วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.รวบ5หนุ่มมาเลเซีย แก๊งสกิมเมอร์กด50ล. อีกคดีตากาล็อกรูดปื๊ด

กองปราบฯรวบแก๊งสกิมเมอร์ชาวมาเลเซีย 5 คน หน้าโรงแรมที่พักใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตรวจค้น พบเงินสด 5 แสนบาท เครื่องสกิมเมอร์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์การปลอมบัตรเครดิตอีกเพียบ สารภาพสิ้นไส้เข้าเมืองไทยมาทั้งหมด 8 คน ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. ตระเวนใช้บัตรเครดิตปลอมกดเงินสดส่งกลับไปให้หัวหน้าแก๊งที่มาเลเซียแล้ว 50 ล้านบาท เร่งขยายผลล่าผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คน เกรงเผ่นหนีออกนอกประเทศ อีกคดี “สืบ 5” จับหญิงชาวฟิลิปปินส์พร้อมบัตรเครดิตปลอม หลังตระเวนรูดซื้อสินค้าย่านสุขุมวิทสนุกมือ

ชุดสืบสวน กก.6 บก.ป.รวบแก๊งสกิมเมอร์ชาวมาเลเซีย เปิดเผยขึ้นที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 เม.ย. พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา รอง ผบช.ก.รักษาราชการ ผบก.ป. พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. แถลงข่าวชุดสืบสวน กก.6 บก.ป. นำโดย พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 บก.ป. ร่วมกับนายปาทริก แบร์นิเยร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส และผู้แทนสายงานบริหารการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินและความปลอดภัย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จับกุมแก๊งปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ผู้ต้องหา 5 คน ประกอบด้วย 1.นายฟรานซิส เซเวียร์ อรูแลปปาน อายุ 35 ปี 2.นายมาเกสวาราน บาลาคริชนาน อายุ 23 ปี 3.นายวี-แลนราจ วาแลราเซ็น อายุ 22 ปี 4.นายคูนาลาน คูมารีซาน อายุ 25 ปี และ 5.นายการ์ติก ซินาน-ซามี อายุ 24 ปี ทั้งหมดสัญชาติมาเลเซีย พร้อมของกลางเครื่องรูดบัตร (สกิมเมอร์) คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมแปลงข้อมูลแล้ว 732 ใบ และเงินสด 500,000 บาท

พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา กล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.6.บก.ป.ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ส่วนควบคุมและป้องกันการทุจริต สายงานบริหารป้องกันการทุจริต ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่าธนาคารในกลุ่มประเทศยุโรปพบการขโมยข้อมูลการเงินของลูกค้าชาวต่างชาติ โดยเฉพาะสัญชาติฝรั่งเศสเป็นจำนวนมาก นำไปใช้ปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์เบิกเงินสดในประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนควบคุมและป้องกันการทุจริตฯ นำความรู้จากการอบรมที่โรงเรียนตำรวจนอกเวลา แนวคิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. สืบหาเบาะแสอาชญากรรมจากการปฏิบัติจริง กระทั่งพบว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นแก๊งสกิมเมอร์ชาวมาเลเซีย มีพฤติการณ์ลักลอบโจรกรรมข้อมูลการเงินแล้วปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สร้างความเสียหายจำนวนมาก

พล.ต.ต.นรบุญกล่าวต่อไปว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลคนร้ายแล้วนำกำลังชุดสืบสวนติดตามต่อเนื่องเป็นเวลานับเดือน กระทั่งเมื่อวันที่ 27 เม.ย.พบนายฟรานซิส นายมาเกสวาราน และนายการ์ติก ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาห้างโอเดียน อ.หาดใหญ่ โดยมีนายวีแลนราจและนายคูนาลานคอยดูต้นทางด้วยท่าทางพิรุธ ชุดสืบสวนจึงสะกดรอยตามไปจนถึงโรงแรมพิงค์เลดี้ อ.หาดใหญ่ แก๊งคนร้ายเข้าห้องพักย้ายของออกเพื่อเปลี่ยนที่อยู่ จึงแสดงตัวขอตรวจค้นพบของกลางเป็นเงินสด 500,000 บาท และอุปกรณ์การปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์เช่น เครื่องสกิมเมอร์ แจ้งข้อหาร่วมกันปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ข้อหาร่วมกันทำเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมแปลง หรือเพื่อให้ได้ข้อมูลในการปลอมซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือมีเครื่องมือหรือวัตถุเช่นว่านั้นเพื่อใช้ และมีไว้เพื่อนำออกใช้ ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยรู้ว่าเป็นของปลอมขึ้น โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่าร่วมกับพวกชาวมาเลเซียที่เหลืออีก 3 คน รวม 8 คน เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน ก่อนแบ่งหน้าที่กันทำงานเป็นเครือข่าย โจรกรรมข้อมูลการเงินของประชาชนในกลุ่มประเทศยุโรป แล้วนำไปปลอมแปลงตระเวนกดเงินจากตู้เอทีเอ็มธนาคารต่างๆไปแล้วเป็นเงินประมาณ 50 ล้านบาท เงินที่ได้มาแต่ละวันจะโอนกลับไปให้หัวหน้าขบวนการที่ประเทศมาเลเซียทันที โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินประมาณ 10% ของเงินที่ได้ หลังแถลงข่าวชุดสืบสวน กก.6 บก.ป. ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ป.ดำเนินคดี พร้อมกับขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คน ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ

จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาชาวมาเลเซียแก๊งนี้พบว่าเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วในพื้นที่ จ.กระบี่ จ.ตรัง และ จ.เพชรบุรี โดยมีเป้าหมายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างมาก

อีกคดี พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ ผกก.กก.สส.บช.น.5 พ.ต.ท.ดิลก รื่นเนตร รอง ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.คณพัฒน์ พาหุมันโต สว.สส.กก.สส.บช.น.5 พร้อมกำลังจับกุมนางอูเรีย เมย์ เบอลาสโซ บอลลาเดรส อายุ 37 ปี ชาวฟิลิปปินส์ ผู้ต้องหาปลอมแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ห้องเลขที่ 167/58 ชั้นที่ 7 อาคารซิตี้การ์เดนท์ แอทซิตี้คอนโด ถนนสุขุมวิท 101/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.วันที่ 17 เม.ย. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรับแจ้งจากสายลับว่า นางอูเรียมีพฤติการณ์เป็นแก๊งปลอมแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์นำไปใช้ซื้อสินค้าตามสถานที่ต่างๆ เช่าห้องเลขที่ 167/58 แอทซิตี้คอนโด เป็นที่ปลอมแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จึงนำหมายค้นศาลจังหวัดพระโขนงที่ ค.17/2557 ลงวันที่ 17 เม.ย.2557 เข้าตรวจค้น พบนางอูเรียอยู่ภายในห้อง

จากการตรวจค้นพบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมมีหน้าบัตรจำนวน 18 ใบ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมไม่มีหน้าบัตร จำนวน 16 ใบ สมุดบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาซอยอุดมสุข ชื่อบัญชี Mrs.Auea mae Bulacso Balladares จำนวน 6 เล่มและโน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำขึ้นซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม ทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง หรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งสิ่งใดๆตามมาตรา 269/1 อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอมหรือแปลงขึ้น ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ดำเนินคดีต่อไป

29 เม.ย. 2557 08:23 ไทยรัฐ