสาลินี บอกว่า ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดี สิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ไทยมีการเติบโต 9.8% จากสิ้นปี 2556 ที่เติบโต 11.34% หนี้ที่คาดว่าจะเสียหรือเอ็นพีแอลก็ยังอยู่ในระดับทรงตัว ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามกระแสข่าวที่หลายคนหวั่นวิตก สาเหตุที่เอ็นพีแอลไม่ได้เพิ่มขึ้น เกิดจากการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดของธนาคาร เมื่อลูกหนี้มีปัญหาก็จะเข้าไปช่วยเหลือทันที และลูกหนี้บางกลุ่มมีการขอยืดระยะเวลาในการใช้หนี้ออกไป

ส่งผลให้ สินเชื่อที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ หรือ เอสเอ็ม ในเดือนมีนาคม ปรับลดลงเหลือ 2.3% จากปี 2556 ที่ระดับ 2.4% แสดงว่าลูกหนี้ที่จะมีปัญหาในปีนี้ลดลงด้วยซํ้า

ด้าน สินเชื่อเอสเอ็มอี คุณสาลินีบอกว่า เดือนมีนาคมยังมีการเติบโตสูงถึง 11.7% ยังอยู่ในระดับที่ดี แม้จะลดลงจากปี 2556 ที่มีอัตราการเติบโตที่ 14.66% (ไม่ได้แย่หรือเจ๊งยับอย่างที่เป็นข่าว ตรงกันข้ามกลับมีอัตราการเติบโตที่ดี) อัตราเอ็นพีแอลก็อยู่ที่ 3.6% อยู่ในระดับทรงตัว (ไม่ได้เจ๊ง ยับแต่อย่างใด) ส่วนที่มีปัญหาคือเอสเอ็มอีระดับเล็กมาก วันนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีมีสัดส่วนสินเชื่อถึง 4 ล้านล้านบาท จากยอดสินเชื่อทั้งหมด 10 ล้านล้านบาท หรือ 40% ของสินเชื่อระบบธนาคาร

ส่วน สินเชื่อรายย่อย เดือนมีนาคม ก็มีอัตราการเติบโตที่ 10.7% ลดลงจากปี 2556 ที่ 12.89% อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการลดลงของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ จาก 30% ลงมาเหลือ 2.5% (อันเป็นผลมาจากนโยบายประชานิยมรถยนต์คันแรกของรัฐบาล)

สินเชื่อบุคคล เดือนมีนาคม ก็มีอัตราการเติบโต 7% ลดลงจากที่เคยขยายตัว 20% แต่คุณภาพสินเชื่อรายย่อยกลับไม่ได้เลวร้ายลง เอ็นพีแอลยังทรงตัวอยู่ที่ 2.4% อันเป็นผลมาจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่มองผ่านความแข็งแกร่งของธนาคารพาณิชย์ไทย การขยายตัวของสินเชื่อไปจนถึงเอ็นพีแอล ที่ คุณสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแบงก์ชาติเล่าผ่านการทดสอบความแข็งแกร่งของธนาคารพาณิชย์ไทยทุกแห่ง ตัวเลขล้วนอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งสิ้น ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
เศรษฐกิจไทยวันนี้ยังดีหมดทุกอย่าง ยกเว้นอย่างเดียวคือนักการเมือง

ถ้าประชาชนช่วยกัน กำจัดนักการเมืองที่ไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจปกครองบ้านเมืองด้วยการไม่เลือกตั้งเข้ามาในรัฐสภา ผมรับรองเลยว่า คนไทยทุกคนทุกระดับจะรํ่ารวย อยู่ดีกินดี โดยไม่ต้องพึ่งพา “นโยบายประชาชนนิยม” ของพรรคการเมืองไหนทั้งสิ้น.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทดสอบแบงก์ไทยแกร่งที่สุดสินเชื่อกำไรยังแข่งกันโตหมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้