วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โตอย่างไร

โดย เบี้ยหงาย

ในการประชุมคณะกรรมการ บริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย หรือ กกมท. เมื่อวันก่อน มีความกังวลออกมาเกี่ยว กับการหาเจ้าภาพจัดการแข่งขัน กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 43 และ 44 ในปี 2559 และ 2560 ตามลำดับ ซึ่งจะต่อจากการที่ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นเจ้าภาพครั้งที่ 42 ในเดือน ม.ค. ปี 2558 ด้วยยังไม่มีมหาวิทยาลัยใดเสนอตัวเข้ามาเลย

จากตัวเลขที่ออกมา ปัจจุบันนั้นมีสถาบันการศึกษาเป็นสมาชิกอยู่กว่า 120 แห่ง แข่งขันแต่ละครั้ง ยอดนักกีฬาสูงถึงกว่า 6 พันคน เชื่อว่าสถาบันการศึกษาที่เป็นสมาชิก ต่างก็อยากที่ส่งแข่งขันกันทั้งสิ้น ด้วยไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันในด้านกีฬา ยังได้แสดงถึงการดำรงอยู่ของ สถาบันนั้นๆยิ่งเป็นสถาบันเอกชน ก็มีประโยชน์ด้าน การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เป็นของแถมเข้ามาอีก

ถ้าเทียบเคียงตัวเลขแล้วนับว่ามากกว่ากีฬาแห่งชาติ หรือกีฬาเยาวชนแห่งชาติ เสียอีก และ แน่นอนย่อมจะเป็นภาระต่อเจ้าภาพอย่างมาก ทั้ง ในด้านงบประมาณ สนาม และที่พัก ที่จะต้องรองรับ ยิ่งหากต้องการให้ได้มาตรฐานที่สูง งบฯก็ต้องโปะ เพิ่มเข้าไปอีก

แม้จะมีงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาส่วนหนึ่ง รวมถึงมีการแข่งขัน ในรอบคัดเลือกเข้ามาในบางชนิดกีฬา ก็คงมีมหาวิทยาลัยไม่กี่แห่งที่จะมีศักยภาพพอที่จะรับงานระดับนี้ได้

และไม่เพียงมองเรื่องของงบประมาณเป็นประเด็น ปัญหาเท่านั้น จริงๆแล้วยังต้องดูไปถึง “ผลงาน” และศักยภาพด้านกีฬา กับความสนอกสนใจของเหล่า นักศึกษาปัญญาชน ตลอดจนการมีส่วนร่วมของสถาบัน ต่างๆ มาเป็นตัวชี้วัดร่วม ซึ่งประเด็นต่างๆเหล่านี้จะเป็นตัวประเมินถึงความสำเร็จในท้ายที่สุด

กีฬามหาวิทยาลัย นั้น ควรที่จะแตกต่างกับ กีฬาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาซีเกมส์ กีฬาแห่งชาติ ฯลฯ ด้วยมีความพิเศษเกี่ยวพันกับช่วงชีวิตการเป็น นักศึกษา ซึ่งเป็นเวลาแห่งการคิด แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ได้ฝึกฝนลงมือทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อ บ่มเพาะไปสู่การดำเนินชีวิตในภายภาคหน้า

มาตรฐาน ศักยภาพในเชิงกีฬาก็เป็นองค์ประกอบ หนึ่ง แต่การบริหารจัดการในเกม ไม่จำเป็นต้องเหมือน หรือจำลองรูปแบบจากการแข่งขันเกมอื่นๆมาเป็นตัวกำหนด เจ้าภาพแบ่งเป็นโซน หรือจับกลุ่ม หมุนเวียน ตายตัวไปเลยได้ไหม ทำให้เป็นกิจกรรมของนักศึกษาจริงๆก็อาจจะประสบความสำเร็จ เป็นที่สนใจมากขึ้น

กีฬามหาวิทยาลัย เป็นกิจกรรมที่ดี ที่ควรแก่การส่งเสริม และทำไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เติบโตมากยิ่งขึ้นต่อไป เพียงแต่จะ “เติบโต” แบบไหน ไม่ใช่จำนวนชนิดกีฬา จำนวนคนเข้าแข่ง หรือเอา เป็นเอาตายกับชัยชนะเพื่อเหรียญรางวัล

ต้องโตด้วยการมีส่วนร่วมของนิสิต นักศึกษา และมหาวิทยาลัยต่างๆที่เห็นความสำคัญ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา จะปีหนึ่ง หรือ 2 ปีครั้ง ที่ชาวปัญญาชนทั่วประเทศจะได้มาพบปะร่วมกิจกรรมกัน

หากทำให้ได้แบบนั้น จึงจะเป็นกีฬามหาวิทยาลัยที่แท้จริง...

 

"เบี้ยหงาย"

29 เม.ย. 2557 00:24 29 เม.ย. 2557 00:24 ไทยรัฐ