วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ธีระชัย' ชง รบ.ใหม่ ขายรัฐวิสาหกิจบางแห่ง นำเงินโปะขาดทุนจำนำข้าว

"ธีระชัย" โพสต์เฟซบุ๊ก ชงรัฐบาลใหม่แปรรูปรัฐวิสาหกิจ เสนอขายรัฐวิสาหกิจบางแห่งที่มีปัญหาการเงิน นำเงินไปโปะขาดทุนจำนำข้าว ลดภาระรัฐบาล ส่วนที่ผูกขาดโดยธรรมชาติ เช่น ประปา ไฟฟ้า ไม่ควรแปรรูป ป้องกันเอกชนมาหาประโยชน์...

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 57 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในประเด็น "รัฐบาลไทยควรจะแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือไม่" โดยระบุว่า หากมีรัฐบาลใหม่ในปี 2557 และมิใช่จากพรรคเพื่อไทย รัฐบาลใหม่คงต้องเร่งปิดบัญชีโครงการข้าวทันที และหากตัวเลขขาดทุน ที่กล่าวกันว่าสูงหลายแสนล้านบาท เป็นจริงเมื่อใด รัฐบาลใหม่จะต้องคิดหนัก ว่าจะทำอย่างไรกับการขาดทุนนี้ และในปี 2557 เศรษฐกิจไทยได้ชะลอตัวลงอย่างมาก การเก็บภาษีต่ำกว่าเป้ามาก จนมีข่าวว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีดำริจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จากร้อยละ 7 ขึ้นไปเป็นร้อยละ 10
 
อย่างไรก็ตาม การที่ฐานะการคลังทรุดตัวลง ทางเลือกทางหนึ่ง หากรัฐบาลใหม่ยังไม่สามารถขึ้นภาษี อาจจำเป็นต้องคิดขายรัฐวิสาหกิจบางแห่ง เพื่อนำเงินมาโปะขาดทุนจำนำข้าวก็ได้ ซึ่งการขายรัฐวิสาหกิจ จะทำให้รัฐได้เงินมาโปะขาดทุนจำนำข้าว และหากเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาการเงิน ซึ่งต่อไปจำเป็นต้องเพิ่มทุน การขายออกไป หรือยุบเลิก จะช่วยลดภาระต่อรัฐในอนาคต โดยคำว่า แปรรูปนั้นมี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 คือ เปลี่ยนลักษณะของนิติบุคคล โดยเปลี่ยนสภาพจากองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ ไปเป็นบริษัทจำกัด เพื่อที่บุคคลต่างๆ จะสามารถเข้ามาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นได้ และขั้นตอนที่ 2 คือ รัฐทยอยขายหุ้นออกไปให้แก่ประชาชน เพื่อลดบทบาทของรัฐ

ส่วนทางวิชาการ เหตุผลที่สนับสนุนการแปรรูป ส่วนใหญ่จะอ้างอิงต่อไปนี้ 1.การบริหารงานโดยเอกชน มักจะมีประสิทธิภาพมากกว่า 2.การแปรรูป จะทำให้ภาระการเพิ่มทุนในอนาคต ไม่เป็นภาระของรัฐอีกต่อไป 3.ในอนาคต หากมีขาดทุนเพิ่ม ขาดทุนนี้ จะไม่เป็นภาระของรัฐอีกต่อไป 4.การเอารัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหุ้น จะทำให้รัฐวิสาหกิจต้องเปิดเผยข้อมูลเต็มที่ ตามมาตรฐานของตลาดหุ้น และจะต้องบริหารจัดการแบบสากลมากขึ้น และ 5.การแปรรูป หากรัฐขายหุ้นออกไปทั้งหมด จะทำให้ภาคการเมือง ไม่สามารถเข้ามาหาผลประโยชน์อีกต่อไป
 
"ถามว่ารัฐวิสาหกิจหนึ่ง สมควรแปรรูปหรือไม่ ผมขอเสนอวิธีคิดแบบง่ายๆ ให้พิจารณาก่อนว่า รัฐวิสาหกิจนั้น มีสภาพการผูกขาดโดยธรรมชาติหรือไม่ ถ้ารัฐวิสาหกิจนั้นมีสภาพผูกขาดโดยธรรมชาติ เช่น ประปา ไฟฟ้า ผมเสนอว่า ไม่ควรแปรรูป เพราะเท่ากับเปิดให้เอกชนเข้ามาได้รับประโยชน์ จากการผูกขาดดังกล่าว และเอกชนที่เป็นเจ้าของ ก็จะสามารถขึ้นราคาค่าบริการได้เกินสมควร แต่หากรัฐวิสาหกิจดังกล่าว จะเปิดบางพื้นที่ หรือเปิดงานบางอย่าง ให้เอกชนสามารถเข้ามาทำธุรกิจได้ เฉพาะในพื้นที่นั้น หรือเฉพาะในงานบางอย่างนั้น ก็น่าจะกระทำได้ เช่น ให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนโรงผลิตไฟฟ้า เพื่อขายแก่รัฐวิสาหกิจ"
 
ทั้งนี้ วิธีบริหารรัฐวิสาหกิจที่มีสภาพผูกขาดโดยธรรมชาติ ควรจะเน้นการควบคุมต้นทุน โดยให้คิดค่าบริการจากประชาชน ในลักษณะบวกเพิ่มจากต้นทุนไปอีกเพียงเล็กน้อย จึงควรจะมีการคุม ให้รัฐวิสาหกิจประเภทนี้ ต้องกำไรไม่มาก ถ้ารัฐวิสาหกิจนั้นมีสภาพผูกขาด ที่มิได้เกิดโดยธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นจากการที่รัฐให้สิทธิพิเศษ (เช่น ในอดีตเคยมีองค์กร ร.ส.พ. ที่ได้รับสิทธิผูกขาด ในการใช้รถบรรทุกเข้าไปขนสินค้าในท่าเรือ) ก็ควรยกเลิกสิทธิพิเศษดังกล่าว เพื่อเปิดให้เอกชนแข่งขันกันอย่างเต็มที่ กรณีนี้ หากรัฐวิสาหกิจนั้นยังพอมีศักยภาพในการทำธุรกิจ ก็ควรแปรรูปต่อไป แต่หากไม่มีศักยภาพ ก็ควรยุบเลิก
 
ส่วนกรณีรัฐวิสาหกิจนั้นมีสภาพผูกขาด ที่มิได้เกิดโดยธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เฉพาะบางอย่างในประวัติศาสตร์ ทำให้รัฐวิสาหกิจนั้นมีเครือข่ายที่ครอบคลุมมาก จนอาจทำให้ผู้อื่นไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้ง่าย ตัวอย่างเช่น ปตท. เป็นเจ้าของโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่ง ทางเลือกหนึ่งก็คือ การแบ่งแยกกิจกรรมที่ครอบคลุมของรัฐวิสาหกิจนั้น ออกเป็นหลายๆ บริษัท และขายบริษัทเหล่านี้ออกไปเป็นอิสระจากกัน เพื่อให้บริษัทเหล่านี้แข่งขันกันเองในอนาคต
 
สำหรับรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่มีสภาพผูกขาดโดยธรรมชาตินั้น คิดว่าควรจะพิจารณาแปรรูปทุกกรณี เว้นแต่เป็นกิจกรรมที่จำเป็นต่อสังคม แต่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจต่ำ ซึ่งรัฐยังจำเป็นต้องแบกภาระต่อไป และในการแปรรูปนั้น รัฐ (โดยกระทรวงการคลัง) ไม่ควรเหลือหุ้นเก็บไว้ ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อม (เช่น ผ่านกองทุนวายุภักษ์) แต่ควรจะทยอยขายหุ้นออกไปให้หมด ส่วนกรณีหน่วยงานใดของทางการ (เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ) หากประสงค์จะเข้าไปถือหุ้น เพื่อการลงทุน ก็เป็นเรื่องต่างหาก
 
พร้อมเสนอหลักการแปรรูป หากใช้วิธีขายรายย่อยในตลาดหุ้น ควรจำกัดจำนวนหุ้น ที่ผู้ซื้อแต่ละรายจะจองซื้อได้ ให้เป็นจำนวนไม่มากเกินไป และควรให้ผู้ซื้อรอบแรกเป็นคนไทยเท่านั้น หากใช้วิธีขายรายใหญ่โดยวิธีประมูล ควรให้ผู้ที่สนใจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แจ้งความจำนงมาก่อน พร้อมให้ผู้ซื้อเสนอเงื่อนไข สัดส่วนหุ้นที่เขาเห็นว่ารัฐควรจะขาย และความช่วยเหลือ หรือชดเชย ที่เขาต้องการจากรัฐ (กรณีที่รัฐวิสาหกิจนั้น ขาดทุน) หากเดิมรัฐวิสาหกิจนั้นได้สิทธิพิเศษบางอย่าง ควรยกเลิกสิทธิพิเศษนั้นก่อน และโอนทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากสิทธิพิเศษ ให้เป็นของรัฐ (ตัวอย่างเช่น ท่อส่งก๊าซในอ่าวไทย) โดยรัฐวิสาหกิจนั้นจะต้องจ่ายค่าเช่ารายปีให้แก่รัฐ
 
นอกจากนี้ หากเดิมรัฐวิสาหกิจนั้นได้สัมปทาน ควรมีการทบทวนเงื่อนไขสัมปทานนั้นก่อน เพื่อให้รัฐบาลไทย มีโอกาสจะได้ประโยชน์จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น เปลี่ยนรูปแบบสัมปทาน เป็นแบบที่รัฐแบ่งผลผลิตกับรัฐวิสาหกิจนั้น เพื่อหากในอนาคต ถ้าราคาผลผลิตในตลาดโลกสูงขึ้น ผลประโยชน์ก็จะตกเป็นของรัฐบาลไทยด้วย และหากเดิมรัฐวิสาหกิจนั้น มีหน้าที่ในการกำกับควบคุมผู้ประกอบการอื่นๆ ในธุรกิจนั้นด้วย ควรแยกอำนาจในการกำกับควบคุมออกไปให้หมดสิ้น โดยตั้งองค์กรกำกับขึ้นต่างหาก
 
ทั้งนี้ อาจมีผู้ที่กังวลว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้น อาจจะทำให้รัฐเสียโอกาส เพราะมูลค่าในอนาคตของรัฐวิสาหกิจนั้น อาจสูงกว่าในวันที่แปรรูป ตัวอย่างเช่น ปตท. ที่ราคาหุ้นในวันแปรรูป ต่ำกว่าราคาหุ้นในภายหลังอย่างมาก สภาวะดังกล่าว ส่วนหนึ่งเกิดจาก ปตท. มีความสามารถในการทำกำไรสูง แต่อีกส่วนหนึ่ง และคิดว่าเป็นส่วนใหญ่ เกิดจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในตลาดโลก ดังนั้น กรณีที่จะแปรรูปรัฐวิสาหกิจ จึงเสนอว่าจำเป็นต้องมีการโอนทรัพย์สิน ที่เกิดจากการที่รัฐเคยให้สิทธิพิเศษแก่รัฐวิสาหกิจนั้น ออกไปเป็นของรัฐก่อน และควรแก้ไขเงื่อนไขสัมปทาน ให้เป็นการแบ่งผลผลิต เพื่อให้รัฐสามารถได้ประโยชน์จากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้น (แต่หากราคาตลาดโลกต่ำลง รัฐก็ต้องยอมรับความเสี่ยง) และควรแบ่งแยกกิจกรรม ที่ครอบคลุมมากเกินไป จนผู้อื่นไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้สะดวก เพื่อแยกขายเป็นอิสระ
 
"ผมมีความเห็นว่า หากการแปรรูป ทำอย่างละเอียดรอบคอบ รัฐบาลไทยจะสามารถขายรัฐวิสาหกิจ ได้เต็มมูลค่า เท่าที่สมควรจะได้ กล่าวโดยสรุป ผมเสนอแนวคิดว่า รัฐวิสาหกิจที่มีสภาพผูกขาดโดยธรรมชาติ ไม่มีความจำเป็นต้องแปรรูป ควรเน้นการบริหารต้นทุนเป็นสำคัญ แต่รัฐวิสาหกิจที่ต้องแข่งขันกับผู้อื่นในธุรกิจเดียวกัน ควรแปรรูป โดยยกเลิกสิทธิประโยชน์ต่างๆ บังคับให้มีการแข่งขันกันเต็มที่ และกำหนดเงื่อนไขอื่นที่เหมาะสม ซึ่งต่อไปจะขอยกเรื่องการแต่งตั้งคน เข้าไปเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ".

"ธีระชัย" โพสต์เฟซบุ๊ก ชงรัฐบาลใหม่แปรรูปรัฐวิสาหกิจ เสนอขายรัฐวิสาหกิจบางแห่งที่มีปัญหาการเงิน นำเงินไปโปะขาดทุนจำนำข้าว ลดภาระรัฐบาล ส่วนที่ผูกขาดโดยธรรมชาติ เช่น ประปา ไฟฟ้า ไม่ควรแปรรูป ป้องกันเอกชนมาหาประโยชน์... 29 เม.ย. 2557 11:28 ไทยรัฐ