วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกจ้าง รพ. โร่แจ้งความถูกเพื่อนหลอกลงทุนกว่า10ล.

ลูกจ้างโรงพยาบาลสกลนครกว่า 10 รายรวมตัว แจ้งความถูกเพื่อนซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายจัดเก็บรายได้ของโรงพยาบาล หลอกให้ร่วมลงทุน รวมกว่า 10 ล้านบาท ก่อนเชิดเงินหนี ตร.ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา รอสอบผู้เสียหายทั้งหมดก่อน...

เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 29 เมษายน 2557 ที่ สภ.เมืองสกลนคร ร.ต.อ.นาวี แก้วก่า ร้อยเวรฯ รับแจ้งจาก นางวาสนา สกลธวัฒน์ อายุ 32 ปี พนักงานฝ่ายการเงินและบัญชีของโรงพยาบาลสกลนคร และเพื่อนๆ ซึ่งเป็นข้าราชการ ของ รพ.สกลนคร กว่า 10 คน ว่าพวกตน ถูกนางสาวยุพิณ จันทรุกขา หรือ จอย พนักงานฝ่ายจัดเก็บรายได้ของโรงพยาบาลสกลนคร ฉ้อโกงทรัพย์สินมูลค่ากว่า 10,000,000 บาท

นางวาสนา เปิดเผยว่า ตนและนางสาวยุพิณ เป็นเพื่อนสนิทกัน ทำงานด้วยกันมานานหลายปี ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน 2557 นางสาวยุพิณ ได้บอกกับพวกตนว่า หากต้องการลงทุนทำธุรกิจตั้งเต็นท์จำหน่ายรถมือสอง ให้ระดมเงินทุนมาลง ไม่กี่เดือนก็จะได้เงินคืน พวกตนจึงหลงเชื่อโอนเงินให้คนละ 2 แสน ถึง 2 ล้าน โดยเมื่อจ่ายเงินให้นางสาวยุพิณไป จำนวน 2 ล้าน จะได้เงินคืน 2 แสนบาท จึงมีผู้ร่วมลงทุนกับนางสาวยุพิณ กว่า 10 คน เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท แต่เมื่อครบกำหนดจะใช้คืน นางสาวยุพิณ กลับไม่ชำระคืน จึงได้ตามทวงถามหลายครั้ง และครั้งล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่สามารถติดต่อนางสาวยุพิณได้อีก ทราบแต่เพียงว่านางสาวยุพิณ พร้อมครอบครัว ได้หลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

"ครั้งแรกจอยเคยบอกเพื่อนๆ ว่า ต้องการที่จะทำงานเก็บเงินไปตั้งหลักใหม่กับครอบครัว จึงขอกู้ยืมเงินกับตนและเพื่อนๆ เพื่อลงทุนทำธุรกิจ โดยตนได้ให้จอยยืมเป็นเงินทั้งสิ้น 500,000 บาท เหตุผลที่ตนไว้ใจให้จอยยืมเงิน เพราะจอยเป็นคนที่หน้าตาใสซื่อ น่าสงสาร และเป็นเพื่อนทำงานร่วมกันมานาน บวกกับที่ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียเรื่องการเงินมาก่อน ตนจึงไว้ใจ ในการนัดคืนเงินในรอบแรกมูลค่า 500,000 บาท หนูและจอยได้โทรศัพท์ติดต่อนัดสถานที่กันเรียบร้อยแล้ว แต่จอยกลับบอกว่า พ่อกำลังโดนจับ และสามีกำลังโดนซ้อมอยู่ที่ประเทศลาว ในข้อหาเล่นการพนันในบ่อนไก่ จอยจึงบอกหนูว่ายังไม่สามารถนำเงินไปให้ตอนนี้ได้ และกำลังเดือดร้อนต้องการเงินอีก 2,000,000 บาท เพื่อไปประกันตัวพ่อกับสามี เพราะโดนขู่ว่าจะนำพ่อและสามีไปประหารชีวิต จอยจึงวานให้หนูช่วยยืมเงินจากเพื่อนและญาติคนอื่นให้ โดยบอกว่าถ้าให้ยืมเงิน 100,000 บาท จะให้กำไร 10,000 บาท ตนจึงไปขอยืมกับเพื่อนและญาติมาให้" นางวาสนา กล่าว

นางวาสนา เล่าอีกว่า ก่อนวันที่ นางสาวยุพิณ และครอบครัวจะหลบหนีไป นางสาวยุพิณ โทรมาบอกตนว่า ขอกู้ยืมเงินอีก โดยทางบริษัทรถค่ายหนึ่งจะนำเงินมาให้ และก็จะนำมาใช้คืนตน พร้อมทั้งให้เบอร์ของพนักงานบริษัทค่ายรถดังกล่าวมา เมื่อโทรไปตรวจสอบ กลับไม่ใช่เบอร์ของคนที่ นางสาวยุพิณ ให้ไว้ จากนั้นเช้าอีกวัน มีโทรศัพท์โทรเข้ามาบอกว่า ตอนนี้ นางสาวยุพิณ กับครอบครัว ได้หอบเงินทั้งหมดหลบหนีไปแล้ว ขณะเดียวกัน ก็ยังมีพนักงาน และลูกจ้างในโรงพยาบาลอีกหลายคน ที่โดนหลอกยืมเงินเพื่อนำไปลงทุน รวมเป็นเงินกว่า 10,000,000 ล้านบาท โดยทุกคนไม่สามารถติดต่อ หรือตามตัว นางสาวยุพิณ ได้เลย ตนจึงพร้อมด้วยผู้เสียหายกว่า 10 ราย นำหลักฐานการกู้ยืมเงิน สัญญาต่างๆ และรูปภาพ มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ฐากูรสมบัติ สวงโท ผกก.สภ.เมืองสกลนคร กล่าวว่า คดีนี้น่าจะเข้าข่ายฉ้อโกง เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาได้เตรียมวางแผนขอกู้เงิน ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่สามารถจ่ายคืนได้ เข้าข่ายมาตรา 341 ของกฎหมายอาญา แต่พฤติกรรมของการกู้เงินไม่เหมือนกัน ฉะนั้น ต้องสอบสวนผู้เสียหายทุกคนว่า ลักษณะของการกู้เป็นอย่างไร กู้มีหลักฐานสัญญาการกู้หรือไม่ เป็นการกกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ ขณะนี้จึงยังระบุไม่ได้ว่าจะแจ้งข้อหาอะไร เพราะต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายก่อน จากนั้นก็จะออกหมายจับผู้กระทำผิดได้ แต่ก็เป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่จะนำเงินไปลงทุนอะไร ขอให้ตรวจสอบให้แน่ใจก่อน.

ลูกจ้างโรงพยาบาลสกลนครกว่า 10 รายรวมตัว แจ้งความถูกเพื่อนซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายจัดเก็บรายได้ของโรงพยาบาล หลอกให้ร่วมลงทุน รวมกว่า 10 ล้านบาท ก่อนเชิดเงินหนี ตร.ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา รอสอบผู้เสียหายทั้งหมดก่อน... 29 เม.ย. 2557 16:54 ไทยรัฐ