วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ข้าวสารจะกรอกหม้อยังไม่มี...” เสียงแรงงานระทม ในวันที่เศรษฐกิจช้ำหนัก

เสียงร่ำร้องเหล่าแรงงาน เสียงคร่ำครวญผู้เกี่ยวข้อง ตัวเลขว่างงานเพิ่มทุกนาที ปิดกิจการมากขึ้นทุกวัน ทุกข์ยากปนคราบน้ำตา...วิกฤติของเหล่าแรงงาน

การเมืองยื้อ อากาศร้อน ค่าครองชีพสูง...สารพัดปัญหา พาละเหี่ยเพลียแรง

ท่ามกลางความแตกแยกอย่างรุนแรงของสังคมไทย ประชาชนแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง เศรษฐกิจย่ำแย่ ค่าครองชีพสูง สังคมเสื่อมโทรม การก่ออาชญากรรมโหดเหี้ยมทารุณขึ้นทุกวี่วัน มิหนำซ้ำอากาศยังร้อนจัด ชวนคลื่นเหียน เวียนหัวเข้าไปอีก

ประชาชนทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าจะรวยหรือจน ต่างได้รับผลกระทบไปทั่วทุกหัวระแหง หลายบริษัทต้องปิดตัวลง ลดเงินเดือน งดโบนัสกันเป็นแถว เพราะไม่ว่าจะด้วยสาเหตุที่มาจากแผนการบริหารงานที่ไม่แกร่งพอ ปรับตัวไม่ได้ นักลงทุนต่างชาติเบนเข็มไปประเทศอื่น เป็นต้น

ทว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ เพราะสุดท้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไม่สามารถหลีกหนีได้พ้นก็คือ แรงงานตาดำๆ กว่าค่อนประเทศ ที่จะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายอันหนักอึ้ง ค่าครองชีพสูงปี๊ด! เพราะด้วยราคาข้าวของหรือสินค้าเครื่องใช้บรรดามี ต่างพาเหรดกันขึ้นราคากันเป็นทิวแถว

 

แรงงาน...เสียงโอดครวญ ความทุกข์ ความระทม

นิยามของคำว่า "แรงงาน" นั้นก็คือ ความพยายามของมนุษย์ หรือการออกแรง โดยผลิตและจำหน่ายสินค้าและบริการ เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และผู้ที่ดำเนินการจะได้รับค่าตอบแทน

ค่าตอบแทน อันเป็นสิ่งมุ่งหวังสูงสุดของแรงงาน แม้ว่า วิถีทางที่กว่าจะได้มา ต้องประสบพบพานกับปัญหารุมเร้ารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น ความเหนื่อยยาก นิสัยของเพื่อนร่วมงาน กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ แต่ถึงอย่างไร แรงงานจำต้องอดทน เพราะงานไม่ได้หาได้โดยง่าย เงินไม่ได้มีเกลื่อนกลาด และที่สำคัญปากท้อง ก็ต้องอยู่ได้ด้วยเงินเช่นกัน

“ตอนนี้ต้องหยิบยืมเงินของคนรู้จักที่ไว้ใจได้มาหมุนก่อน เพราะเงินที่ได้มาจากไปทำก่อสร้าง ไม่พอยาไส้ ค่าแรงก็แค่วันละ 300 กว่าบาท ส่วนงานก่อสร้าง ที่เคยมีเข้ามาตลอดก็น้อยลง จากที่เขาเรียกไปจ้างอยู่บ่อยๆ ก็ไม่ค่อยเรียกแล้ว เห็นเขาบอกว่า ไม่ค่อยมีงานเข้ามา เพราะการเมืองมัวแต่ทะเลาะกัน เช้า-เย็น เศรษฐกิจตกต่ำ เจ้าของบ้าน เจ้าของคอนโดฯ มีเงินลงทุนน้อยลง” หนึ่งเสียงของนางเล็ก ศรีคำ หญิงก่อสร้างตัวเล็กๆ ในไซต์งานแห่งหนึ่ง

จำนำข้าว ปัญหาลูกโซ่ นางกาญจนา ดวงเกตุ อาชีพรับจ้างทั่วไป ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว เปิดเผย ให้ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ฟังว่า ตนไม่ใช่ชาวนา แต่ปกติจะรับจ้างทุกอย่างเกี่ยวนาข้าว ไม่ว่าจะเป็น ซ่อมข้าว ตัดข้าว ได้ค่าแรงวันละ 350 บาท แต่ตอนนี้ไม่มีใครจ้างเลย เนื่องจากชาวนาบางคน ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว รวมทั้งข้าวมีราคาตกต่ำเป็นอย่างมาก แต่ต้นทุนการผลิตกลับสูงลิ่ว จึงทำให้ชาวนาต้องรัดเข็มขัด โดยการลงทุนลงแรงเอง คนที่ได้รับผลกระทบไปเต็มก็ คืตน บางวันข้าวสารจะกรอกหม้อก็ยังไม่มี จะหาเงินซื้อขนมให้ลูกกินก็ยังไม่ได้ เพราะฉะนั้น ตนจึงไม่มีทางเลือก เลยตัดสินใจไปกู้เงินนอกระบบ ซึ่งจำนวนเงินที่ไปกู้มา บอกได้สั้นๆว่า ไม่รู้ชาตินี้จะใช้หมดเมื่อไหร่

“เราได้ค่าแรงวันละ 300 บาท แต่ค่าครองชีพก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าบางวันซื้อหมู ซื้อผักไปทำกินที่บ้าน เงินค่าแรงที่ทำมาทั้งวันก็แทบจะหมดเกลี้ยง เพราะแค่หมู 1 กิโลกรัม ก็ 150 กว่าบาทเข้าไปแล้ว และนี่ยังไม่รวมเงินที่ต้องใช้จ่ายไปกับค่าข้าวของเครื่องใช้ ค่าน้ำมัน ที่จะต้องเสียในทุกๆวันอีก แต่พอจะขยันทำงาน ทำโอทีบ่อยๆก็ไม่ได้อีก เพราะโรงงานมีโอทีให้ทำน้อยลงกว่าแต่เดิมมาก” นางกาหลง อายุ 42 ปี สาวโรงงานบริษัทผลิตยาแห่งหนึ่ง ได้เล่าถึงปัญหาอันหนักอึ้ง ที่เธอต้องแบกรับให้เราฟังอย่างหัวเสีย

 

ทะเลาะ-ยื้อ-เศรษฐกิจพัง-อุตสาหกรรมโอด-ลูกจ้างครวญ...ผลกระทบลูกโซ่

นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ได้แสดงความเห็นกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า ด้วยปัญหาทางการเมือง ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคส่วนของเศรษฐกิจ ขณะนี้ มันเริ่มลุกลามไปยังโรงงานอุตสาหกรรมเสียแล้ว อันเนื่องมาจากยอด"ออเดอร์"ที่ลดลงได้ส่งผลให้อัตราการจ้างปรับตัวลดลงตามเป็น"โดมิโน่" ซ้ำร้ายบางโรงงานจะต้องลดจำนวนของพนักงาน เพื่อลดภาระค่าใช่จ่ายที่จะต้องเสียไป และล่าสุด มีคนใกล้ตัวที่จะต้องเจอกับปัญหาการปลดออก เลิกจ้าง ปิดโรงงาน มาพูดคุยปรับทุกข์กับตนเรื่อยๆ

ขณะเดียวกัน สิ่งที่น่าวิตก และจะต้องจับตาให้ดี ก็คือ เมื่อแรงงานถูกเลิกจ้าง คนเหล่านี้จะมีชะตากรรมเช่นไร ในทางร้ายอาจจะหนุนนำให้เกิดการก่ออาชญากรรม เป็นโจร ผู้ร้าย เพราะชีวิตไร้ทางเลือก ส่วนในอีกทางหนึ่ง คนเหล่านี้ จะอยู่กินและประกอบสัมมาอาชีพอะไร กันต่อไป จะเอาเงินที่ไหนไปจับจ่ายซื้อหา และผลกระทบที่ตามติดมาก็ คือ เศรษฐกิจจะทรุดหนักลงไปหรือไม่? จะเป็นไปได้หรือที่จะเก็บภาษีให้ได้ตามเป้า? หากเพราะคนที่เสียภาษีให้แก่รัฐ จำต้องตกยากไร้งานเช่นนี้... ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ได้ทิ้งคำถามชวนคิดไว้ให้

 

ขาดทุน เชื่อมั่นหดหาย ภาระหนักอึ้งของผู้ประกอบการ

นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้แสดงทรรศนะกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ผลกระทบที่ลูกจ้างแรงงาน จะได้รับจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้เกิดขึ้นแล้ว เพราะมีบางโรงงาน บางบริษัทที่จะต้องประสบกับภาวะขาดทุนติดต่อกันหลายไตรมาส จนต้องปิดตัวลงไปในที่สุด แต่เมื่อใดที่มีโรงงานปิดตัว เมื่อนั้นก็มีโรงงานเปิดใหม่ งอกเงยขึ้นมาเช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่ทางตันไปเสียทีเดียว

กระนั้น บ้านเมืองของเราจะต้องเร่งเดินหน้าหาทางออกอย่างเร็วที่สุด พร้อมๆ กันกับเรียกความเชื่อมั่นจากสายตาของนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศกลับคืนมาให้ได้ เพราะ ณ ตอนนี้ภาคการท่องเที่ยว อันเป็นส่วนที่สามารถกอบโกยเงินเข้าประเทศได้ โดยที่เราไม่ต้องเอาอะไรไปแลกเปลี่ยน กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักและบอบช้ำเต็มทีแล้ว

 

เทียบตัวเลขว่างงาน น่ากุมขมับ หลังหนี้เพียบ ว่างงานเพิ่ม

ข้อมูลจากหอการค้าไทย ระบุว่า แรงงานไทยส่วนใหญ่ 76.1% ไม่มีเงินออม และ 93.7% มีภาระหนี้สิน โดยมีหนี้สินเฉลี่ยครัวเรือนละ 106,216 บาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้นอกระบบ 56.1%  และเป็นหนี้ในระบบ 43.9% สะท้อนให้เห็นว่าแรงงานไทยยังต้องแบกรับภาระหนี้มากกว่ารายได้ หากการเมืองยังไม่มีเสถียรภาพและเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องลดแรงงานลงในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ ทำให้อัตราว่างงานมีโอกาสเพิ่มขึ้น 1.5-1.7% ของแรงงานทั้งหมด หรือว่างงานประมาณ 600,000 คน มากที่สุดในรอบ 10 ปี  

จากสถิติข้อมูลจากกรมการจัดหางาน ระบุว่า ผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้าง สาเหตุเนื่องมาจากนายจ้างปิดกิจการมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 39.42 รองลงมาได้แก่ นายจ้างลดจํานวนพนักงาน คิดเป็นร้อยละ 35.25 สาเหตุอื่นๆ เช่น สุขภาพไม่ดี หยุดกิจการชั่วคราว คิดเป็นร้อยละ 20.75 ไม่ผ่านการประเมิน/ทดลองงาน คิดเป็นร้อยละ 3.14 มีความผิด คิดเป็นร้อยละ 1.25 นายจ้างใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย คิดเป็นร้อยละ 0.19 สําหรับผู้ว่างงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 มีผู้ว่างงานจํานวน 3.31 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 0.9 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจํานวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 8.60 หมื่นคน ส่วนอัตราการว่างงานไม่เปลี่ยนแปลงร้อยละ 0.9

 

แรงงานไทยสามัคคี สดุดีองค์ราชัน ก้าวทันประชาคมอาเซียน...

ประโยคจั่วหัวด้านบน เป็นคำขวัญในวันแรงงานปี 2556 ซึ่งท่อนที่น่าสนใจก็คงจะเป็นประโยคที่ว่า “ก้าวทันประชาคมอาเซียน” เพราะอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้ ประเทศไทยจะไม่ขาดแรงงานฝีมือ หรือแรงงานเชี่ยวชาญอีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน 7 สาขาวิชาชีพ ตามข้อตกลง MRAs (ASEAN Mutual Recognition Arrangement) อันเป็นข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ ซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการแสวงหาจุดยอมรับร่วมกันเรื่องคุณสมบัติของผู้ทำงานด้านบริการโดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นนักวิชาชีพ เช่น แพทย์ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี เป็นต้น

แม้ว่า แรงงานไทยจะมีจุดเด่นในด้านของการทำงานที่ต้องอาศัยความละเอียดและความคิดสร้างสรรค์ แต่ถึงอย่างไรก็เสียเปรียบอินโดนีเซียและกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์, เวียดนาม) ในด้านจำนวนแรงงานและต้นทุนค่าจ้าง อ่อนด้อยกว่าฟิลิปปินส์ในด้านภาษา และตามหลังสิงคโปร์และมาเลเซียในด้านคุณภาพและผลิตภาพแรงงาน

กระนั้น การแก้ปัญหาในตลาดแรงงานไทยซึ่งกำลังประสบภาวะขาดแคลนแรงงานและผลิตภาพแรงงานชะลอตัวลง นับว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่งในการรักษาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมและรักษาความได้เปรียบเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่ดุเดือดเช่นนี้

 

แนะ 5 กลเม็ด ลูกจ้าง-นายจ้าง อยู่อย่างไรให้รอด ในสภาวะที่เศรษฐกิจย่ำแย่

1. ผู้ใช้แรงงานจะต้องรักษางานเดิมไว้ให้มัั่นคงที่สุด

2. ลูกจ้างและนายจ้างต้องมีความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน

3. นายจ้างต้องมีคุณธรรม

4. แรงงานจะต้องประหยัด อดออม พยายามตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก

5. นายจ้างต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกจ้าง ไม่เอารัดเอาเปรียบ หากมีปัญหาต้องหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน

 

ของขวัญวันแรงงาน อุ้มชีวิต ประคองกำลัง อยู่ต่อได้ในวันต้องสู้

ของขวัญกล่องที่ 1 ว่าด้วย...เดิมทีศูนย์ประกันสังคมกำหนดเงื่อนไขในเรื่องของการเปลี่ยนไต หัวใจ ปอดของผู้ประกันตนไว้หลายข้อ มิหนำซ้ำยังต้องเสียค่าใช่จ่ายในเรื่องของส่วนต่างเพิ่มอีก โดยล่าสุดทางคณะกรรมการประกันสังคมได้มีมติให้ผูุ้้ประกันตนได้เข้ารักษาการเปลี่ยนไต เปลี่ยนหัวใจ เปลี่ยนปอด เปลี่ยนตับได้ โดยประกันสังคมเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

ของขวัญกล่องที่ 2 ว่าด้วย...เดิมทีค่ารักษาพยาบาลที่ลูกจ้างได้รับจากกองทุนเงินทดแทน กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน วงเงินสูงสุดที่กำนดไว้จะไม่เกิน 300,000 บาท แต่ล่าสุดขยายมาเป็นไม่เกิน 1,000,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และลดภาระให้นายจ้าง ลูกจ้าง

ล่าสุด ของขวัญกล่องแรกอยู่ระหว่างขั้นตอนการออกประกาศใช้ และคาดว่า จะมีผลทันใช้วันแรงงานแห่งชาติอย่างแน่นอน ส่วนกล่องที่สอง ได้ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว.

เสียงร่ำร้องเหล่าแรงงาน เสียงคร่ำครวญผู้เกี่ยวข้อง ตัวเลขว่างงานเพิ่มทุกนาที ปิดกิจการมากขึ้นทุกวัน ทุกข์ยากปนคราบน้ำตา...วิกฤติของเหล่าแรงงาน 28 เม.ย. 2557 20:04 ไทยรัฐ