วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'พท.' จวก 'มาร์ค 360' รับเสียดายเดินสายหา'กกต.' ไม่ประกาศลง ลต.

"อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด" ชี้ "สุเทพ" เน้นใช้ความรุนแรง ซัด "องอาจ" 7 บรรทัด อย่าเกี๊ยะเซียะมวยล้มต้มคนดู เผยสังคมไม่สบายใจท่าที "ศาลรัฐธรรมนูญ"

วันที่ 29 เม.ย. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินสายพบปะบุคคลต่างๆ รวมถึงต้องการพบนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยขอให้มีการถ่ายทอดสดการด้วย ว่า

นายอภิสิทธิ์ สบายใจได้ใครก็ตามที่ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย ไม่เลือกข้าง 2 มาตรฐาน มีคุณธรรม จริยธรรม มุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งมากกว่าสร้างราคาให้ตนเอง ไม่ปิดกั้นสามารถพูดคุยได้ ถือเป็นเรื่องดีที่คนสร้างปัญหาจะขันอาสามาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ชนิดต้องให้ฉายา "มาร์ค 360 องศา" ไม่ต้องไปเดินสายเป็นพ่อพวงมาลัย แก้เก้อ ทั้งที่หลายเรื่อง โลกรู้ คนไทยรู้ แต่อภิสิทธิ์ไม่รู้

เช่น ผบ.ทสส. บอกว่า การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง กกต.บอกว่า ทุกพรรคพร้อมลงเลือกตั้ง เสียดาย อุตส่าห์ไป กกต.แทนที่จะประกาศกับกกต.ไปเลยว่าพร้อมลงเลือกตั้ง แต่กลับปฏิเสธโอกาส อย่างน่าเสียดาย นายอภิสิทธิ์ อย่าเสียเวลา ขังคนไว้ในเมืองเองแท้ๆ แล้วจะเอาคุณงามความดีที่อาสาเปิดประตูให้คนไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก ทั้งที่กุญแจ 2 ดอกที่นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ทิ้งไป คือ

1.พรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง 2.อดีตเลขาฯพรรค ไม่ขัดขวาง ก่อจลาจล ล้มการเลือกตั้ง การเดินที่ผ่านมายังไม่ผ่าน ด้านความจริงใจ จ้องแต่จะหาประโยชน์ทางการเมือง สร้างพื้นที่ข่าว ตีกินรายวัน
 
ทั้งนี้รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศ ไม่ต้องการรัฐบาลแห่งชาติ แต่จะจัดตั้งรัฐบาลประชาชน รวมถึงไม่รอคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ และป.ป.ช. ว่า ถือเป็นการสารภาพเสียสิ้นว่าไปต่อไม่ไหวจริงๆ การที่อยู่ดีๆ นายอภิสิทธิ์ ลุกขึ้นมาส่งสัญญาณ เพราะต้องการชิ่งจากนายสุเทพ มวลชนร่อยหรอเหลือไม่ถึงร้อยในช่วงการเดิน ท่อน้ำเลี้ยงตีบตัน เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า นายสุเทพเสื่อมหนัก กลุ่มทุนที่สนับสนุนเป็นท่อน้ำเลี้ยง กลับเจอพิษเศรษฐกิจย้อนศรเสียหายอย่างหนัก 

การประกาศตั้งรัฐบาลประชาชนก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายใดมารองรับ จึงเหลือทางเลือกเดียว คือแนวทางการใช้ความรุนแรง ที่จะนำสาวกออกจากสวนลุม กลับสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถนนราชดำเนินอีกครั้ง จึงขอเตือนประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือ นายสุเทพได้ทุกอย่างไปหมดแล้ว เหลือเพียงบันไดลง ที่ไม่ควรมีใครตกเป็นเหยื่อความรุนแรงให้นายสุเทพ เหยียบลง 

นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ยกตัวอย่างชองฮงวอน นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ลาออก เพื่อรับผิดชอบเหตุเรือล่ม กดดันนายกรัฐมนตรี ว่า นายองอาจ อาจจะอ่านหนังสือ ปีหนึ่งไม่เกิน 8 บรรทัด ใจเร็ว ด่วนได้ ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด ร้อนรน จนทำลายบรรยากาศที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินสายพบปะบุคคลต่างๆ เสียหมด 

นายองอาจ เอาความเศร้าโศกเสียใจของมิตรประเทศ มาเป็นประเด็นหาประโยชน์ทางการเมือง ทั้งที่เป็นประเด็นละเอียดอ่อน ซึ่งต่อมานายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ที่ลาออก กลับถูกโจมตีว่า ขี้ขลาด เลี่ยงความรับผิดชอบ ไร้ประสิทธิภาพในการรับมือหนึ่งหายนะทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ไม่แน่ใจว่านายองอาจเห็นข่าวนี้หรือไม่ มีความเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร สะท้อนคุณภาพของคนพรรคนี้ ซึ่งตนขอตั้งฉายาให้นายองอาจว่า องอาจ 7 บรรทัด

นอกจากนี้ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการ์ด กปปส. แจ้งวัฒนะ ยิงและทำร้ายร่างกาย พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รองผู้อำนวยการ กองวิเทศสัมพันธ์ สำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร และเข้าขอขมาผ่าน ผู้บังคับบัญชาของพ.อ.วิทวัส ว่า ถือเป็นอีกครั้ง ที่เป็นใบเสร็จ หลักฐานสำคัญ ว่า กปปส.นิยมความรุนแรง มีกองกำลังติดอาวุธอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม ได้แปลงถนนแจ้งวัฒนะ เป็นรัฐอิสระ มีกองกำลังติดอาวุธ ที่กฎหมายเข้าไปไม่ถึง

ขอเรียกร้องผู้บังคับบัญชา ทุกระดับอย่าเกรงใจนายสุเทพ และพุทธะอิสระ จนเกี๊ยะเซียะ เป็นมวยล้มต้มคนดู การ์ดพวกนี้ไม่เพียงบ่มเพาะความเกลียดชัง ทำร้าย ตำรวจ ทหาร หรือคนเสื้อแดง แต่พร้อมทำร้ายทุกคนที่ไม่ใช่พวกตัวเอง กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย อย่าทำให้บ้านเมืองกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่ต้องกลืนเลือดเพื่อรักษาหน้าใคร เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ขวัญกำลังใจของกำลังพลเป็นสิ่งสำคัญ เกินกว่าใครจะออกรับไปเกี๊ยะเซียะ มวยล้ม ต้มคนดู

นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณี โลกออนไลน์พบเอกสารของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ส่งเอกสารประเด็นคำถาม ที่จะไต่สวน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตเลขา สมช. ที่เป็นผู้โยกย้ายจากตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มารับตำแหน่ง เลขา สมช. แทน นายถวิล เปลี่ยนสี ในการโยกย้ายครั้งดังกล่าวว่า หากเอกสารที่ถูกเผยแพร่นี้เป็นของจริง สังคมคงไม่สบายใจ เพราะหลายประเด็นคำถาม เป็นคำถามเชิงความรู้สึก มากกว่าข้อเท็จจริง ซึ่งอาจขัดกับสิ่งที่สาธารณชนเข้าใจว่า ศาลรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่ในการวินิจฉัย ตามตัวบทกฎหมายหรือไม่ 

เช่น ถามถึงความถนัดหรือความพึงใจในการดำรงตำแหน่งระหว่างตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและปลัดกระทรวงคมนาคม หรือ ถามว่า ก่อนที่จะมีการโอนย้ายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ ว่าท่านไม่ประสงค์จะโอนย้าย โดยแสดงอาการเสียใจที่ถูกโยกย้าย

ซึ่งบางสื่อระบุว่าน้ำตาคลอ เข้าใจได้ว่ามีผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึก ท่านใช้เวลานานหรือไม่ที่จะทำใจยอมรับสภานี้ได้ ความตั้งใจเดิมต้องการที่จะเกษียณอายุราชการในตำแหน่งใด เมื่อไปทำงานในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้วลักษณะงานเหมือนหรือต่างกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแค่ไหน เพียงไร ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากเอกสาร จึงขอตั้งคำถามกับว่า

1.เอกสารที่ถูกเผยแพร่ เป็นเอกสารของศาลรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ 2.แนวคำถามที่สะท้อนความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง สะท้อนการทำงานในกรณีนี้อย่างไร 3.การตั้งธงคำถามแบบนั้น ท่านคิดว่า เป็นประโยชน์หรือโทษกับใครหรือไม่ มีธงในการดำเนินการหรือไม่
 

"อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด" ชี้ "สุเทพ" เน้นใช้ความรุนแรง ซัด "องอาจ" 7 บรรทัด อย่าเกี๊ยะเซียะมวยล้มต้มคนดู เผยสังคมไม่สบายใจท่าที "ศาลรัฐธรรมนูญ" 29 เม.ย. 2557 12:52 29 เม.ย. 2557 13:26 ไทยรัฐ