ข่าว
100 year

หมูมาไก่ไป "ปู-อภิสิทธิ์"

สายล่อฟ้า1 พ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

กลับเข้าดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการเรียบร้อยไปแล้ว หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้นายถวิล เปลี่ยนศรี เป็นเลขาธิการ สมช.และให้ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำ

แต่ในฐานะตำแหน่งเลขาธิการ สมช.ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงโดยตรง ยิ่งในสถานการณ์การเมืองที่ดำรงอยู่ในขณะนี้กลับไม่มีชื่อเป็นกรรมการ ศอ.รส.แต่อย่างใด

ตรงกันข้ามมีการแต่งตั้งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และ พล.ท.ภราดรเป็นกรรมการแทน โดยให้นายถวิลไปรับผิดชอบดูแลงาน 3 จังหวัดภาคใต้

การทำงานของนายถวิลคงจะยุ่งยากพอสมควร เพราะเป็นข้าราชการที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ยอมรับจนเกิดปัญหาขึ้นมา

นั่นเป็นความก้าวหน้าอีกด้านหนึ่งที่คู่ขนานไปกับการที่นายกฯได้ส่งคำชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคดีโยกย้ายนายถวิลที่ถูกร้องว่าเป็นการกลั่นแกล้งและแทรกแซงหรือไม่

ปฏิทินศาลรัฐธรรมนูญได้ระบุให้ผู้ถูกร้องและผู้ถูกร้องฝ่ายละ 2 คน เข้าชี้แจงในวันที่ 6 พ.ค. 57 ซึ่งน่าจะจุดท้ายก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยออกมา

ด้วยเงื่อนเวลาจึงคาดการณ์กันว่าคดีนี้จะรู้ผลภายในเดือน พ.ค.

แน่นอนว่าการชี้ขาดคดีนี้มีความสัมพันธ์กับความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่อาสาเป็น “คนกลาง” เพื่อเดินสายเจรจากับฝ่ายต่างๆ ล่าสุดได้พบกับ กกต.ที่ได้เสนอเงื่อนไขในการเลือกตั้ง

และยังไปพบกับนายบรรหาร ศิลปอาชา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการหาทางออกของประเทศ

ขณะที่ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิดอดีต ส.ว. 50 คน ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องเข้าสู่การถอดถอนและการดำเนินคดีทางอาญา อันต่างไปจากนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาที่กำลังรอขั้นตอนการถูกถอดถอน

นอกจากนั้น ยังมีมติไม่อนุญาตให้เพิ่มพยานจากการที่รัฐบาลได้ร้องขอจึงเท่ากับว่า ป.ป.ช.จะเดินหน้าที่ลงมติคดีรับจำนำข้าวที่นายกฯถูกร้องว่ามีความผิดหรือไม่ในฐานะที่ดูแลรับผิดชอบ

นั่นแสดงให้เห็นว่ากระบวนการทางกฎหมายเดินหน้ามาจนถึงจุดสุดท้ายที่จะวินิจฉัยชี้ขาดอันเกี่ยวข้องกับสถานภาพของนายกฯและรัฐบาล

จึงไม่ต้องแปลกใจว่าการที่นายอภิสิทธิ์พยายามที่จะเดินหน้าใส่เกียร์ห้าเพื่อเร่งรีบในการเจรจาหาทางออกให้ประเทศ

ก่อนจะถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.วินิจฉัยคดี

เช่นกัน ฝ่ายรัฐบาลได้แสดงอาการขานรับการเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์อย่างเต็มที่ นายกฯบอกว่า ขอเวลาให้นายอภิสิทธิ์ได้ทำงานก่อน

การแสดงท่าทีสนับสนุนนายอภิสิทธิ์อย่างออกหน้าออกตาทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เป็นคู่ปรับคนสำคัญ นั่นเป็นเครื่องบ่งบอกว่า หากนายอภิสิทธิ์สามารถหาทางออกได้ก็จะเป็นทางออกของรัฐบาลด้วยเช่นกัน

กกต.รับปากนายอภิสิทธิ์ว่าจะนำข้อเสนอที่มีการพูดคุยกันไปบอกกล่าวนายกฯในการพบปะกันเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง

ซึ่งน่าเชื่อว่าคงจะสามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้โดยยึดเอาข้อเสนอแนะดังกล่าวมาเป็นตัวกำหนดเป็นการแลกเปลี่ยน

แบบ “หมูมาไก่ไป” ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน...ว่างั้นเถอะ

อันเป็นช่องทางหนึ่งที่รัฐบาลสามารถกำหนดเงื่อนไขให้มีการกำหนดวันเลือกตั้งได้ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญและป.ป.ช.จะวินิจฉัย

เป็นการชิงจังหวะไปก่อนหนึ่งก้าวเพื่อความแน่นอนว่าต้องมีการเลือกตั้งแน่.

 

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าหมูมาไก่ไปปูยิ่งลักษณ์ ชินวัตรมาร์คอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้