วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขยาย‘มั่นคง’60วัน หวั่นม็อบปะทะ

ยาสูบต้อนรับกปปส. แดงแน่นเผา‘ไม้หนึ่ง’

ครม.ไฟเขียวขยายเวลาประกาศ ใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรออกไปอีก 60 วัน ตามข้อเสนอ ศอ.รส.ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล จ.นนทบุรี อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ด้านเลขาฯ สมช.แจงเหตุจำเป็นหวั่นการเคลื่อนไหวของมวลชนอาจนำไปสู่การเผชิญหน้า พร้อมรองรับการรักษาความสงบหากมีการเลือกตั้ง ขณะที่ กปปส.เย้ย พ.ร.บ.มั่นคงไม่กระทบการชุมนุม สะกิดมวลชน 30 เม.ย. ทุ่มตรงรอฟังข่าวดี “กำนันสุเทพ” แถลงการณ์เคลื่อนไหวครั้งใหญ่เผด็จศึกรัฐบาล แกนนำเสื้อแดงแห่ร่วมไว้อาลัยเผา “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” กวีเสื้อแดง ลั่น 6 พ.ค. เตรียมชุมนุมใหญ่ ถ.อักษะ พุทธมณฑล ด้านหัวหน้าการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ เข้าขอขมา พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล ผ่านเจ้ากรมข่าวทหาร ยอมรับเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนร้าย

จากกรณีที่แกนนำ กปปส.เตรียมประกาศนัดชุมนุมใหญ่เพื่อขับไล่รัฐบาล พร้อมๆกับแกนนำ นปช.เตรียมเคลื่อนไหวสนับสนุนรัฐบาลเช่นกัน ขณะที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) หวั่นเกิดเหตุปะทะกันของมวลชนทั้งสองกลุ่ม ล่าสุดรัฐบาลได้อนุมัติต่อ พ.ร.บ.ความมั่นคงออกไปอีก 60 วัน

ครม.ไฟเขียวต่อ พ.ร.บ.มั่นคง

เวลา 09.00 น. วันที่ 28 เม.ย. ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จ.ปทุมธานี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้อนุมัติต่อระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่จะหมดอายุในวันที่ 30 เม.ย. ออกไปอีก 60 วัน โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ถึงวันที่ 30 มิ.ย.57 ตามที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เสนอ ซึ่งควบคุมพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล จ.นนทบุรี อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.ในฐานะที่ปรึกษา ศอ.รส.ให้เหตุผลว่า เนื่องจากยังมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆที่อาจนำไปสู่การเผชิญหน้า และเพื่อเตรียมการรักษาความสงบเรียบร้อยหากมีการเลือกตั้ง

กอ.รมน.เล็งปรับกำลังคุมม็อบ

เวลา 15.00 น. หลังการประชุม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงเหตุผลที่ต้องต่ออายุ พ.ร.บ.ความมั่นคงว่า เนื่องจากยังมีความรุนแรงอยู่ต้องเตรียมสำหรับการจัดการเลือกตั้ง ดังนั้น จึงต้องมาบูรณาการการใช้กำลังและกฎหมาย ซึ่งจำเป็นที่ต้องใช้กฎหมายพิเศษคือ พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยวันที่ 29 เม.ย. จะมีการประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เพื่อพิจารณาวางแผนร่วมกับทหารและพลเรือนอีกครั้ง เพื่อจัดกำลังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะพิจารณาปรับลดกำลังพลไปก่อน แล้วถ้าจำเป็นก็เพิ่มได้ โดยจะเป็นการเพิ่มกำลังทหาร แต่จะเพิ่มจำนวนเท่าไหร่ อยู่ที่การประชุม กอ.รมน. เมื่อถามว่า การที่ กปปส. จะย้ายกลับไปชุมนุมที่ราชดำเนินตามเดิมหรือไม่ พล.ท.ภราดรกล่าวว่า กปปส.เคยประกาศว่า ถ้าชนะจะกลับไปที่เดิม ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าแนวโน้มการชนะของเขาเป็นอย่างไร

“สุเทพ” เดินรณรงค์เยือน รง.ยาสูบ

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.พร้อมแกนนำ อาทิ นายถาวร เสนเนียม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายชุมพล จุลใส นายสกลธี ภัททิยกุล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เดินเท้าจากสวนลุมพินีฯ ตัดออกถนนพระรามสี่ ผ่านแยกวิทยุ ลอดใต้ทางด่วนพระรามสี่-บ่อนไก่ เลี้ยวซ้ายที่ปากซอยโรงงานยาสูบ เพื่อเชิญชวนประชาชน ข้าราชการ พนักงานสหภาพรัฐวิสาหกิจโรงงานยาสูบร่วมชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งตลอดเส้นทางมีประชาชนมอบเงินและขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งเมื่อขบวนเข้าซอยโรงงานยาสูบ ปรากฏว่ามีขบวนกลองยาวและพนักงานโรงงานยาสูบมอบเงินและเป่านกหวีดต้อนรับ โดยมีนายต่อศักดิ์ โชติมงคล ผอ.โรงงานยาสูบ นายปัญญา พนมวัลย์ รอง ผอ.โรงงานยาสูบ และนางรติรัตน์ วิโรจนชาติ ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจโรงงานยาสูบ (สร.ย.) ให้การต้อนรับ ก่อนจะสวมเสื้อแจ็กเกตสีดำมีสัญลักษณ์โรงงานยาสูบและผ้าโพกศีรษะลายธงไตรรงค์ให้นายสุเทพด้วย

ชวน พนง.รัฐวิสาหกิจไล่รัฐบาล

จากนั้นได้เข้าร่วมหารือที่ห้องประชุมกรองทิพย์ นายสุเทพระบุว่า วันนี้มาเพื่อเชิญชวนพนักงานรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมขับไล่รัฐบาลที่อยู่ใต้อาณัติระบอบทักษิณ เพราะถือเป็นระบอบที่มีภัยต่อความมั่นคงของชาติและทำลายโอกาสประเทศไทย ที่สำคัญทำร้ายประชาชนจำนวนมาก ที่ชัดเจนคือ ชาวนาที่ขายข้าวให้รัฐบาลไปแล้วกว่า 8 เดือนยังไม่ได้รับเงิน สร้างความทุกข์เข็ญเดือดร้อนสารพัด และยังทำร้ายเด็กเยาวชนที่ถูกตัดงบประมาณในโครงการกู้ยืมเงินเรียน เพราะรัฐบาลเอางบประมาณไปทำโครงการประชานิยมจนขาดทุนย่อยยับนับแสนล้าน ทั้งนี้ ระบอบทักษิณยังทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย พยายามออกกฎหมายเพื่อล้างผิดให้ตนเอง อย่างไรก็ตามมวลมหาประชาชนเชื่อว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาไปได้ แต่ต้องปฏิรูปการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาเสียก่อน

ปธ.สร.ย.สบช่องขอร่วมปฏิรูป

นางรติรัตน์ วิโรจนชาติ ประธาน สร.ย.กล่าวว่า สหภาพรัฐวิสาหกิจโรงงานยาสูบสนับสนุนให้มีการปฏิรูปประเทศ ซึ่งโรงงานยาสูบมีความต้องการปฏิรูปให้ดีขึ้น โดยเฉพาะ 3 เรื่องที่ต้องการให้ปฏิรูปคือ 1.ยกเลิกระบบประเมินรัฐวิสาหกิจ 2.ยกเลิกระบบสรรหา ผอ.โรงงานยาสูบจากบุคคลภายนอก และ 3.ต้องการให้มีหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องมีความรู้เข้าใจกับโรงงานยาสูบ อาทิ กรมสรรพสามิตมาเป็นบอร์ด ผู้บริหาร ซึ่งหากมวลมหาประชาชนทำการปฏิรูปประเทศได้สำเร็จ ขอให้มีการพัฒนาและปฏิรูปองค์กรรัฐวิสาหกิจด้วย จากนั้นทั้งหมดได้ร่วมรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกันที่ห้องประชุมกรอง-ทิพย์ ภายในโรงงานยาสูบ

“กำนัน” ยันสู้ครั้งสุดท้ายไม่มีเสมอ

นายสุเทพกล่าวว่า ขอยืนยันครั้งนี้จะต่อสู้เป็นครั้งสุดท้ายต้องมีแพ้ มีชนะ ไม่มีเสมอ ไม่มีต่อรองใดๆทั้งสิ้น เพราะชาติจะขาดทุน ต้องประกาศให้ชัดเจนว่า จะไม่เกรงใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพราะหากปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณมีที่ยืน ประชาชนจะไม่มีที่ยืนในบ้านเมือง คนในระบอบทักษิณยังสามารถออกไปอยู่ต่างประเทศอย่างสบายจากเงินทุจริตจำนวนมาก การต่อสู้ครั้งนี้จึงมีความสำคัญ เป็นครั้งสุดท้ายในการขจัดระบอบทักษิณให้สิ้นไป จึงขอเชิญชวนพนักงานสหภาพรัฐวิสาหกิจโรงงานยาสูบออกมาร่วมต่อสู้ในร่วมกับ กปปส. ในขณะที่ผู้บริหารและพนักงานรัฐวิสาหกิจโรงงานยาสูบต่างให้การตอบรับพร้อมยืนยันว่า หากมีนัดชุมนุมใหญ่จะเข้าร่วมในการชุมนุมกับ กปปส.

ปูดรัฐสั่งห้ามพนักงานต้อนรับ

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ที่ดูแลด้านความปลอดภัย กล่าวว่า ได้ให้การ์ดอาสาตรวจตราเส้นทางที่จะเดินรณรงค์พร้อมกำหนดจุดให้การ์ดดูแลเรื่องความปลอดภัยตลอดเส้นทางการเคลื่อนขบวน ทั้งทางแยก บนสะพานต่างๆ รวมถึงจุดสูงของอาคารต่างๆ ซึ่งเมื่อถึงโรงงานยาสูบได้พบพนักงานรัฐวิสาหกิจโรงงานยาสูบมาบอกว่า มีคำสั่งมาจากหน่วยงานของรัฐบาลสั่งการไม่ให้พนักงานโรงงานยาสูบออกมาต้อนรับและร่วมชุมนุมกลุ่ม กปปส. หากใครฝ่าฝืนจะมีโทษ เป็นการคาดโทษขู่ แต่ยังมีพนักงานรัฐวิสาหกิจออกมาต้อนรับจำนวนมากก็ชี้ชัดว่าอะไร ส่วนบรรดาแกนนำ กปปส. ไม่ว่าจะมีหมายจับ หมายเรียกออกมากี่ใบ เราก็ขอสู้ตามกระบวนการยุติธรรมตามกรอบของกฎหมาย เพราะเราก้าวข้ามความกลัวไปแล้วและมั่นใจว่าประชาชนเจ้าของอำนาจจะทวงอำนาจคืนจากรัฐบาลทรราชได้

นัดล้างหูรอฟัง “กำนัน” สั่งดีเดย์

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเตรียมตัวที่จะเข้าร่วมชุมนุม เพราะนายสุเทพจะประกาศวัน ว. เวลา น.ที่จะนัด ชุมนุมใหญ่เป็นวันเผด็จศึกในสงครามครั้งสุดท้ายเพื่อรวมพลังประชาชนเจ้าของประเทศให้ออกมาแสดงพลังว่า ไม่เอารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์และระบอบทักษิณ โดยนายสุเทพจะประกาศชัดๆในเวลา 19.00 น. ของวันที่ 30 เม.ย.ว่าจะนัดชุมนุมใหญ่กันวันไหน เมื่อทราบแล้วขอให้มาแต่เนิ่นๆ

เย้ย พ.ร.บ.มั่นคงไม่กระทบ กปปส.

ที่เวทีสวนลุมพินี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติต่ออายุ พ.ร.บ.ความมั่นคงอีก 60 วันว่า การต่ออายุ พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่เกิดประโยชน์ต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะปัญหาเกิดจากรัฐบาลหุ่นเชิด การตั้ง ศอ.รส.เป็นการตั้งโดยไร้เหตุผล ปฏิบัติหน้าที่ล้มเหลวเพิ่มความแตกแยก ซ้ำใช้งบประมาณเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มเดียว ทั้งที่สามารถใช้กฎหมายปกติดูแลสถานการณ์ได้ เพราะผู้ชุมนุมเป็นฝ่ายถูกกระทำมาตลอด โดยรัฐบาลไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้และยังละเลยให้มีการก่อเหตุ โดยเฉพาะการยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่สำนักงานหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ นอกจากไม่รักษาความมั่นคงแล้วกลับกระทำการหมิ่นเหม่ต่อการทำลายความมั่นคง และดำเนินการที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงและใช้กฎหมายปกติอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้การต่อ พ.ร.บ.ความมั่นคงไม่กระทบต่อการชุมนุมของ กปปส.แต่อย่างใด

วอนมวลชนอย่าวิตก “ มาร์ค” ขยับ

เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอตัวหาทางออกและยุติความขัดแย้ง โดยพยายามบิดเบือนและสร้างความสับสนว่า มีความขัดแย้งระหว่างมวลชนและพรรคประชาธิปัตย์ นายเอกนัฏกล่าวยืนยันว่า การเคลื่อนไหวของ กปปส.เป็นอิสระจากทุกพรรคการเมืองและนักการเมือง การแสดงความเห็นของนายอภิสิทธิ์ ไม่กระทบต่อการเคลื่อนไหวของมวลชน อาจเป็นความหวังดีต่อประเทศ ส่วนการเคลื่อนไหวของกปปส. นายสุเทพยืนยันมาตลอดว่าเป็นเพียงร่างทรง ที่ทำตามความต้องการของประชาชน โดยย้ำว่าต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้น ขอให้มวลชนอย่าหวั่นไหวกับผู้ที่ต้องการความแตกแยก เพราะศัตรูของแผ่นดินไทยคือระบอบทักษิณ ทั้งนี้ในวันที่ 30 เม.ย. เวลา 19.00 น. นายสุเทพจะแถลงการณ์ครั้งสำคัญจะประกาศแนวทางการเคลื่อนไหวในเดือน พ.ค.เพื่อเผด็จศึกรัฐบาล

คปท.เตรียมเสนอ ส.ว.ทูลเกล้าฯนายกฯ

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก เมื่อเวลา 15.00 น.คณะแกนนำ คปท.จัดกิจกรรมต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 ในหัวข้อ 200 วัน คปท.กับก้าวต่อไปปฏิรูปประ-เทศไทย โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. กล่าวว่า ทุกเวทีเห็นตรงกันว่าระบอบเป็นตัวการของการทุจริตคอร์รัปชัน ต้องให้กระบวนการยุติธรรมจัดการกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยปฏิวัติประชาชนตั้งรัฐบาลและสภาประชาชน ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กระทำขัดรัฐธรรมนูญในการย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ทาง คปท.จะไปยื่นหนังสือถึงรักษาการประธานวุฒิสภา เพื่อประชุมสรรหานายกฯแล้วทำหนังสือกราบบังคมทูลเสนอบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ขอนายกฯพระราชทาน ส่วนความเห็นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประโยชน์แต่ไม่เหมาะต้องไปทบทวนใหม่ ทั้งนี้ ความเห็นของคณะรัฐบุคคลก็ยังไม่สอดคล้องในข้อกฎหมาย ฉะนั้นทหารเป็นอาชีพเดียวที่ได้เรียนวิชากลศึก อย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง

“ทักษิณ” สั่งอดีต ส.ส.ตั้งเวทีคู่ขนาน นปช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.00 น. อดีต ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย ได้นัดประชุมที่พรรคเพื่อไทย ได้ข้อสรุปว่าจะจัดตั้งขบวนการคนอีสานปกป้องประชา-ธิปไตย เพื่อเคลื่อนไหวในทุกจังหวัดภาคอีสาน และจัดเวทีปราศรัยทั่วทั้งภาค เบื้องต้นใช้เวทีหน้าศาลากลางจังหวัด หรือหน้าสนามกีฬากลางจังหวัดเป็นจุดรวมตัวแสดงพลัง โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 2-3 พ.ค. เรื่อยไปจนถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับนายกฯ ทั้งนี้ระหว่างการประชุมปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้สไกป์เข้ามาพูดคุยพร้อมทั้งอวยพรย้อนหลังเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ โดย พ.ต.ท.ทักษิณได้แสดงความเห็นด้วยในสิ่งที่อดีต ส.ส.อีสานกำลังจะทำเพราะเป็นการเคลื่อนไหวที่ดีและแยกส่วนกับ นปช.พร้อมกำชับเน้นย้ำว่า อย่ามีเรื่องหรือใช้ความรุนแรง
ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณได้สั่งการ ส.ส.ว่า “พวกเราห้ามทิ้งมวลชนเด็ดขาด วันนี้ทั่วโลกเขาเชื่อเรา ที่ยึดถืออยู่บนกติกาคนที่คิดนอกกรอบกฎหมายก็ไปไม่ได้ ขอให้พวกเราอดทน เพราะการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นในไม่ช้าก็เร็ว”

ตร.คุมเข้มงานเผาศพ “ไม้หนึ่ง”

บ่ายวันเดียวกัน ที่วัดเสมียนนารี ได้จัดการเผาศพ นายกมล ดวงผาสุก หรือไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีเสื้อแดงที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ท่ามกลางมวลชนเสื้อแดงมาร่วมไว้อาลัย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น และ บก.น.2 กว่า 200 นายเข้ารักษาความปลอดภัย พร้อมหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดีเข้าตรวจตราอย่างละเอียด โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทยเข้าร่วม อาทิ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ส่วนแกนนำ นปช. นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสย-เกื้อ เลขาธิการ นปช. นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตย (อพปช.) นายศรรัก มาลัยทอง แกนนำกลุ่ม กวป. นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำชมรมคนรักอุดร กลุ่มศิลปิน นำโดยวัฒน์ วรรลยาง-กูร นายกุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ หรือจิ้น กรรมาชน โดยพิธีเริ่มขึ้นพร้อมพายุฝนที่โปรยมาอย่างหนัก รศ.ดร.สุดา รังกุพันธ์ แกนนำกลุ่มปฏิญญาหน้าศาลได้อ่านบทกวีไว้อาลัยและร่วมร้องเพลงนักสู้ธุลีดิน เพื่อเป็นเกียรติ และแจกหนังสือสถาปนาสถาบันประชาชนพร้อมเสื้อสกรีนรูปไม้หนึ่งให้ผู้ร่วมงาน

“ณัฐวุฒิ” ร้อง ตร.เร่งคลี่คลายคดี

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า นปช.ตั้งใจยุติเวทีปราศรัยในวันนี้เพื่อมาร่วมในงานศพของกวีเสื้อแดง ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งคลี่คลายคดีและต้องการรู้ว่าใครฆ่าพี่น้องของเรา ใครที่เอาชีวิตนักต่อสู้ของประชาชนรายนี้
ด้านนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำชมรมคนรักอุดร กล่าวว่า มั่นใจผู้ที่สังหารไม้หนึ่งมาจากขบวนการไล่ล่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เพื่อตัดไม้ ข่มนามให้คนเสื้อแดงกลัวและสกัดการเคลื่อนไหว แต่กลับยิ่งสร้างความเข้มแข็งให้เรา ส่วนที่มองว่าอาจไม่ใช่กลุ่มเดียวกันที่ยิงตนนั้น เพราะขณะนี้ถูกจับได้และอัยการสั่งฟ้องแล้ว น่าจะเป็นกลุ่มองค์กรใหม่ที่ตั้งขึ้นมากำลังเป็นข่าวดังขณะนี้ อย่างไรก็ตามกลุ่มชมรมคนรักอุดรเตรียมนัดหมาย กับ อพปช.เตรียมมวลชนมาร่วมเป็นการ์ดให้การชุมนุมใหญ่ของ นปช.วันที่ 6 พ.ค.นี้ ที่ถนนอักษะ

ตร.จ้องเรียกสอบคนสนิท “ไม้หนึ่ง”

ขณะที่ พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงนายกมล ดวง-ผาสุก หรือไม้หนึ่ง ก.กุนที เสียชีวิต ว่าพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับตามภาพสเกต ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมอยู่ คงต้องตรวจสอบรายละเอียดอื่นๆให้ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนการสอบปากคำ รศ.สุดา รังกุพันธ์ หรืออาจารย์หวาน จำเป็นต้องสอบปากคำเพิ่มเติมอยู่แล้ว เพราะอยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งคนใกล้ชิด โดยพนักงานสอบสวนกำลังติดต่ออาจารย์หวานมาสอบปากคำ

การ์ด กปปส.นำมือยิง พ.อ.มอบตัว

ส่วนความคืบหน้าคดีการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ เข้ารุมทำร้ายและยิง พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รองผู้-อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์ สำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยได้รับบาดเจ็บนั้น พล.ต.ต.ชยุต ธนทวรรัชต์ รอง ผบช.น.ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้องว่า แกนนำ กปปส.จะติดต่อนำผู้ก่อเหตุดังกล่าวเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน เท่าที่ได้ติดตามคดีดังกล่าวคาดว่าผู้ที่ก่อเหตุน่าจะเป็นการ์ด กปปส. แต่ยังไม่ได้ระบุจำนวนคนที่ก่อเหตุ ส่วนการแจ้งความเรื่องของภายในรถสูญหาย เช่น อาวุธปืนนั้น ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจน แต่คงจะเน้นกรณีทำร้ายร่างกายและคดีพยายามฆ่าก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย. หัวหน้าการ์ด กปปส.ได้นำดอกไม้ธูปเทียนขอขมา พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล ผ่านทาง พล.ท.สีหนาท วงศ์สาโรจน์ เจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะผู้บังคับบัญชา โดยหัวหน้าการ์ด กปปส.ให้เหตุผลว่า รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเกิดจากการเข้าใจผิดคิดว่า พ.อ.วิทวัสเป็นคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่พื้นที่บริเวณหน้าศาลปกครองสูงสุด จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

จับทหารสื่อสารพกปืนเอ็มพี 5

เวลา 02.00 น. คืนวันที่ 28 เม.ย. ที่ สน.มักกะสัน พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น 1 พ.ต.ท.ฤทธิ ปานดำ รอง ผกก.ป.สน.มักกะสัน พ.ต.ท.ธนิทธิ ราชวงษ์ สวป.สภ.เมืองสระบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.น 1 และตำรวจ จ.อ่างทอง และ จ.สระบุรี ร่วมแถลงผลการจับกุม ส.อ.จักรพงษ์ ศรี-พรหม์ อายุ 27 ปี สังกัดกรมสื่อสารทหารบก และนายศตวรรษ ไชยพร อายุ 24 ปี พร้อมของกลางปืนยาวกึ่งออโตเมติก รุ่นเอ็มพี 5 ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ปืน 9 มม. 1 กระบอก กระสุนขนาด 9 มม. 56 นัด กระสุนขนาด 223 จำนวน 17 นัด ระเบิดแบบจุดชนวน 1 ลูก วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง กระบองไฟฉาย 1 อัน หมวกไหมพรมคลุมหน้า 2 ใบ และแผนที่สวนลุมพินี โดยจับกุมได้บริเวณจุดตรวจแยก อสมท

พ.ต.อ.ไกรเลิศกล่าวว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษตั้งจุดตรวจบริเวณแยก อสมท ได้ตรวจค้นรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน ตช 835 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี ส.อ.จักรพงษ์เป็นคนขับ และนายศตวรรษนั่งมาในรถ พบของกลางจำนวนดังกล่าว หลังสอบสวนนายศตวรรษรับสารภาพว่า เดินทางมาจาก อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อกลับบ้านย่านประชาสงเคราะห์ แต่ถูกจับเสียก่อน ส่วนของกลางในรถเป็นของพี่ชาย ส่วนแผนที่สวนลุมพินีนั้น เนื่องจากตนหาข่าวให้กับ กอ.รมน.ก่อนจะปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นการ์ด กปปส.

“สุเทพ” แย้มใกล้ถึงจุดยุติการต่อสู้

ต่อมาเมื่อเวลา 20.10 น. ที่เวทีสวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นกล่าวว่า ถ้ายังปล่อยให้ระบอบทักษิณอยู่ต่อไปต้องเป็นปัญหาใหญ่โตแน่นอน เพราะใช้เงินเปิดทางซื้อตำแหน่ง ส.ส.และรัฐมนตรี เพื่อยึดอำนาจการปกครอง แล้วใช้อำนาจตามอำเภอใจ เพื่อทำโครงการชักส่วนต่างเข้าพกเข้าห่อส่งสมุนบริวารเอาเปอร์เซ็นต์ไปให้เจ๊แดง แม้แต่กระทั่งโรงงานยาสูบ การต่อสู้ของเราใกล้ถึงจุดยุติแล้วในอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่เราสู้ยืดเยื้อยาวนานมา 180 วัน มีคนเสนอให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติเราไม่เอา เราขอรัฐบาลของประชาชนเท่านั้น ไม่ให้นักการเมืองมาเกี่ยวข้องเด็ดขาด เพราะจะเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ การต่อสู้เราใกล้ถึงจุดจบที่จะยุติแล้ว เราต่อสู้เพื่อประเทศชาติ เราไม่ยอมประนีประนอมกับคนชั่วโกงชาติอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แน่นอน จึงประกาศเป็นสัจจะวาจาว่า จะโค่นล้มระบอบทักษิณให้ได้ประเทศนี้จึงจะสงบสุข จุดยืนของเราชัดเจนว่าไม่เจรจากับโจรเด็ดขาด การต่อสู้ครั้งนี้จะปิดโอกาสคนชั่วไม่ให้มีอำนาจเป็นรัฐบาลมาโกงบ้านกินเมืองอีก

29 เม.ย. 2557 08:01 29 เม.ย. 2557 08:01 ไทยรัฐ