วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.สส.เชียร์มาร์ค พท.ไม่สน บีบปชป.เลือกตั้ง

‘โภคิน’แถลงเปิดเกมปฏิรูป ‘ปู่สายหยุด’งง‘ป๋า’เปลี่ยนใจ 2พรรคปดข่าวคุยลับทักษิณ

“มาร์ค” เข้ากองทัพไทยพบ ผบ.ทหารสูงสุดถกทางออกประเทศฉลุย เดดไลน์ 2 สัปดาห์ไม่คืบก็จบ โวยลั่นข่าวไม่จริงบิ๊ก ปชป.ดอดคุย “ทักษิณ” ยันเกมนี้ไม่มีเรื่องเก้าอี้นายกฯมายั่วน้ำลาย “บิ๊กเจี๊ยบ” ส่งแรงเชียร์ทำต่อไป ชี้การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ส่วนกองทัพจะยึดหลัก รธน. “เพื่อไทย” ปาดหน้า “มาร์ค” ชงปฏิรูปฉบับประชามติบีบ ปชป.ลงสนามเลือกตั้ง จี้องค์กรอิสระเคร่งครัด-เที่ยงตรง “ปู” มาแนวโลกสวยขอโอกาส “อภิสิทธิ์” ได้โชว์ฟอร์มเต็มที่ แต่บี้ให้ไปคุยกับ “เทพเทือก” ด้วย “ปู่สายหยุด” แฉ “ป๋า” โทร.มาเชิญเข้าบ้านสี่เสาฯเห็นด้วยกับข้อเสนอ คณะรัฐบุคคลดันขอ ม.7

ล่วงเข้าสู่วันที่ 4 หลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาเสนอตัวเดินสายเจรจาเพื่อหาทางออกในการแก้วิกฤติการเมืองโดยจะใช้เวลาเพียง 10 วัน ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ได้เข้าพบ ผบ.ทหารสูงสุดเพื่อหารือแนวทางดังกล่าว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

“มาร์ค” ยิ้มร่า ผบ.สส.เชียร์เต็มที่

เมื่อเวลา 09.40 น.วันที่ 28 เม.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เพื่อหารือเกี่ยวกับทางออกวิกฤติการเมืองให้กับประเทศ โดยนายอภิสิทธิ์หารือกับ พล.อ.ธนะศักดิ์สองต่อสองใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 11.50 น. นายอภิสิทธิ์ออกมาแถลงข่าวว่า ตนนำเสนอและอธิบายความพยายามหาทางออกแก้ปัญหาขัดแย้ง ซึ่งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ ผบ.สส. โดยสรุปว่า 1.ตนและ ผบ.สส.ห่วงใยสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะตระหนักถึงความขัดแย้งรุนแรง หลายฝ่ายยังมองภาพไม่ชัดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างไร และมองตรงกันว่าสถานการณ์ขณะนี้เปราะบาง และ 2.ได้อธิบายเสนอแนวทางเลือกคำตอบของสังคมและอธิบายแนวทางการทำงาน ซึ่ง ผบ.สส.สนับสนุนสิ่งที่ทำและต้องการเห็นทุกฝ่ายช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์ เพื่อเป็นทางออกให้ประเทศ โดยฝ่ายการเมืองต้องมีส่วนสำคัญแก้ไขปัญหา ส่วนกองทัพยึดหลักรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขปัญหาขัดแย้งโดยยึดผลประโยชน์ประชาชนและประเทศ

หนุนเดินหน้าลุยไฟต่อเพื่อชาติ

“การพูดคุยกับ ผบ.สส.มีทุกมิติ ทั้งวิเคราะห์สถานการณ์ พูดคุยหาทางออก สิ่งที่ผมจะปฏิบัติต่อไปด้วย ซึ่ง ผบ.สส.เห็นด้วยในหลักการ และผมแสดงความขอบคุณกองทัพที่ท่ามกลางความขัดแย้ง กองทัพดำรงบทบาทตามรัฐธรรมนูญ ไม่แสดงความเป็นฝักฝ่ายทางการเมือง ปฏิบัติหน้าที่เข้มแข็งดูแลประชาชน แน่นอนว่ายังมีบางเรื่องที่ประชาชนห่วงใย และบ่อยครั้งไม่ได้รับการแก้ปัญหา เช่น การล่วงละเมิดสถาบัน กองทัพยืนยันว่าจะดำเนินการเต็มที่ ในการหารือวันนี้ผมพอใจที่ ผบ.สส. มองสถานการณ์หลายอย่างไม่ต่างกัน และ ผบ.สส.เห็นว่าการแก้ปัญหาเป็นหน้าที่คนไทยทุกคน หากผมทำสำเร็จก็เป็นประโยชน์บ้านเมือง และขอให้ทำต่อไป คิดว่าภายใน 7 วันถึง 2 สัปดาห์ น่าจะสำเร็จถ้าไม่ไปไหนก็จบ และถ้าจะให้เลยไปถึง 3 สัปดาห์ก็ไม่เชื่อว่าจะสำเร็จได้ หากทำสำเร็จก็มั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศ แต่หากไม่สำเร็จสังคมก็ต้องหาทางออกต่อไป” นายอภิสิทธิ์กล่าว

โวยไม่จริงบิ๊ก ปชป.ดอดคุย “แม้ว”

ต่อข้อถามว่ามีกระแสข่าวแกนนำพรรคประชาธิปัตย์บางคนไปเจรจากับฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่มี ไม่ได้ไปเจรจาต่อรองกับใคร แต่มีความจำเป็นหาทางออกประเทศ และการปฏิรูปต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขกฎหมาย ตนคุยกับทุกฝ่าย วันที่ 29 เม.ย.จะหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากนั้นจะไปหารือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา รวมทั้งหารือกับฝ่ายต่างๆ และรัฐบาลด้วย ส่วนจะรับข้อเสนอหรือไม่เป็นเรื่องของรัฐบาล ยืนยันว่าจากการเจรจาไม่มีพูดถึงประโยชน์ส่วนตัว โดยเฉพาะคดีความของตนที่ค้างอยู่ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

ยันต่อรองเก้าอี้นายกฯ ไม่มีอยู่แล้ว

“ที่บอกว่ามีการต่อรองตำแหน่งทางการเมืองในอนาคต ไม่มีอยู่แล้ว ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ไปเจรจากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ก่อนเจรจากับฝ่ายอื่น ผมก็มีแนวทางการทำงานของตัวเอง จะเลือกเองว่าพบใครก่อนหรือหลัง หากพรรคเพื่อไทยจะทำข้อเสนอก็ได้ แต่ผมพยายามจะนำเป้าหมายที่เห็นว่าเหมาะสมเป็นตัวตั้งและประสานแนวร่วม ซึ่งพรรคการเมือง พรรคร่วมรัฐบาลเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในเป้าหมาย” นายอภิสิทธิ์กล่าว

บ่น “สายหยุด” ทำชาวบ้านปวดใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเสนอของ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประธานคณะรัฐบุคคลที่ให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขอพึ่งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อแก้ปัญหา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สบายใจ ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ทุกฝ่ายต้องเทิดทูน วันนี้จึงมีความกังวลกันมากขึ้นว่าจะเกิดปัญหา เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมเราจึงไม่หาทางเลือกที่เป็นทางเดินใหม่ให้กับประเทศ

ปชป.อัด พท.เป็นตัวอุปสรรค

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การทำงานของนายอภิสิทธิ์ ตลอดระยะเวลา 3-4 วันที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ขอขอบคุณความร่วมมือฝ่ายต่างๆ ที่ร่วมพูดคุยหาทางออกให้ประเทศ ภารกิจนายอภิสิทธิ์ครั้งนี้ทราบดีว่ามีอุปสรรคและคำวิจารณ์ แต่มั่นใจว่าจะมีผลสำเร็จให้ประเทศ และทำให้เดินหน้าปฏิรูปได้ ประชาชนได้ประโยชน์แท้จริง แต่การหารือขณะนี้ คนฝั่งรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเป็นอุปสรรค มีการพูดเยาะเย้ยถากถางนายอภิสิทธิ์ แสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้ไม่มีเจตนาดีพาประเทศพ้นความขัดแย้ง เชื่อว่าหลายฝ่ายเห็นความตั้งใจนายอภิสิทธิ์แล้ว และเมื่อพูดคุยครบถ้วนก็จะเปิดเผยข้อเสนอที่ไม่ได้เจรจาต่อรองเพื่อผลประโยชน์ แต่เสนอชุดความคิดให้ประเทศพ้นขัดแย้ง

จวกพวกฮิตเลอร์คอยขวาง “มาร์ค”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.17 น. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “ส.ส.นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” ตอนหนึ่งว่า “สนับสนุนการคลี่คลายสถาน– การณ์การเมืองของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่าจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ พรรคการเมืองเติบโตจนกลายเป็นเนื้อเดียวกับประชาชนก็ควรมีส่วนแสดงความคิดเห็น แม้ประชาชนคนเดียวก็ควรรับฟังความเห็นเขา ใครที่ปฏิเสธเย้ยหยันการกระทำคุณอภิสิทธิ์ขอให้รู้ว่าคุณกำลังเพาะเชื้อร้ายเผด็จการขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เราประกาศว่าจะล้มระบบทุนนิยมสามานย์ ล้มล้างเผด็จการรัฐสภา ล้มระบบประชานิยมที่ทำให้ประชาชนและประเทศอ่อนแอ แนวทางนี้อยู่ในอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ เราจะสู้ตามแนวทางที่เห็นว่าถูกต้อง แพ้-ชนะเป็นเรื่องรอง”

พท.แถลงการณ์ต้อนเข้าโหมด ลต.

เมื่อเวลา 12.20 น.ที่พรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล กรรมการกิจการพรรค เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย ที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ เป็นประธานว่า แถลงการณ์พรรคเพื่อไทยเรื่องหลีกเลี่ยงความรุนแรงด้วยการเลือกตั้งและตั้งอยู่บนความเที่ยงธรรม ปราศจากอคติ 1.ตามที่ กกต. ได้ประชุมร่วมกับพรรคการเมืองต่างๆ เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา และได้เสนอให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 20 ก.ค. พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ขอเรียกร้องให้ กกต.และรัฐบาลเร่งวันเลือกตั้งให้เร็วขึ้น และรีบตราพระราช–กฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้ความขัดแย้งทางความคิดและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ได้มีทางออกที่ถูกต้องด้วยการฟังเสียงประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยผ่านกระบวนการเลือกตั้ง 2.พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และนำเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยที่เป็นรูปธรรมเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของประชาชน ทั้งในแง่ของเนื้อหาและกระบวนการ

เปิดเกมปฏิรูปชิงดำประชามติ

นายโภคินกล่าวว่า 3.พรรคเพื่อไทยจะเร่งหารือกับทุกพรรคการเมืองและทุกองค์กร ทุกกลุ่ม เพื่อรวบรวมแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยในส่วนที่ตรงกันเพื่อรีบร่วมกันดำเนินการ ส่วนแนวทางที่แตกต่างจะสรุปในสาระสำคัญเพื่อนำไปสู่กระบวนการประชามติ หรือขอให้องค์กรทางวิชาการนำไปหาข้อสรุปที่ชัดเจนและเข้าสู่กระบวนการประชามติต่อไป 4.พรรคเพื่อไทยขอความร่วมมือจากพรรคการเมือง ประชาชนทุกหมู่เหล่า เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน ไม่ว่าจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใด ได้เข้าร่วมในกระบวนการเลือกตั้งอย่างสันติ ให้เกียรติทุกฝ่าย ไม่ขัดขวางการรับสมัคร การหาเสียง การลงคะแนน การนับคะแนน และกระบวนการอื่นๆเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตลอดจนปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด และใช้สิทธิรวมทั้งทำหน้าที่โดยสุจริตและเที่ยงธรรม เพราะยิ่งการเลือกตั้งล่าช้าหรือไม่เป็นไปตามปกติ ประเทศจะยิ่งเสียหายในทุกๆด้าน

จี้องค์กรอิสระเคร่งครัด–เที่ยงตรง

นายโภคินกล่าวอีกว่า 5.พรรคเพื่อไทยขอให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลาย ยึดมั่นในความไม่มีอคติและความเที่ยงธรรม ทั้งในแง่กระบวนการและเนื้อหาโดยเคร่งครัด เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ขององค์กรนั้นๆ ได้มีสิทธิในการต่อสู้ โต้แย้ง และนำเสนอพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ อย่าเลือกปฏิบัติหรือเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ขยายตัวไปสู่ความรุนแรงจนยากจะแก้ไขและเกิดกลียุคได้ และ 6.ท่ามกลางความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ สังคมไทยและคนไทยมีโอกาสมากมายกว่าหลายชาติที่จะก้าวเดินไปบนการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อความผาสุกของพวกเราทุกคน

มัดมือชก “มาร์ค” หนนี้ต้องลง ลต.

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าพรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายโภคินตอบว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอตัวเองเป็นคนกลางมาช่วยแก้ปัญหาด้วยท่าทีที่ชัดเจนขนาดนี้ ก็เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์คงจะร่วมกระบวนการในการเลือกตั้งอย่างแน่นอน ทั้งนี้เมื่อวันนี้ท่านได้แสดงท่าทีว่าการเลือกตั้งคือทางออกของประเทศ ดังนั้นตรงนี้เมื่อเราเห็นตรงกันก็จะร่วมมือกันเพื่อลงมือทำได้เลย ส่วนอะไรที่ยังเห็นต่างกัน อยู่นั้นก็คงมีกระบวนการที่จะมาดำเนินการต่อไป

เย้ยทำได้ให้ฉายา “มาร์คแมนมาก”

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเดินสายเช่นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากมายมหาศาล หากนายอภิสิทธิ์ทำก่อนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.อย่างไรก็ตาม ไม่น่าเชื่อว่านายอภิสิทธิ์จะจริงใจ เพราะการทำเช่นนี้ย่อมเป็นการเฉดหัว กปปส.ที่จนถึงนาทีนี้ยังยืนยันว่าต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง รู้สึกเสียดายเวลาที่นายอภิสิทธิ์ออกมาเดินสาย เพราะคำถามที่ต้องตอบก่อนอื่นคือ นายอภิสิทธิ์ถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ก่อนหรือยังว่าเอาอย่างไร อย่าลืมคำนายสุเทพที่ด่าว่า “แม้นจะเป็นคนใกล้ชิดสนิทสนมอย่ามาสะเออะ ทำมาเป็นคนกลาง” หรือว่าผลัดกันเล่นลิเกคนละฉาก อย่ามามัวเสียเวลาแสดง “มาร์คโชว์” อยู่เลย หากทำได้ตนจะยอมตั้งฉายาให้ว่า “มาร์คแมน มาก” และขอยืนยันอีกครั้ง ทางออกของประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่ไหน วันนี้ประตูใหญ่อยู่ที่สวนลุมพีนีแค่นี้เอง

กุนซือ “แม้ว” ปัดถกลับที่อังกฤษ

นายนพดล ปัทมะ คณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ตามที่มีข่าวว่ามีคนเดินทางไปอังกฤษเพื่อเจรจาลับกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณหรือฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ผมขอเรียนว่าไม่มีการเจรจาลับใดๆ ระหว่างฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณและฝ่ายคุณอภิสิทธิ์ ทั้งในต่างประเทศหรือในประเทศไทย และคุณหญิงพจมานก็ไม่ได้เดินทางไปอังกฤษมา 6 ปีแล้ว และท่านไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ส่วนการพูดคุยเพื่อหาทางออกประเทศ ถ้าใครยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ กติกาประชาธิปไตย และความยุติธรรม สามารถมาพูดกับฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยได้เสมอ”

“ปู” ขอโอกาสให้ “มาร์ค” โชว์ฟอร์ม

เวลา 14.30 น.ที่องค์กรพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จ.ปทุมธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความจริงใจในการเป็นคนกลางหาทางออกประเทศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอเวลา 10 วันว่า คงต้องให้นายอภิสิทธิ์ได้ทำงานเต็มที่ก่อน รัฐบาลก็คอยติดตาม ถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างคาดหวังก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศ ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่ารัฐบาลพร้อมที่จะคุยกับนายอภิสิทธิ์ นายกฯ ตอบว่า รัฐบาลพร้อมเปิดกว้าง อะไรที่เป็นประโยชน์ให้ความร่วมมือได้ ก็ยินดีกับทุกๆคน เมื่อถามว่านายอภิสิทธิ์ขอให้มีการถ่ายทอดสดหากมีการพูดคุย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่าต้องรอการนัดหมายอย่างเป็นทางการก่อน และต้องดูในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม อยากให้เปิดโอกาสนายอภิสิทธิ์ได้ทำงาน รวมทั้งเมื่อนายอภิสิทธิ์เริ่มแนวคิดปฏิรูปหาทางออกประเทศ นายอภิสิทธิ์ควรพูดคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ด้วย เนื่องจากมีความเหมาะสมที่จะคุยดีกว่าหลายๆคน เรื่องนี้ไม่อยากให้มองว่า ใครจริงใจ ไม่จริงใจ แต่ความพยายามต่างๆต้องเปิดโอกาส และให้กำลังใจช่วยกันผลักดันแก้ปัญหา

เตือน “สายหยุด” ต้องระมัดระวัง

เมื่อถามว่า ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องดำเนินการตามแนวคิดของ พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ. ทหารสูงสุดแกนนำคณะรัฐบุคคล ที่เสนอให้มีการทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชโองการทางออกประเทศใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนเองคงไม่อยู่ในข่าย ต้องศึกษาดูการทำเช่นนั้นเป็นไปได้หรือไม่ ใช้เป็นทางออกจริงๆ ได้หรือไม่ เรื่องนี้ต้องระมัดระวัง เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องให้ผู้ที่มีความรู้ด้านกฎหมายเป็นผู้พิจารณาให้เกิดความรอบคอบ ไม่อยากเห็นการพูดแล้วเกิดข้อถกเถียงกัน เมื่อถามว่า มองว่าสถานการณ์วันนี้ถึงขั้นจะต้องพึ่งพระบารมีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือสถาบันพระมหากษัตริย์ พระองค์อยู่เหนือการ เมือง เรื่องต่างๆต้องเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ที่จะต้องช่วยกันแก้ไขและต้องระมัดระวังที่จะไประคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

เกาคางรอ กกต.นัดถกวันเลือกตั้ง

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวถึงการหารือร่วมกับคณะกรรมการ กกต.ในวันที่ 30 เม.ย.เรื่องของจัดเลือกตั้ง ว่า วันนี้ได้มีการพูดคุยและนัดหมายไว้คร่าวๆกับประธาน กกต.ไว้แล้ว แต่ยังรอการประสานอย่างเป็นทางการอยู่ คงต้องรอให้ กกต.ประชุมก่อน ซึ่งก็แล้วแต่ กกต.หากต้องการให้รัฐบาลเข้าร่วม ก็ยินดีเข้าร่วม เมื่อถามว่า รัฐบาลได้มีการกำหนดวันที่เหมาะสมในการจัดการเลือกตั้งไปเสนอ กกต.ด้วยหรือไม่ นายกฯตอบว่า ตามหลักต้องดู กกต. และวันนี้ได้กำหนดนัดหมายกันคร่าวๆแล้ว ทั้งนี้เราต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่ ที่มีการกำหนดมาแล้ว รัฐบาลก็มีหน้าที่ทำงานร่วมมือกับ กกต.

ยังกั๊กไปเองแจงคดีเด้ง “ถวิล”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังกล่าวถึงการเดินทางไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ในวันที่ 6 พ.ค.ว่า ยังมีเวลาตัดสินใจว่าจะเดินทางไปชี้แจงด้วยหรือส่งเป็นเอกสารไป ขอเวลาในการหารือและจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

“เต้น” งง “ป๋า–สายหยุด” คนละคีย์

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เลขาธิการนปช.กล่าวว่าสถานการณ์การเมืองเวลานี้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลกำลังออกอาการเมาหมัด เพราะ 6 เดือนผ่านไปยังไม่บรรลุเป้าประสงค์ ต่างคนต่างเคลื่อนไหวเรียกร้องตามแนวทางตนเอง ทำสังคมสับสน โดยสายของ พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.สส.ในฐานะประธานคณะรัฐบุคคล อ้างเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลา– นนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ อ้างว่า พล.อ.เปรมเห็นด้วยกับแนวทางกลุ่มคณะรัฐบุคคล จะไปยกร่างพระบรมราชโองการ แต่เมื่อคนใกล้ชิด พล.อ.เปรมออกมาปฏิเสธ พล.อ.สายหยุดพยายามจะอธิบาย แต่ยิ่งอธิบายสังคมยิ่งไม่เข้าใจว่าท่านคุยกันอย่างไร เพราะล่าสุด พล.อ.สายหยุดระบุว่าคุยกันไปทั้งหมดแล้ว พล.อ.เปรมพยักหน้านั่นแปลว่าเห็นด้วยสุดซอย ถ้าแบบนี้เท่ากับดำเนินไปตามความเชื่อตัวเอง แต่ไม่เชื่อว่าใครจะรับร่างพระบรมราชโองการของคณะรัฐบุคคลขึ้นทูลเกล้าฯได้ เพราะไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ฉะ ปชป.พวกชอบหาเศษหาเลย

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนสายอยาก คือพรรคประชาธิปัตย์ ที่อยากมีอำนาจ อยากเป็นรัฐบาล แต่ไม่อยากลงเลือกตั้ง และแตกตัวออกเป็นกลุ่ม กปปส.วันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เล่นอีกบทตัวกลางเจรจา หลักข้อเดียวหากการเจรจานี้จะบรรลุผลได้ คือนายอภิสิทธิ์ ไปคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ให้เข้าใจก่อน ถ้าตกลงกันได้ ฝ่ายอื่นก็ไม่ยาก และแทนที่นายอภิสิทธิ์จะขานรับหลักการนี้ กลับให้ลูกพรรคออกมาหาเศษหาเลยทางการเมือง อย่างถ้าจะเจรจากับนายกฯหรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องถ่ายทอดสด ซึ่งตนไม่เห็นประโยชน์ รวมถึงเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตัดสินใจเหมือนนายกฯ เกาหลีใต้ที่ลาออกจากอุบัติเหตุเรืออับปาง เป็นภาพสะท้อนว่าพรรคประชาธิปัตย์ค้ากำไรทางการเมืองหาเศษหาเลยไม่เข้าเรื่อง เหตุการณ์เกาหลีใต้กับประเทศไทยแตกต่างกัน ปัญหาเวลานี้เพราะคนกลุ่มหนึ่งกลัวแพ้เลือกตั้ง เลยตั้งใจจะฉีกกติกาแล้วสถาปนาอำนาจรัฐโดยไม่ผ่านประชาชน ซึ่งคนกลุ่มนี้ต้องรับผิดชอบ

“สายหยุด” มึน “ป๋า” เปลี่ยนใจ

พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะประธานคณะรัฐบุคคล กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.พิษณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ ออกมาระบุว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ แค่รับทราบข้อเสนอของคณะรัฐบุรุษที่จะให้เป็นร่างพระบรมราชโองการ ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธยแก้วิกฤติประเทศว่า สิ่งที่ตนพูดทั้งหมดเป็นเรื่องจริงและไม่รู้ว่าทำไม พล.อ.เปรมถึงเปลี่ยนใจ ต้องไปถามท่าน ยืนยันว่าพูดความจริงทุกอย่าง และเมื่อวันที่ 27 เม.ย. พล.อ.เปรม ได้ให้นายทหารคนสนิทโทรศัพท์มาหาตนเพื่อให้พูดคุยกับ พล.อ.เปรม ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พล.อ.เปรมบอกว่า เข้าใจผิด ซึ่งตนก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าสิ่งที่พูดไปเรื่องจริง

แฉเจ้าตัวยกหูโทร.มาตามเอง

“เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ผมได้พูดคุยป๋าเปรม โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่า ในเรื่องการแก้วิกฤติของประเทศและก่อนผมจะกลับจากบ้านสี่เสาเทเวศร์ ได้พูดกับป๋าเปรมว่าจะนำเรื่องดังกล่าวไปชี้แจงสื่อให้รับทราบเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดในลักษณะนี้ โดยผมได้พูดกับ พล.อ.เปรมไป แต่ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ตอนนี้เรื่องกลับตาลปัตร ซึ่งตอนแรกที่ให้ผมเข้าพบ ป๋าเปรมเป็นฝ่ายยกหูมาหาผม แต่มาวันนี้กลับให้ทหารคนสนิทยกหูมาหา ต้องให้เกียรติผมด้วยและการที่ผมไปพบป๋าเปรม ผมไม่ได้กระเสือกกระสนไป ท่านเป็นฝ่ายเชิญผม” พล.อ.สายหยุดกล่าว

พล.อ.สายหยุด กล่าวว่าย้ำว่า ก่อนที่จะออกมาพูดได้บอกกล่าว พล.อ.เปรมแล้วว่าจะชี้แจงสื่อ โดยท่านไม่ได้แย้งอะไร ส่วนร่างดังกล่าวกำลังดำเนินการ แต่ยังไม่แล้วเสร็จและจะดำเนินการต่อ จะไม่ยุติยืนยันจะเดินหน้าต่อไปเพื่อยุติความขัดแย้งให้ได้ ส่วนการที่ พล.อ.เปรม เปลี่ยนใจก็ไม่ผิดหวังอะไร

ทส.บอกครั้งเดียวจบไม่คุยอีกแล้ว

พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ ในฐานะทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวว่า พล.อ.สายหยุด คงเข้าใจผิดว่า พล.อ.เปรม ตอบรับข้อเสนอในเบื้องต้น แต่ตอนนี้ได้มีการพูดคุยกันเป็นที่เข้าใจเรียบร้อยแล้ว และตนขอให้เรื่องจบแต่เพียงเท่านี้ อย่ามาคาดคั้นกันอีก ขอย้ำว่าทั้ง พล.อ.เปรม และ พล.อ.สายหยุด ก็เป็นผู้ใหญ่ อย่าไปดึงทั้งสองคนให้มาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองไปมากกว่านี้ เมื่อถามว่า พล.อ.เปรม จะเรียก พล.อ.สายหยุดหารืออีกหรือไม่ พล.ท.พิศณุกล่าวสั้นๆว่า ไม่มีอีกแล้วครั้งนี้ครั้งเดียวจบ และขอให้ไปพูดกันเรื่องอื่นดีกว่า

ไฟเขียวเปิดสภาห้ามแทรกถอดถอน

เมื่อเวลา 14.40 น.ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)จ.ปทุมธานี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาตามที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ได้ทำหนังสือมาถึงนายกรัฐมนตรีให้เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาเพื่อวุฒิสภาจะได้พิจารณา เรื่องการแต่งตั้งบุคคล 2 ตำแหน่งคือ กรรมการตุลาการศาลปกครอง และกรรมการ ป.ป.ช. โดยขอให้เปิดสมัยประชุมในวันที่ 2 พ.ค. และปิดสมัยประชุมวันที่ 10 พ.ค. 57 โดย ครม.เห็นชอบพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภาดังกล่าว ทั้งนี้ในส่วนของร่างพระราชกฤษฎีกา 2 ฉบับ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะนำส่งผ่านสำนักราชเลขาธิการเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อไป การเปิดประชุมครั้งนี้จะมีเพียงเรื่องการแต่งตั้งบุคคล 2 ตำแหน่งเท่านั้น โดยไม่มีเรื่องการถอดถอน เพราะทางวุฒิสภาไม่ได้ขอเปิดประเด็นในเรื่องการถอดถอน

กกต.ปล่อยไปก่อน 15 ว่าที่ ส.ว.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.แถลงว่า นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ได้แจ้งที่ประชุมกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเข้าพบ กกต. ในวันที่ 29 เม.ย. เวลา 09.00 น.ที่สำนักงาน กกต.เพื่อหารือการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ หลังจากพูดคุยเสร็จสิ้น กกต.จะมีการประชุมเรื่องการประกาศผล ส.ว.ต่อ รวมทั้งประชุมเตรียมการหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และคณะจะเข้าพบ กกต.เพื่อหารือกำหนดกรอบวันเลือกตั้งโดย กกต.ยังยืนยันว่าการจัดวันเลือกตั้งเหมาะสมที่สุดคือวันที่ 20 ก.ค.ทั้งนี้หากรัฐบาลอยากให้ร่นระยะเวลาการเลือกตั้งเข้ามาอีกนั้นต้องขึ้นอยู่กับการพูดคุยกัน

เด็ก พท.ให้การ ป.ป.ช.มัด “มาร์ค”

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เดินทางให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการป.ป.ช.ในการไต่สวนการทุจริตโครงการประกันราคาข้าวสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยนายไพโรจน์กล่าวว่า มาให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช.ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวเป็นจำนวนมาก โดยได้นำหลักฐานทั้งเอกสารราชการ มติ ครม.ส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาประกอบการไต่สวน อาทิ มติ ครม.ที่ห้ามเคลื่อนย้ายข้าวออกจากโกดังที่ จ.สุพรรณบุรี ภายหลังมีการสั่งยกเลิกการประมูล แต่ปรากฏว่า มีการเคลื่อนย้ายข้าวออกจากโกดังที่ จ.สุพรรณบุรี จนหมดโกดัง ซึ่งรู้สึกแปลกใจที่ ป.ป.ช.เพิ่งเรียกตนมาให้ข้อมูล ทั้งที่เรื่องเกิดขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว เมื่อเทียบกับโครงการจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างเร่งรีบ เตรียมที่จะตัดสินชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ยังไม่มีชี้มูลความผิดในส่วนของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการ แต่กลับมาเร่งรัดให้นายกฯที่กำกับดูแลนโยบายต้องรับผิดชอบก่อน

โปรดเกล้าฯ “ถวิล” นั่งเลขาฯ สมช.

วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การยกเลิกมติคณะ รัฐมนตรีและเพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว จึงมีผลให้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 30 ก.ย.54 ที่ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสมช.และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักเลขาธิการนายก– รัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.54 เป็นอันถูกเพิกถอนไป และนายถวิลกลับไปดํารงตำแหน่ง เลขาธิการสมช.เช่นเดิม นอกจากนี้ มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ข้าราชการพลเรือนสามัญพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสมช. และแต่งตั้งให้ดํารงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.57

29 เม.ย. 2557 07:58 ไทยรัฐ