วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เฝ้าระวังเข้ม 'อีโบลา-เมอร์ส โควี' ห่วงคนไทยเดินทางไปแอฟริกา

สธ.เผยไทยยังไม่พบผู้ป่วยด้วยเชื้ออีโบลาและโรคเมอร์ส-โควี มั่นใจ 4 ระบบเฝ้าระวังของไทย ตรวจจับสัญญาณได้ไว ควบคุมโรคได้เร็ว เตือนประชาชนเดินทางไปแอฟริกา...

นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวมาตรการป้องกันโรคอีโบลาที่พบในทวีปแอฟริกาว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยโรคอีโบลาในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในการป้องกันโรคอุบัติใหม่ เช่น โรคเมอร์ส-โควี โรคอีโบลา กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการในการเฝ้าระวัง สามารถตรวจจับสัญญาณเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว และการเตรียมสถานพยาบาล ทั้งเทคนิคการป้องกันตนเอง การป้องกันการติดเชื้อ การแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาล ซึ่งไทยมีความพร้อม รวมทั้งมีทีมผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำช่วยเหลือด้านเทคนิคต่างๆ

ด้าน นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคอีโบลา มีส่วนเหมือนโรคเมอร์ส-โควี คือ เป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ และเกิดในต่างประเทศ แต่เป็นไวรัสคนละสายพันธุ์ โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา จะมีอาการคล้ายไข้เลือดออก คือมีไข้ มีเลือดออก การทำงานของอวัยวะภายในล้มเหลว

ขณะที่โรคเมอร์ส-โควี เกิดจากโคโรน่าไวรัส มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ โรคอีโบลา ระบาดที่แอฟริกาตะวันตก เช่น กินี เซียร์ราลีโอน และมาลี คนไทยที่จะไป 3 ประเทศนี้ มีน้อยกว่าผู้ที่เดินทางไปประเทศแถบตะวันออกกลางค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ด้านการทูต จากการวิเคราะห์พบว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย เพราะมีระบบการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลที่ดี และมีผู้เดินทางไปแอฟริกาน้อย อย่างไรก็ตาม ระบบการเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้มีการแพร่กระจายยังคงมีความสำคัญมาก เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า จะเกิดการแพร่กระจายเชื้อเข้าสู่ประเทศเมื่อใด

"ขณะนี้ยังไม่มีข้อจำกัดในการเดินทางไปต่างประเทศแต่อย่างใด การป้องกันโรคขณะนี้ ใช้ 4 มาตรการคือ 1. ออกคำเตือนผู้ที่จะเดินทางไป และทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศให้คำแนะนำแก่ผู้เดินทางไปประเทศที่พบการระบาด 2. มีระบบการตรวจคัดกรอง และให้ความรู้ประชาชนหลังเดินทางกลับจากพื้นที่ระบาด ภายใน 14 วัน หากมีอาการไข้เลือดออกผิดปกติ หรืออาการผิดปกติอื่นๆ ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางกลับจากต่างประเทศแก่แพทย์ด้วย 3. การตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ โดยส่งเชื้อจากผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัย ตรวจยืนยันที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ 4. การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล" นายแพทย์โอภาส กล่าว

ด้าน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวว่า ที่น่าเป็นห่วงคือ เรากลัวว่าคนที่เดินทางเข้ามาหรือคนไทยที่กลับจากการเดินทางไปพื้นที่ระบาด และติดเชื้อเข้ามา แต่เชื้ออยู่ในระยะการฟักตัวและจะมาเกิดอาการที่ประเทศไทย ซึ่งหากระบบป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลไม่เข้มงวด มีโอกาสแพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปสู่คนอื่นๆ ได้ โดยไข้เลือดออกจากไวรัสอีโบลาจะติดต่อจากการสัมผัสใกล้ชิดคล้ายกับเอดส์ คือ ติดจากสารคัดหลั่ง เช่น เลือด การร่วมเพศ เข็มฉีดยา ซึ่งต่างจากไข้เลือดออกที่เป็นโรคประจำถิ่นของไทยที่ติดต่อจากยุงลาย ดังนั้นหากเกิดโรคนี้ขึ้นในไทย จึงมีความเสี่ยงแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาลมากกว่าตามบ้านเช่นที่เกิดขึ้นในแอฟริกา

“ขณะนี้ยังไม่ยา หรือวัคซีนในการรักษาโรคนี้ อย่างไรก็ตาม มีความมั่นใจว่า จะสามารถควบคุมป้องกันโรคนี้ได้ เนื่องจากไทยมีความเข้มแข็ง และขีดความสามารถ ทั้งระบบการเฝ้าระวังป้องกัน ระบบการรักษาพยาบาลผู้ป่วย มีทั้งห้องแยก ระบบป้องกันการติดเชื้อ การอบรมแพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่ หากมีผู้ป่วย และมีระบบการตรวจชันสูตรเชื้อโรคทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจยืนยันเชื้อ ทั้งที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมหาวิทยาลัย” ศ.เกียรติคุณ นายแพทย์ประเสริฐ กล่าว.

 

 

 

สธ.เผยไทยยังไม่พบผู้ป่วยด้วยเชื้ออีโบลาและโรคเมอร์ส-โควี มั่นใจ 4 ระบบเฝ้าระวังของไทย ตรวจจับสัญญาณได้ไว ควบคุมโรคได้เร็ว เตือนประชาชนเดินทางไปแอฟริกา... 29 เม.ย. 2557 09:15 ไทยรัฐ