วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.โทซิ่งชนตร.ดับ3

สยองด่านความมั่นคง เจ็บ3-โดน2ข้อหาหนัก

หนุ่มมหาบัณฑิตคณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยชื่อดัง ซิ่งรถปาเจโรกลับบ้านย่านพุทธมณฑลลงทางยกระดับลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี หักหลบรถช้าเสียหลักพุ่งชนด่านความมั่นคง ตำรวจเสียชีวิตคาที่ 2 ศพ ส่วน ร.ต.ต.ตำแหน่ง รอง สวป.ไปสิ้นใจตายระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกศพ โชเฟอร์ตีนผีก้มหน้าร้องไห้รับสารภาพไม่ได้เจตนา แค่หลบไม่ทัน ตรวจสอบผู้ต้องหาไม่ได้กินเหล้าหรือเสพยา แต่ขับรถเร็วจึงเกิดอุบัติเหตุ แจ้ง 2 ข้อหาฉกรรจ์ส่งศาลฟ้องดำเนินคดี ผบ.ตร.สั่งปูนบำเหน็จเต็มที่ เพราะเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่

มหาบัณฑิตปริญญาโทซิ่งหลบด่านพุ่งชนตำรวจตายสยอง 3 ศพ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 27 เม.ย. ร.ต.ท.วสันต์ แช่มมั่นคง พนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา รับแจ้งอุบัติเหตุรถพุ่งชนด่านความมั่นคงทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตบริเวณทางลงยกระดับลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี ขาออก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก. และเจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดร้านค้าอุปกรณ์ก่อสร้างบุญถาวรพบรถมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร สีน้ำตาล ทะเบียน วณ 9494 กรุงเทพมหานคร สภาพฝากระโปรงหน้ายุบ ยางแตก 4 เส้น หลังรถพบศพ ส.ต.ต.ยรรยง อะนันต์ ผบ.หมู่ ป.สน.ตลิ่งชัน นอนหงายสวมเครื่องแบบในสภาพกะโหลกแตก ใกล้กันมีรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ชม 115 กรุงเทพมหานคร ถูกชนเสียหายด้านหน้าพังยับ ถัดออกไปราว 10 เมตร พบรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว ทะเบียน 2 กศ 4355 กรุงเทพมหานคร ท้ายรถสะบัดขึ้นไปอยู่บนทางเท้า มีศพ ส.ต.ต.ทรงพล พรหมมาลา ผบ.หมู่ ป.สน.ตลิ่งชัน สวมเครื่องแบบร่างเละอยู่คาถนนไม่ห่างกัน นอกจากนี้ ยังมี ร.ต.ต.เอนก นุ่มน้อย รอง สวป.สน.ตลิ่งชัน บาดเจ็บสาหัสไปเสียชีวิตระหว่างส่ง รพ.พุทธมณฑล

สอบสวนพยานแวดล้อมได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุตำรวจ สน.ตลิ่งชัน สนธิกำลัง สน.บางกอกใหญ่ ตั้งด่านความมั่นคงอยู่บนถนนคู่ขนานขาออกถนนบรมราชชนนีเชิงทางลงสะพานต่างระดับลอยฟ้า พบรถมิตซูบิชิ ปาเจโร สีน้ำตาลวิ่งมาจากช่องทางด่วนมาด้วยความเร็วสูง จากนั้นรถเกิดเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกั้นระหว่างถนนคู่ขนานกับช่องทางด่วน ไปชนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่กำลังผลัดเวรยืนอยู่บริเวณนั้นกระจัดกระจาย ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เหยื่อทั้ง 3 รายหลบไม่ทันถูกแรงอัดกระแทกกระเด็นจบชีวิตอย่างสุดสยอง มีรถอีก 2 คันที่จอดอยู่พังเสียหายไปด้วย

ขณะเดียวกัน ตำรวจคุมตัวนายนวพร เพชรแก้ว อายุ 25 ปี บัณฑิตปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โชเฟอร์รถปาเจโรตีนผีคันที่ก่อเหตุไว้ได้ เมื่อพาไปสอบปากคำที่โรงพัก เจ้าตัวก้มหน้าก้มตาร้องห่มร้องไห้ เบื้องต้นอ้างว่า กำลังจะกลับบ้านย่านพุทธมณฑล ไม่มีเจตนาพุ่งชน เพียงแค่ตกใจเมื่อเจอด่านตำรวจระยะกระชั้นชิดเลยเหยียบเบรกจะหักหลบจนรถเสียหลักเสยเข้ากลุ่มตำรวจอย่างจัง อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรอผลตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายก่อนดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 เม.ย. ที่ สน.ธรรมศาลา พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.ธรรม–ศาลา กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และข้อหาทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย จากการสอบสวนนายนวพรให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถคันดังกล่าวไปส่งแฟนสาวที่บ้านพักย่านตลิ่งชัน กำลังจะขับรถกลับบ้านภายในหมู่บ้านพงษ์ศิริชัยตรงข้ามกับจุดที่เกิดเหตุ โดยขับรถมาตามเลนกลางของช่องทางด่วนด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุพบรถคันหน้าที่อยู่ในเลนเดียวกันขับช้า รู้สึกตัวตอนที่ไม่สามารถหยุดรถได้แล้ว จึงตัดสินใจหักหลบไปทางเลนขวา แต่ก็มีรถที่ใช้ช่องทางนั้นอยู่ขับรถมาด้วยความเร็วสูงเช่นกัน จึงตัดสินใจหักพวงมาลัยไปทางซ้ายจนรถเสียหลักขึ้นทางเท้าจนเกิดเรื่องสลดดังกล่าว

พ.ต.อ.ธวัชเผยต่อไปว่า สำหรับรถคันดังกล่าวเป็นของบิดาที่ทำธุรกิจเครื่องเงิน ปกติแล้วนายนวพรจะใช้รถอีกคันที่เป็นรถเก๋ง ตรวจสอบในรถก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ประวัตินายนวพรก็ไม่เคยมีคดีติดตัว ไม่พบแอลกอฮอล์และสารเสพติดแต่อย่างใด เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะด่านตรวจความมั่นคงจะตรวจค้นรถที่ลงมาจากทางยกระดับคู่ขนานลอยฟ้าและรถที่วิ่งมาทางคู่ขนานเท่านั้น ไม่ได้ตรวจค้นรถที่มาจากช่องทางด่วน แต่เรื่องนี้เป็นการบังคับรถไม่อยู่ เนื่องจากขับรถมาด้วยความเร็วสูงและไม่ชำนาญรถคันดังกล่าว ในวันที่ 29 เม.ย. จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ถ้าผู้ปกครองจะไปยื่นประกันชั้นศาลก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลต่อไป ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายนวพรมีอาการทางจิต ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติ มีแค่อาการทางสายตาสั้น 500 เท่านั้น

ด้านนายนวพร เพชรแก้ว กล่าวแสดงความเสียใจพร้อมยกมือไหว้ขอโทษผู้สูญเสียว่า รู้สึกเสียใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ขณะเกิดเหตุขับรถมาในช่องทางด่วน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุต้องการแซงรถที่อยู่ด้านหน้า จึงตัดสินใจหักรถออกด้านขวา แต่รถด้านหน้าขับชะลอ จึงเปลี่ยนใจเบี่ยงรถกลับช่องทางเดิม แต่รถเสียการทรงตัวจึงเหยียบเบรกกะทันหัน ทำให้พวงมาลัยกระแทกแว่นหลุด รู้สึกตัวอีกทีถุงลมของรถก็ทำงานแล้ว ประกอบกับรถที่ใช้เป็นรถของพ่อ ปกติตนจะใช้รถของตัวเอง แต่ตอนเกิดเหตุรถตัวเองมีปัญหาจึงขอยืมรถของบิดามาใช้ ทำให้ไม่ชำนาญ

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น.เผยว่า จากการสอบปากคำนายนวพรและการตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล์รวมไปถึงสารเสพติด ผลปรากฏว่าไม่พบสารเสพติดและไม่ได้ขับรถขณะเมาสุรา แต่เป็นอุบัติเหตุ เนื่องจากนายนวพรขับรถมาด้วยความเร็วสูง วิ่งในช่องทางด่วน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน ตั้งด่านอยู่ในช่องคู่ขนาน จากนั้นนายนวพรเกิดเสียหลักหลังจากหักหลบรถอีกคันที่วิ่งมา พยายามบังคับรถโดยหมุนพวงมาลัยไปทางขวาแต่ไม่สำเร็จ ทำให้ต้องหักพวงมาลัยไปทางซ้ายประกอบกับเบรกไม่อยู่ จนพุ่งไปชนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านอยู่บริเวณดังกล่าว หลังจากที่ชนแล้วก็ลากไปไกลมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นายทันที และเสียชีวิตที่ รพ.อีก 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต บช.น. มีสวัสดิการมอบเงินให้คนละ 5 แสนบาท

ที่ สตช. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ชนด่านตรวจความมั่นคง จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บว่า จุดตรวจบริเวณดังกล่าวเป็นจุดตรวจในพื้นที่เพื่อตรวจค้นอาวุธ จากรายงานทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าวขับแซงมาและเร่งเครื่องชนด่านตรวจ จนเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 3 นาย และได้รับบาดเจ็บ 3 นาย วันนี้ตนจะได้เดินทางไปเป็นประธานพิธีรดน้ำศพแก่ผู้ใต้บังคับ– บัญชาที่เสียชีวิตเวลา 17.00 น. ณ วัดตรีทศเทพ ถือว่าเป็นการเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้ดูแลสวัสดิการแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากกรณีดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณามอบสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ แก่ ร.ต.ต.เอนก นุ่นน้อย รอง สวป. สน.ตลิ่งชัน ได้รับเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 1,274,220 บาท

พร้อมมอบความชอบกรณีพิเศษ 3 ขั้น 3 ชั้นยศ เลื่อนยศเป็น พ.ต.ต. ส่วน ส.ต.ต.ทรงพล พรมมาหล้า ผบ.หมู่ ป. สน.ตลิ่งชัน ได้รับเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 969,840 บาท พร้อมมอบความชอบกรณีพิเศษ 3 ขั้น 3 ชั้นยศ เลื่อนยศเป็น จ.ส.ต. และ ส.ต.ต.ยรรยง อะนันต์ ผบ.หมู่ ป. สน.ตลิ่งชัน ได้รับเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 969,840 บาท พร้อมมอบความชอบกรณีพิเศษ 3 ขั้น 3 ชั้นยศ เลื่อนยศเป็น จ.ส.ต. ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ส.ต.ต.ธิวา กลิ่นบัวแก้ว ผบ.หมู่ ป. สน.ตลิ่งชัน ส.ต.ต.อนุพงศ์ ขาวมรดก ผบ.หมู่ ป. สน.ตลิ่งชัน และ ส.ต.ต.เฉลิมรัตน์ สีทน ผบ.หมู่ ป. สน.ตลิ่งชัน ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นคนละ 110,000 บาท

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ศาลา 5 วัดตรีทศเทพวรวิหาร พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.ชยุต ธนธวีรัชต์ รอง ผบช.น. เดินทางมาในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ร.ต.ต.เอนก นุ่มน้อย รอง สวป.สน.สน.ตลิ่งชัน ส.ต.ต.ยรรยงค์ อะนันท์ และ ส.ต.ต.ทรงพล พรหมมาลา ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ตลิ่งชัน จากนั้นร่วมฟังพระสวดอภิธรรมศพ ในงานนี้ ผบ.ตร.มอบเงินเยียวยาครอบครัวของ ร.ต.ต.เอนก 1,274,220 บาท ให้ครอบครัว ส.ต.ต.ยรรยงค์ และ ส.ต.ต.ทรงพล ศพละ 969,840 บาท นอกจากนี้ บช.น.มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 500,000 บาท ส่วน บก.น.7 มอบเงินช่วยเหลืออีกครอบครัวละ 100,000 บาท ภายในพิธีมีญาติและเพื่อนข้าราชการตำรวจเข้าร่วมกันไว้อาลัยจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

29 เม.ย. 2557 08:09 29 เม.ย. 2557 08:09 ไทยรัฐ