วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เมืองอุดรฯพร้อมรับมืออาชญากรรมข้ามชาติเปิด AEC 58

เมืองอุดรฯพร้อมรับมืออาชญากรรมข้ามชาติเปิด AEC 58

  • Share:

จ.อุดรฯประชุมร่วมกับ สปป.ลาว เตรียมพร้อมรับมือ AEC 58

อุดรฯเมืองหน้าด่านลาวสู่ไทย ประชุมพร้อมรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ AEC ปี 58 โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ ยาเสพติด การโจรกรรมรถ รวมถึง ก.ม.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 29 เมษายน ที่โรงแรมเซนทารา จ.อุดรธานี นายสุทธินันท์ บุญมี รองผวจ.อุดรธานี นายชูชัย อักขระ อธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการภาค 4 พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี รอง ผบช.ภ.4 นางทุมลี วงพระจันทร์ อธิบดีสหพันธ์แม่หญิงลาวและเด็ก ร่วมเปิดการประชุมโครงการ "เตรียมความพร้อมรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน" โดยมีเจ้าหน้าที่จากไทยและ สปป.ลาว เข้าร่วมประชุม โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการร่วมมือระหว่าง ศูนย์พันธกิจประชาคมอาเซียน สำนักงานต่างประเทศ สำนักอัยการสูงสุด จัดโครงการนี้ขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่แนวรอยต่อชายแดนประเทศไทยและ สปป.ลาว ในเรื่องการค้ามนุษย์ ยาเสพติด การโจรกรรมรถ ทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า รวมถึงกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากประชาคมอาเซียน จะเกิดขึ้นในปี 2558 ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของคน ทรัพย์สิน แรงงาน ทรัพยากรต่างๆ ใน 10 ประเทศ ซึ่งจะเป็นการส่งผลกระทบโดยตรง ต่อสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ของทุกประเทศของภูมิภาคอาเซียน การเคลื่อนย้ายไม่เพียงแต่มีด้านดีเท่านั้น ยังส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบต่างๆ เพื่อแสวงหาประโยชน์อันไม่ชอบ การรอตั้งรับเพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมคงไม่ทันการณ์ และไม่เพียงพอ

ศูนย์พันธกิจประชาคมอาเซียน สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เล็งเห็นความจำเป็น ที่จะต้องเสริมสร้างความเข้าใจและประสานความร่วมมือของข้าราชการ พนักงาน และบุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี จึงได้จัดทำโครงการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมืออาชญากรรมข้ามชาติเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนขึ้น โดยกำหนดให้มีการจัดการประชุมในเขตภูมิภาคที่คาดว่าน่าจะมีการเคลื่อนย้ายประชากรเป็นจำนวนมาก เมื่อประเทศไทยเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซี่ยนอันได้แก่ จ.เชียงใหม่ อุดรธานี ภูเก็ต ซึ่งแต่ละพื้นที่ล้วนมีลักษณะเฉพาะของปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และความรุนแรงต่อเด็กและสตรีที่เกิดขึ้น เพื่อให้บุคลากรจากสำนักงานอัยการสูงสุด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เขตพื้นที่ดังกล่าวเข้าใจและตระหนักเกี่ยวกับสภาพปัญหาให้ถูกต้องตรงกัน มีโอกาสเสนอแนวความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน ทั้งในมิติของสังคม และมิติของกฎหมาย เพื่อนำไปสู่การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และคุ้มครองเหยื่อที่ได้รับความรุนแรงอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่ความร่วมมือกันเพื่อความยุติความรุนแรงในเด็กในสตรีในที่สุด

ตลอดจนเป็นการจุดประกายสำคัญในการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบหนึ่งด้วย รวมถึงการศึกษา กฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี กับอาชญากรรมข้ามชาติ ความรุนแรงเด็กและสตรี ขั้นตอนในการช่วยเหลือ ทางภาคประชาสังคม เพื่อขยายความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ในระดับของสหวิชาชีพในเขตพื้นที่ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการป้องกันในการแก้ไขปัญหาที่จะเกิด ก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้