วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ยิ่งลักษณ์” ห่วงเศรษฐกิจทรุด หนุนเลือกตั้งหารัฐบาลใหม่ปลดล็อกทุกปัญหา

นายกรัฐมนตรี ยันเหตุที่ต้องเดินหน้าเลือกตั้ง เพื่อทำให้ต่างชาติเชื่อมั่น และยอมรับรัฐบาลใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่หวงเก้าอี้ ยันปฏิรูปอย่างเดียว ไม่บริหารประเทศทำไม่ได้ ยอมรับการเมืองฉุดเศรษฐกิจทรุด ห่วงงบปี 58 ที่ยังไม่ได้จัดทำ วอนขอความเป็นธรรมจากทุกฝ่าย ลั่น “ชินวัตร” ไม่อยากเป็นตัวสร้างปัญหาและไม่อยากสร้างเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวไทยรัฐถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ว่า ปัญหาเศรษฐกิจเป็นประเด็นที่เป็นห่วงตั้งแต่เริ่มการชุมนุมการเมือง ซึ่งการที่รัฐบาลต้องการให้เลือกตั้ง ไม่ใช่การไม่ฟังเหตุผล แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และการบริหารจากรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ที่ผ่านมา เมื่อยุบสภาจะมีการเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน เพื่อให้มีรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ปัญหา แต่วันนี้ ถูกขัดขวาง ทำให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไปแล้ว 6 เดือน รัฐบาลรักษาการมาแล้ว 6 เดือน ทำได้แค่เรื่องค่าใช้จ่ายปกติ ไม่สามารถอนุมัติโครงการลงทุนใหม่ๆได้ และรัฐบาลไม่สามารถลงนามความตกลง หรือสนธิสัญญาต่างๆได้ อย่างการเจรจาเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ที่แม้จะเจรจาได้ แต่รัฐบาลรักษาการไม่สามารถลงนามให้มีผลบังคับใช้ได้ ซึ่งเป็นผลกระทบที่น่าห่วง ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องทำให้เกิดการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะความเชื่อมั่นกับรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีรัฐบาลใหม่ นักลงทุนก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะลงทุนอย่างไร

ห่วงนำงบฯมากระตุ้น ศก.ไม่ได้

“สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดขณะนี้คือ กระตุ้นการใช้จ่ายเงินภาครัฐ ให้ทุกหน่วยงานใช้เท่าที่สามารถทำได้ ที่เหลือต้องทำใจว่าภายใต้งบประมาณปี 57 จะมีงบประมาณอยู่ก้อนหนึ่งที่เป็นโครงการผูกพันถึงรัฐบาลหน้า ที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงต้องเร่งการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจถูกกระทบ แต่ขณะนี้หายไปแล้ว 6 เดือนจึงกระทบแน่ๆ ในส่วนของการใช้จ่ายงบปี 57”

สำหรับงบประมาณปี 58 ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะล่าช้าไป 6 เดือน ถ้าเป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค.57 และถ้ามีสภาฯโดยที่ไม่มีการขัดขวางเลย จะสามารถอนุมัติงบปี 58 แบบเร็วที่สุดคือเดือน เม.ย.58 เท่ากับไม่สามารถใช้งบประมาณ 2 ก้อน ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ถึงได้บอกว่าอยากให้มองการแก้ปัญหาระยะยาว ไม่อยากให้มองระยะสั้นแค่ว่าวันนี้ทำอะไรก็ได้ขอให้จบๆ ไปจึงเป็นที่มาว่าทำไมรัฐบาลจึงพยายามประคองสถานการณ์ไม่ให้มีความรุนแรง เพราะถ้ารุนแรงต่างชาติจะไม่เข้ามา

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อถึงข้อโจมตีเรื่องการใช้เงินซื้อเสียงว่า อย่าดูถูกประชาชน ประชาชนจะไม่เห็นแก่การขายเสียงแค่วันนี้แลกกับอนาคตของประเทศ ดังนั้น อยากให้ กกต.แก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ที่หลายฝ่ายยังไม่สบายใจให้เสร็จสิ้น เพื่อให้ทุกคนสบายใจกับการเลือกตั้ง เพราะ กกต.แก้ไขกฎต่างๆเองได้ และจะช่วยให้ความเชื่อมั่นดีขึ้น ทุกอย่างอยู่ที่อำนาจ กกต.หมดแล้ว ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งการปฏิรูปการเลือกตั้ง กกต.ทำได้เลย ส่วนประชาชนที่ไม่ชอบรัฐบาลนี้ ขอให้ใช้สิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อที่จะบอกว่าไม่ต้องการรัฐบาลชุดนี้แล้ว

ประเทศไทยไร้ตัวตนบนเวทีโลก

“ถ้าถามว่าจะปฏิรูปอย่างเดียว โดยไม่บริหารประเทศ แล้วเราจะลงทุนอย่างไร เศรษฐกิจต้องเดินแล้ว ระหว่างปฏิรูปจะบริหารราชการแผ่นดินกันอย่างไร สมมติว่าจะปฏิรูป 1 ปี ก็หมายความว่าไม่มีรัฐบาลอีก 1 ปี งบประมาณก็ไม่ต้องอนุมัติ งานก็ไม่ต้องทำ เพราะผิดกฎหมาย และปีหน้าก็จะเข้าเออีซี (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) วันนี้การประชุมอาเซียนต้องส่งระดับปลัดกระทรวงไป เอเปก (กลุ่มความร่วมมือเอเชียแปซิฟิก) ที่จีนเชิญมาก็ไปไม่ได้ พอไปดูปฏิญญาที่เรียกว่าบาหลีคองคอร์ดของอาเซียน ที่บอกว่าอาเซียนต้องอยู่ในระบอบประชาธิปไตย พม่าเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้ว ถ้าเราไม่มีประชาธิปไตย จะตอบเขาอย่างไร วันนี้เราไม่ใช่เจอแค่ผลกระทบในประเทศ แต่ยังเจอปัญหาว่าจะบอกเขาอย่างไรว่าเราจะเป็นผู้นำอาเซียน”

ร้องขอความยุติธรรมให้ทุกคน

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ระบุว่าครอบครัวชินวัตรเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมืองก็ได้นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เราไม่อยากเป็นตัวปัญหา หรืออุปสรรคของประเทศ แต่อยากเรียกร้องความยุติธรรม วันนี้ครอบครัวอยากเห็นความยุติธรรมกับทุกคน ดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ถ้ากติกาเป็นแบบนี้ทุกอย่างจะสงบ ถ้ามีกติกาที่ถูกต้อง เราไม่อยากจะเป็นเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น แต่อยากให้มองเป็นภาพรวมว่าจะทำให้ประเทศสงบสุขได้อย่างไร กฎหมายต้องบังคับใช้กับทุกคนอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน “ในฐานะที่เป็นผู้นำรัฐบาล เหมือนกำลังขับรถควบคุมพวงมาลัยอยู่ แล้วจู่ๆ มีคนบอกให้ลงจากรถ เราจะลงได้อย่างไรในขณะที่รถกำลังวิ่ง และก็ไม่รู้ว่าคนที่จะมาถือพวงมาลัยอีกคนมาจับพวงมาลัยทันหรือไม่ ถ้าจับทันแล้ววิ่งเข้าสู่ลู่ของประชาธิปไตยก็จบ แต่ถ้าจับแล้วพลาด พารถตกเหว จะบอกว่าอย่างไร ดังนั้น เราขอความสงบ ขอสันติ นั่นคือรู้แน่ว่าเป็นเส้นทางที่จะพารถและผู้โดยสารไปได้อย่างปลอดภัย”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อถึงข้อซักถามที่ว่าถ้า กกต.ปฏิบัติถูกต้องทุกอย่าง และเปิดให้มีการเลือกตั้ง นายกฯจะไม่ลงเลือกตั้งและตระกูลชินวัตรจะยุติบทบาททางการเมืองหรือไม่ว่า สิ่งนั้นมันสงบหรือยัง มันจบหรือเปล่า ถ้าทุกคนบอกว่าเห็นด้วยก็ไม่ยึดติด ถ้าทุกคนได้รับความยุติธรรมก็ไม่มีเหตุผลที่เราต้องมายื้อ แต่ถ้าทุกคนไม่ได้รับความยุติธรรม ก็เหมือนพาผู้โดยสารไปบาดเจ็บ โลกของกีฬาคือการแข่งขัน ถ้าแข่งขันแล้วชนะต้องยอมรับกติกา ไม่ใช่แข่งขันแพ้แล้วมาล้มกติกา อยากเห็นความมีน้ำใจนักกีฬาในวงการเมือง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ อำนาจตุลาการและองค์กรอิสระทำได้หมดทุกอย่าง ขณะที่อำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหารถูกแช่แข็ง โดยการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายในทางบริหาร ซึ่งจริงๆในระบบรัฐสภา การตรวจสอบรัฐบาลคือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่กลายเป็นว่า ตอนนี้ ปัญหาของคุณถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำให้นายกฯถูกตรวจสอบโดย 2 ศาล ทำไมนายกฯถูกตรวจสอบซ้ำ ปกติถูกฟ้องแล้วห้ามฟ้องซ้ำฟ้องซ้อน แต่ตนกลับถูกฟ้องซ้ำเรื่องเดิม โดยศาลสูงสุดของประเทศ คดีศาลปกครอง ปกติจะฟ้องเรื่องโยกย้ายไม่เป็นธรรม ศาลปกครองตัดสินแล้วก็จบ คืนตำแหน่งก็คืนแล้ว ไม่ใช่หยิบมาตั้งธงเรื่องอื่น ไม่เช่นนั้นต่อไปย้ายข้าราชการซี 6 หรือ ซี 7 ต้องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญหมด คงไม่มีใครกล้าย้ายใครอีกแล้ว ทั้งที่เป็นการบริหารราชการ ถือว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก ไม่เคยมีธรรมเนียมปฏิบัติมาก่อน.

นายกรัฐมนตรี ยันเหตุที่ต้องเดินหน้าเลือกตั้ง เพื่อทำให้ต่างชาติเชื่อมั่น และยอมรับรัฐบาลใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่หวงเก้าอี้ ยันปฏิรูปอย่างเดียว ไม่บริหารประเทศทำไม่ได้... 29 เม.ย. 2557 02:16 ไทยรัฐ