ข่าว
100 year

ตกลง‘เลือกตั้ง’ 20กรกฎา มติกกต.-รัฐบาล

ทีมข่าวหน้า 11 พ.ค. 2557 08:28 น.
SHARE

ชงพ.ร.ฎ.‘เข้าครม.’6พ.ค. ‘ปู’สั่งกองทัพดูแลเต็มที่ ปชป.โวย-เร่งรีบเกินไป ทายาทสมัคร-ประชามึน ศาลปค.สั่งชดใช้587ล้าน

รัฐบาล-5 เสือ กกต.ผ่านฉลุยตั้งวงคุยเคาะวันเข้าคูหา 20 ก.ค. มอบกกต.ยกร่าง พ.ร.ฎ.จัดเลือกตั้งชง ครม.เห็นชอบ 6 พ.ค. “สมชัย” ตั้ง 5 เงื่อนไข ขอดาบอาญาสิทธิ์เลื่อนวันลงคะแนนพื้นที่มีปัญหา รัฐบาลต้องเป็นกลาง รับสภาพหากเปิดสภาไม่ได้ใน 30 วัน “นายกฯปู” สั่งฝ่ายความมั่นคง-กองทัพ-มท.สนธิกำลังหนุนเต็มสูบ พร้อมผุดแผนรับมือเหตุป่วน ปชป.สับทันควัน “ปู” พูดอย่างทำอย่าง ขู่เร่งรีบกาบัตรไม่สงบแน่ ด้าน “มาร์ค” ถกพรรคพลังชลหาแนวร่วม มั่นใจ 2 วันปั่นข้อเสนอปฏิรูปเสร็จทันดับวิกฤติ เตือนสติ ออกตัวแม้จะล้มเหลวก็ไม่สูญเปล่า “เรืองไกร” กัดติดยื่นผู้ตรวจการฯสอบจริยธรรมประธานศาลปกครองสูงสุด “ทายาทสมัคร-ประชา” อ่วม ศาลปกครองกลางสั่งชดใช้ 587 ล้าน เซ่นจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง กทม.

กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้นัดหมายหารือร่วมกับรัฐบาลเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ล่าสุดที่ประชุมทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกันแล้ว โดยกำหนดจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 20 ก.ค. โดย กกต.จะกลับไปร่าง พ.ร.ฎ.เลือกตั้งส่งเข้าขอความเห็นชอบต่อที่ประชุม ครม.ในวันที่ 6 พ.ค.นี้

นายกฯนั่งหัวโต๊ะถกปลัดกระทรวง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 เม.ย. ที่โรงเรียนนายเรืออากาศ ดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ขณะที่ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่ส่งตัวแทนมาเข้าร่วม โดยนายกฯกล่าวเปิดประชุมตอนหนึ่งว่า ไม่ได้เป็นการมอบนโยบาย แต่เป็นการประชุมเพื่อติดตามงานบริหารราชการและหน่วยงานของกระทรวงว่า ขณะนี้ได้รับผลกระทบด้านใดบ้าง โดยเฉพาะงานเร่งด่วนที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ขณะที่ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ การจัดทำงบประมาณล่าช้าออกไปกว่า 6 เดือน ขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันพยุงเศรษฐกิจไม่ให้เกิดผลกระทบมากไปกว่านี้ ขณะเดียวกันยังต้องติดตามความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้งที่ต้องหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงต้องพยายามบริหารราชการ บนเงื่อนไขข้อกฎหมายที่มีอยู่

“สมชัย” ตั้ง 5 เงื่อนไขถกรัฐบาล

ที่สำนักงาน กกต.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยก่อนหารือกับรัฐบาลว่า กกต.จะเสนอเงื่อนไขสำคัญที่อยากให้รัฐบาลเห็นชอบก่อนเคาะวันเลือกตั้ง ดังนี้ 1.รัฐบาลต้องรับประกันบรรยากาศการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม 2. ฝ่ายความมั่นคงต้องมีส่วนสนับสนุนให้การจัดการเลือกตั้งสำเร็จและเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย 3.รัฐบาลต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช้ อำนาจในฐานะรัฐบาลรักษาการ ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง 4.กรณีที่ กกต.เห็นว่าการดำเนินการเลือกตั้งจะเป็นไปโดยไม่เสรีและเป็นธรรมหรือไม่สงบเรียบร้อย กกต.จะขอใช้สิทธิเลื่อนวันลงคะแนน ในเฉพาะพื้นที่ที่เป็นปัญหา อาจเป็นรายหน่วย รายเขต รายจังหวัด หรือแม้กระทั่งรายภาค หรือทั้งประเทศ และ 5.รัฐบาลต้องยินยอมรับสภาพที่การเลือกตั้งอาจจะหย่อนบัตรสำเร็จ แต่อาจจะไม่สามารถเปิดสภาได้ใน 30 วัน

เผ่นหนีม็อบเปลี่ยนสถานที่คุย

กระทั่งเวลา 14.00 น. ที่อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศ ดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.การต่างประเทศ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ รมช.เกษตรฯ นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการ กกต.ทั้ง 5 คน นำโดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. และนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.เพื่อหาแนวทางข้อสรุปกำหนดวันเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวว่า สาเหตุที่ย้ายสถานที่หารือจากสำนักงาน กกต.มาที่โรงเรียนนายเรืออากาศ เนื่องจาก กปปส.เดินทางไปยังบริษัททีโอทีจำกัด มหาชน และไปรษณีย์แจ้งวัฒนะ เกรงว่าจะมาปิดล้อมทำให้หารือกันไม่ได้ จึงย้ายมาที่นี่ ซึ่งเป็นสถานที่สำรองที่เตรียมไว้อยู่แล้ว ประจวบกับนายกฯมีประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลา

“ปู” สั่งกองทัพ–มท.หนุนเต็มสูบ

จากนั้นเวลา 16.30 น. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังการหารือว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยดี กกต.โดยนายสมชัยได้เสนอปัญหาที่มีส่วนทำให้การเลือกตั้งที่ผ่านมามิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เช่น ปัญหาการรับสมัคร การขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ถูกปิดล้อมการจัดพิมพ์บัตร ซึ่งนายกฯรับทราบปัญหา ขณะเดียวกัน กกต.ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหา โดยจะมีการปรับปรุงแก้ไขประกาศ กกต.และแก้ไขปัญหาการบริหารการเลือกตั้ง เช่น ยกร่างฯการรับสมัครทางไปรษณีย์ ซึ่งนายกฯเห็นตรงกันว่าจะร่วมมือกับ กกต.แก้ไขปัญหา โดยจะส่งฝ่ายความมั่นคงทั้งกองทัพและกระทรวงมหาดไทย สนับสนุนการจัดการเลือกตั้งแบบเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้การเลือกตั้งสำเร็จ

เคาะแล้ว 20 ก.ค. วันเลือกตั้งใหม่

นายภุชงค์กล่าวต่อกว่า ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่าวันที่ 20 ก.ค. เหมาะสมที่จะจัดเลือกตั้ง โดยวันที่ 6 พ.ค. กกต.จะไปยกร่าง พ.ร.ฎ.วันเลือกตั้งใหม่แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบจากนั้นนายกฯจะนำร่าง พ.ร.ฎ.ขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป คาดว่าสัปดาห์หน้าจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ได้ ส่วนการประสานต่างๆ กกต.จะตั้งคณะทำงานมีตัวแทนหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม มาร่วมมือแก้ไขปัญหา สำหรับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวช-ชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้นำมาหารือกัน แต่รัฐบาลได้รับทราบเงื่อนไข 5 ข้อของ กกต.ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนวันลงคะแนนหากมีปัญหาเกิดขึ้น หรือกรณีที่ไม่สามารถเปิดสภาภายใน 30 วัน และรัฐบาลยังรับปากว่าพร้อมที่จะเสนอ พ.ร.ฎ.วันเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว หากมีปัญหาจนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ในวันที่ 20 ก.ค.

เล็งหารือกฤษฎีกาถ้าเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อถามว่า กกต.กับรัฐบาลได้หารือกรณีที่ระหว่างยกร่าง พ.ร.ฎ.แล้วมีเหตุหนึ่งเหตุใดทำให้รัฐบาลสิ้นสภาพ นายภุชงค์กล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการหารือกัน เพราะเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น และเป็นเรื่องที่นักกฎหมายหลายสำนักตีความต่างกัน แต่ กกต.จะหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาหากมีอะไรเกิดขึ้น เมื่อถามว่า กปปส.ยืนยันขัดขวางการเลือกตั้ง นายภุชงค์กล่าวว่า รัฐบาลกับ กกต.จะร่วมมือกันจัดการเลือกตั้งตามกฎหมาย แต่ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องแก้ไขไป ส่วนงบประมาณการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ คาดว่าคงไม่แตกต่างจากเดิมคาดว่าจะใช้งบประมาณไม่เกิน 3,800 ล้านบาท

6 พ.ค.ครม.เด้งรับเห็นชอบ พ.ร.ฎ.

ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ เปิดเผยว่า จากนี้ทาง กกต.จะกลับไปร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง และจะส่งมายังรัฐบาลในช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ค. ตรงกับวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อ ครม.จะได้มีการพิจารณาในวันนั้นทันที จากนั้นตามขั้นตอนจะประสานสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยกรอบเวลาการเลือกตั้งที่ กกต. เสนอคือวันที่ 20 ก.ค. รัฐบาลเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจาก กกต.จะมีเวลาแก้ไขกฎระเบียบการเลือกตั้งบางส่วนได้ ส่วนข้อกังวลเรื่องศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรี จากกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช. ในวันที่ 6 พ.ค. เชื่อว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นกับนายกฯ ซึ่งนายกฯมั่นใจต่อหลักฐานและคำชี้แจงที่ส่งไปยังศาลรัฐธรรมแล้ว และรัฐบาลยังไม่มีการวางตัวนายกฯสำรอง เนื่องจากเชื่อว่านายกฯยังจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ส่วนกระแสข่าวที่วางตัวให้ตนเป็นนายกฯก็ไม่มีเรื่องนี้เช่นกัน

ฝ่ายมั่นคงเร่งทำแผนรับมือ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่าฝ่ายความมั่นคงโดย ศอ.รส.ยืนยันจะดูแลจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามข้อเสนอของ กกต.ทั้ง 5 ข้อ โดยจะใช้กำลังทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันดูแลและเชื่อมั่นว่า การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เชื่อว่าการขัดขวางการเลือกตั้งจะลดน้อยลง เนื่องจากแกนนำ กปปส.บางส่วนถูกดำเนินคดีขัดขวางการเลือกตั้ง และยืนยันจะทำให้การเลือกตั้งเกิดความเป็นธรรม
ด้าน พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ยืนยันจะดูแลความเรียบร้อยในวันเลือกตั้งอย่างเต็มที่ สนธิกำลังทหารและตำรวจ ภายใต้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ตนจะกลับไปทำแผนดูแลการเลือกตั้ง ขณะที่นายกฯกำชับให้นำบทเรียนการจัดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานำมาเป็นบทเรียนดูแลการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ที่ประกาศขัดขวางการเลือกตั้ง เชื่อว่าทำความเข้าใจกันได้

เมิน กกต.มัดมือชกให้อำนาจ ปธ.กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือระหว่างคณะกรรมการ กกต.กับรัฐบาล นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการ กกต. เสนอต่อรัฐบาลด้วยว่า ในการร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง อยากเพิ่มรายละเอียดว่า หากการเลือกตั้งล่วงหน้า 7 วันก่อนถึงวันเลือกตั้งจริงมีปัญหาไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ให้ประธาน กกต.มีอำนาจเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปได้ แต่นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โต้แย้งว่าไม่เคยมีการร่าง พ.ร.ฎ.แบบนี้มาก่อน เพราะถือว่าเป็นการบังคับพระราชอำนาจ และหากประธาน กกต.ทำผิด นายกฯในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง จึงได้เสนอว่า หากระบุใน พ.ร.ฎ.ไม่ได้ ขอให้ทำเป็นบันทึกช่วยจำ (เอ็มโอยู) ได้หรือไม่ ที่จะให้อำนาจประธาน กกต.เลื่อนวันเลือกตั้ง โดยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ได้โต้แย้งว่า เข้าใจว่า กกต.หวังดี แต่นายสมชัยพูดแบบนี้ไม่ได้ เพราะปัญหายังไม่เกิดขึ้น ไว้เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยมาคิดกัน

ปชป.ขัดคอทันควันลุยกาบัตรวุ่นแน่

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ รัฐบาลและ กกต. ตกลงให้ตราร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค.ว่า น่าเสียดายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ พาประเทศเข้าสู่มุมอับ ทั้งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พยายามจะหาทางออกให้ประเทศ การตัดสินใจเช่นนี้ จะทำให้นายอภิสิทธิ์ทำงานยากขึ้น และสวนทางกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ระบุว่า จะให้โอกาสนายอภิสิทธิ์ทำงาน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะลงเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ของพรรคที่จะตอบคำถามนี้ ที่ผ่านมาเราตั้งคำถามไปยังรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้แก้ปัญหาให้เกิดความสงบหลายเรื่อง แต่รัฐบาลไม่คิดจะตอบ ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเรียบร้อยขอให้เดินหน้า และต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะไม่เรียบร้อยแน่นอน พรรคคงเรียกประชุมอดีต ส.ส.ของพรรคในเวลาที่เหมาะสม แต่มั่นใจว่าพรรคจะไม่ถูกโดดเดี่ยว ปัญหาที่เกิดขึ้นคนไทยจะเห็นว่าคนที่ไม่ต้องการให้บ้านเมืองสงบคือพรรคเพื่อไทย

“มาร์ค” ถก พช.ไม่ขัดจัดเลือกตั้งช้า

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และคณะ เดินทางเข้าหารือกับนายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังชล เพื่อเสนอทางเลือกทางออกของประเทศแก้ไขวิกฤติการเมือง ใช้เวลาหารือ 45 นาที กระทั่งเวลา 10.45 น. นายอภิสิทธิ์พร้อมนายสนธยาแถลงผลหารือร่วมกันว่าการเลือกตั้งในบรรยากาศที่บ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อย อาจเกิดปัญหาเลือกตั้งไม่สำเร็จ พรรคพลังชลไม่ติดใจถ้าการเลือกตั้งจะล่าช้าออกไป เพื่อให้ปัญหาคลี่คลายและการเลือกตั้งสำเร็จ ไม่เป็นโมฆะซ้ำอีก พรรคพลังชลพร้อมพิจารณาข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ก่อนกำหนดท่าที ทั้งนี้ นายสนธยากล่าวว่าพรรคพลังชลไม่เคยระบุว่าจะต้องเลือกตั้งภายในวันที่เท่าไหร่ตามที่พรรคเพื่อไทยอ้าง พรรคร่วมรัฐบาลยังไม่เคยหารือกัน ต้องรอข้อสรุปของนายกฯ กับ กกต.จากนั้นพรรคร่วมรัฐบาลจะหารือกัน ถ้านำจุดร่วมทุกฝ่ายมัดรวมกันและเจรจาน่าจะเป็นทางออกที่ดี

ยัน 2 วันข้อเสนอเสร็จทันดับวิกฤติ

ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หลังจากนี้จะสรุปข้อเสนอเพื่อเสนอต่อสาธารณะและเสนอให้ กปปส.กับรัฐบาลพิจารณา กำลังดูรูปแบบเหมาะสมว่าต้องไปเจรจากับ กปปส.และรัฐบาลหรือไม่ คาดว่าจะทำได้เสร็จภายใน 2 วัน ยืนยันไม่ได้ประวิงเวลา เพราะมีกรอบเวลาหลายเรื่องบังคับอยู่ ทั้งคดีความและการเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆ รวมทั้งการจะออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง หลังนายกฯ กับ กกต.หารือ เบื้องต้น กกต.จะเสนอให้เลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค.ร่าง พ.ร.ฎ.น่าจะมีผลบังคับใช้วันที่ 20 พ.ค. คือ 60 วันก่อนเลือกตั้ง จึงมั่นใจว่าข้อเสนอตนจะออกมาก่อน ให้ทุกฝ่ายพิจารณาและแก้ปัญหาได้ทัน ฝากถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เคยพูดว่าจะให้ โอกาสตนหาทางออกประเทศ ขอให้ปฏิบัติตามที่พูดพิจารณาข้อเสนอของตนก่อนตัดสินใจ อย่าปิดทางเลือกประชาชน

ถึงล่มปากอ่าวก็ไม่เสียเปล่า

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ภายหลังทำข้อเสนอแล้วถือว่าภารกิจเสร็จสิ้น ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ไม่สูญเปล่า ถือว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองในภาวะที่มีวิกฤติแล้ว จะได้รับการตอบสนองหรือไม่ขึ้นกับการตัดสินใจแต่ละฝ่าย การทำงานครั้งนี้ตนไม่ได้เป็นตัวกลางเจรจากับฝ่ายใด แต่เดินสายเพื่อดึงจุดร่วมของฝ่ายต่างๆมาเป็นทางเลือกให้ประชาชน และไม่เคยร้องขอให้ กปปส.หยุดเคลื่อนไหว ทุกคนมีสิทธิ์เคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญได้เต็มที่

ปชป.จ่อทำพิมพ์เขียวผ่าทางตัน

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเดินสายของนายอภิสิทธิ์ ไม่มีการเจรจาต่อรองหรือมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนทางการเมือง และไม่มีการเจรจาหาคำตอบที่ลงตัวสำหรับการเมือง ซึ่งภายใน 2 วันนี้จะจัดพิมพ์เขียวปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงประเทศไทย รวมทั้งแผนการปฏิรูประบบการเลือกตั้ง 8 ประเด็นใหญ่ และจะทยอยเผยแพร่ โดยมีกลไกผูกมัดนักการเมืองให้ปฏิบัติตาม เพื่อแก้ไขปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ ที่ตอบโจทย์ประชาชนที่อยากเห็นการปฏิรูป

จี้ “ปู” ปรามลิ่วล้อดึงป๋ายุ่งการเมือง

นายชวนนท์กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีความพยายามจะดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาข้องเกี่ยวกับการเมือง ขอให้รัฐบาลยุตินำเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันมาเกี่ยวข้อง มิเช่นนั้นจะถือว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพรูปแบบหนึ่ง โดยเฉพาะกรณีนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ และแกนนำ นปช. กระทำการไม่เหมาะสม จะขอเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พยายามจะดึง พล.อ.เปรมมาเพื่อปลุกระดมคนเสื้อแดง ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ปรามและจัดการคนเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นถือว่ามีพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอก หลิ่วตาให้คนของตนเองทำลายโครงสร้างสำคัญประเทศ

เครือข่ายปฏิรูปฯชง 4 ทางออก

ที่โรงแรมเดอะสุโกศล เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปจัดเวทีระดมความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ครั้งที่ 4 การปฏิรูปบนวิถีประชาธิปไตย โดยนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม อ่านแถลงการณ์ว่า เครือข่ายได้รับฟังข้อคิดเห็นจากคู่ขัดแย้ง และเวทีต่างๆทั่วประเทศ มีข้อเสนอแนะได้แก่ 1.ประชาชนทุกฝ่ายต้องไม่ยอมรับการก่อความรุนแรงในทุกรูปแบบ 2.เจ้าหน้าที่รัฐต้องสืบสวนสอบสวนนำผู้กระทำความรุนแรงจนเกิดการเสียชีวิต บาดเจ็บมาลงโทษโดยเร็ว ไม่เลือกว่าเป็นฝ่ายใด 3.เครือข่ายฯสนับสนุนให้มีการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง เครือข่ายฯจะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อร่วมยุติความรุนแรง การสร้างความเกลียดชัง เพื่อให้การปฏิรูปเดินหน้าไปด้วยสันติสุข 4.การกำหนดวันเลือกตั้ง โดยไม่มีการเจรจาหาทางออกจากความขัดแย้งร่วมกัน และกำหนดแนวทางการปฏิรูปประเทศจนได้ข้อสรุปที่ยอมรับร่วมกันของทุกฝ่าย นอกจากจะมิใช่แนวทางแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้แล้ว ยังเป็นการสร้างประเด็นปัญหาเพิ่มขึ้นในสังคมไทยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดเงื่อนไขข้อเรียกร้องทางการเมือง ถอยคนละก้าว หันมาร่วมคิดร่วมคุยใช้กลไกประชาธิปไตย เพื่อหาทางออกจากวิกฤตการณ์การเมือง เพื่อนำประเทศก้าวสู่การปฏิรูปบนพื้นฐานแห่งประโยชน์ของประเทศ

“เฉลิม” กระตุกต่อมอายศาลปกครอง

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงกรณีนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ทำบันทึกข้อความถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. สนับสนุนให้ พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงกุล รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก ขึ้นเป็นระดับ ผกก.โดยให้เหตุผลเพราะเป็นเพื่อนสนิทหลานชายนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุดว่า ศาลปกครองจะตั้งคณะกรรมการสอบกันอย่างไรให้สังคมตัดสิน แต่ ศอ.รส.เห็นว่าเวลาศาลปกครองตัดสินลงโทษนายกฯเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายคดีนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.นั้นเฉียบขาด ทั้งที่ใช้อำนาจฝ่ายบริหาร แต่เวลาพวกคุณทำไม่อับอายกันบ้างหรือ

“เรืองไกร” ยื่นผู้ตรวจฯสอบจริยธรรม

ที่พรรคเพื่อไทย นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ได้ยื่นเรื่องทางไปรษณีย์ส่งถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ตรวจสอบเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมตามระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองว่าด้วยประมวลจริยธรรมของเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลปกครอง พ.ศ.2555 ข้อ 12 (8) และ (10) หรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบประธานศาลปกครองสูงสุดด้วยว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมตามประกาศ ก.ศป.เรื่องวินัยการเป็นตุลาการศาลปกครอง ข้อ 7 วรรคหนึ่งหรือไม่ เพราะเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองกระทำการให้ประธานศาลปกครองสูงสุดได้รับประโยชน์เรื่องนี้ ดังนั้นควรตั้งคณะกรรมการสอบประธานศาลด้วย เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ

“วัฒนา-อภิรักษ์” เฮชนะคดี กทม.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง ศาลฯได้ออกบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 1227/2554 ที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร (กทม.) คดีหมายเลขดำที่ 1234/2554 นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย ยื่นฟ้อง กทม. คดีหมายเลขดำที่ 1287/2554 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ยื่นฟ้อง กทม. ในคดีข้อพิพาทที่ กทม. มีคำสั่งให้บุคคลทั้ง 3 คน ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากการทำสัญญาซื้อขายรถเรือดับเพลิง และอุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศาลฯพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่ง กทม.ที่มีต่อนายวัฒนาและนายอภิรักษ์ เนื่องจากเห็นว่าไม่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่านายวัฒนาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขระเบียบ ประกอบกับก่อนหน้านี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษายกฟ้องนายวัฒนาแล้ว เช่นเดียวกับนายอภิรักษ์ ที่ศาลฎีกาฯพิพากษาว่าการกระทำของนายอภิรักษ์ไม่เป็นความผิด

“ทายาทสมัคร-ประชา” ชดใช้ 587 ล้าน

ขณะเดียวกันศาลฯยังได้พิพากษาเพิกถอนคำสั่ง กทม.จากเดิมที่ให้นายประชา มาลีนนท์ ต้อง จ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายกับ กทม. 1,296,794,910.27 บาท โดยให้นายประชาจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายเพียง 587,580,000 บาท หรือร้อยละ 30 ของความเสียหายทั้งหมด 1,958 ล้านบาทเศษ มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 24 พ.ย.53 ต่อมาเวลา 10.30 น. ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ 1843/2553 ที่ กทม.ยื่นฟ้องคุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช ภริยานายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าฯ กทม. และบุตรในฐานะทายาท โดยมีคำพิพากษาให้ทายาทของนายสมัครร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหาย ร้อยละ 30 ของความเสียหายทั้งหมด 1,958 ล้านบาทเศษ หรือ 587,580,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้อง ให้ชำระเสร็จภายใน 60 วันตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา เนื่องจากพยานหลักฐานฟังได้ว่า การกระทำของนายสมัครจงใจประมาทเลินเล่อ ทำให้ กทม.เสียหาย ทั้งนี้ หาก กทม.ฟ้องบริษัทสไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จำกัด ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขาย เรียกทรัพย์สินคืน และศาลดังกล่าวมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้คู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิม หรือคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ มีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้คู่กรณีตกลงกันด้วยดี ทำให้ค่าความเสียหายลดลงเพียงใด ก็ให้ทายาทนายสมัครรับผิดชอบตามอัตราส่วนตามที่ศาลกำหนดให้เพียงนั้น

ทนายจ่ออุทธรณ์เกี่ยวพันมรดก

ด้านนายสุขสันต์ สุขสวัสดิ์ ทนายความของคุณหญิงสุรัตน์กล่าวว่า หลังจากนี้จะไปปรึกษากับคุณหญิงสุรัตน์ และทายาททั้งสองเรื่องการอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุด จะต่อสู้ในประเด็นที่ว่าศาลปกครองไม่มีอำนาจพิพากษาในคดีนี้ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับมรดกที่ควรต้องยื่นฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง

ทนาย “ปู” ดิ้นฟ้อง ป.ป.ช.ผิด ม.157

วันเดียวกัน นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทีมทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.ยกคำร้องของนายกฯที่ขอให้ไต่สวนพยานคดีจำนำข้าว 7 ปาก และการลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวในโกดังว่า ทีมทนายความจะทำหนังสือชี้แจงต่อ ป.ป.ช.เป็นครั้งสุดท้ายว่า นายกฯไม่สมควรถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง เพราะไม่ได้ทำผิด ไม่ได้ละเลยเพิกเฉยการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว จะไปยื่นคำชี้แจงดังกล่าวเร็วๆนี้ ก่อนที่ ป.ป.ช.จะลงมติตัดสินคดี เพื่อให้ ป.ป.ช.คำนึงถึงความเป็นธรรมก่อนตัดสินคดี การอ้างเหตุผลว่าเป็นพยานที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ถูกกล่าวหา เป็นการด่วนสรุป ละเลยไม่ตรวจสอบหลักฐาน ไม่ให้ความเป็นธรรมนายกฯ ถือว่าใช้ดุลพินิจไม่สุจริต ทีมทนายความจึงรวบรวมหลักฐานพฤติกรรมไม่ชอบของ ป.ป.ช.เพื่อเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการใช้ดุลพินิจไม่ชอบ ตัดพยาน

“สุรชัย” ดี๊ด๊าพร้อมชิงประธานวุฒิฯ

ส่วนความคืบหน้าในการชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภาคนใหม่ วันเดียวกัน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศ-ชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา จะเสนอญัตติเพื่อให้เลือกประธานและรองประธานวุฒิในการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญหลังจากพิจารณาวาระการลงมติให้ความเห็นชอบ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นกรรมการ ป.ป.ช. และผู้ทรงคุณวุฒิในศาลปกครองเสร็จแล้ว โดยจะเสนอชื่อนายสุรชัยเข้าชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภาว่า ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะเห็นเช่นไร ไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีสิทธิ์พิจารณาได้หรือไม่ ถ้าตนได้รับความไว้วางใจก็พร้อมแข่งขันตามกติกาและข้อบังคับที่กำหนดไว้ เมื่อถามว่า หากได้รับตำแหน่งจริงจะรับมือต่อแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองต่างๆได้หรือไม่ นายสุรชัยตอบว่า ตนพร้อม ขนาดปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภายังมีแรงบีบมาทุกทาง ถ้าได้รับความไว้วางใจจริงถึงตอนนั้นก็ต้องทนให้ได้

“จองชัย” เล็งยื่นญัตติค้าน

ด้านนายจองชัย เที่ยงธรรม ส.ว.สุพรรณบุรี หนึ่งในแคนดิเดตเข้าชิงประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่จะมีสมาชิกวุฒิสภาเสนอญัตติการเลือกประธานวุฒิสภา ในสมัยประชุมวิสามัญวุฒิสภาว่า ไม่เห็นด้วยในการเร่งวันเลือกประธานวุฒิสภา อาจได้ประธานวุฒิสภาไม่มีคุณภาพ และถูกเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาคัดค้านในที่ประชุมได้ จะได้เสนอเลื่อนญัตติการเลือกประธานวุฒิสภาออกไปก่อน เพราะยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ยังมีผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่อยู่ แต่เชื่อว่าจะมีการเสนอญัตติเลือกประธานวุฒิสภาในช่วงวันสุดท้ายของการเปิดประชุมวุฒิสภา หรือประมาณวันที่ 8-9 พ.ค. ซึ่งตนก็พร้อมจะลงชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภาทันที

“จารุวรรณ” มั่นใจเคลียร์ กกต.จบ

ขณะที่คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ส.ว. กทม.ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องร้องเรียนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต.ได้ไปชี้แจงข้อกล่าวหาแล้ว การที่เคยไปพื้นที่ชุมนุมกลุ่ม กปปส. ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะแค่ไปเดินเฉยๆ หรือต่อให้ขึ้นไปปราศรัยบนเวทีก็ไม่น่าจะผิด มั่นใจว่าจะได้ปฏิบัติหน้าที่ ส.ว. หวังว่าจะได้ทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เพราะเคยมีประสบการณ์ จึงเข้าใจบทบาทการทำหน้าที่ด้านนี้เป็นอย่างดี ส่วนกระแสข่าวมี ส.ว.สรรหาสนับสนุนให้เข้าชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน น่าจะปล่อยให้เป็นเรื่องของคนอยากเป็นจะดีกว่า

“รมต.พีรพันธุ์” เสียชีวิต

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 เม.ย. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งได้เข้ารับการรักษาอาการโรคหัวใจและมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบ ที่โรงพยาบาลพญาไทนวมินทร์ ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ถึงแก่อสัญกรรมแล้วด้วยภาวะอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดร่วมกับเส้นเลือดในสมองตีบ โดย นพ.นิพนธ์ ธีราโมกข์ ผอ.โรงพยาบาลพญาไทฯ กล่าวว่า นายพีรพันธุ์เข้ามารับการรักษาที่ รพ.พญาไทนวมินทร์ เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา แพทย์ได้ตรวจพบภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ จากนั้นวันที่ 28 เม.ย.ตรวจพบภาวะแทรกซ้อนเส้นเลือดเลี้ยงสมองตีบ มีความดันในสมองจึงมีอาการสมองบวม แพทย์จึงผ่าตัดระบายความดันในสมอง และเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 30 เม.ย. พบว่า นายพีรพันธุ์มีภาวะการเต้นของหัวใจผิดปกติมากขึ้น ประกอบกับเส้นเลือดในสมองตีบ ส่งผลให้นายพีรพันธุ์ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเวลา 06.36 น. คณะแพทย์สรุปสาเหตุการถึงแก่อสัญกรรมว่า กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เพราะภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ร่วมกับภาวะหลอดเลือดในสมองตีบ โดยศพจะเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลพญาไทนวมินทร์ ไปตั้งสวดพระอภิธรรมศพที่วัด พระศรีมหาธาตุ บางเขน ในวันที่ 2 พ.ค.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งกกตรัฐบาลพ.ร.ฎ.จัดเลือกตั้งยิ่งลักษณ์ ชินวัตรสมชัย ศรีสุทธิยากร

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้