วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กระแสแอนตี้ 'U-Net' คนเรือนแสนร่วมโหวต สะท้อนระบบการศึกษาไทย!

'ครึกโครมไม่น้อย' กับการข่าวเตรียมจัดสอบ 'ยูเน็ต' ของว่าที่บัณฑิต เพื่อเป็นการประเมินคุณภาพของตัวเอง และของสถาบันที่ศึกษาอยู่... 

มาถึงวันนี้ เพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น หลังจากการแถลงข่าว กระแสของการต่อต้านการสอบยูเน็ตมีมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่า 'สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)' ในฐานะ "เจ้าภาพ" ถูกจับตามองอีกครั้งว่า เดินหน้าสอบยูเน็ตต่อไป? อย่างไร? หรือจะหยุดไว้เพียงเท่านี้? เพราะการสอบยูเน็ตนั้น เกี่ยวพันเชื่อมโยงในหลายมิติ ที่มากกว่าการวัดคุณภาพของบัณฑิต แต่ยังเป็นการวัดคุณภาพของมหาวิทยาลัยอีกด้วย

"ไทยรัฐออนไลน์"​ ขอเกาะติดประเด็นนี้ ด้วยการพูดคุยกับ ศ.กิตติคุณ ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES)

 

รู้จัก U-Net อีกครั้ง

"ยูเน็ต" คือ การทดสอบตามมาตรฐานการอุดมศึกษา (University National Education Test) เป็นการทดสอบและประเมินมาตรฐานบัณฑิต โดยทำการทดสอบกับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีสุดท้ายของทุกสาขาวิชา เพื่อทดสอบและประเมินมาตรฐานบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF) เพื่อเป็นการประกันคุณภาพภายใน-ภายนอกระดับอุดมศึกษา และเพื่อใช้ในการยกระดับคุณภาพการศึกษา

โดยจัดสอบ 3 ด้าน คือ 1. ทักษะพื้นฐาน 4 วิชา ได้แก่ การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต คือ การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) และการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา อย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) 2. คุณธรรม จริยธรรม (Moral Resoning) 3. ด้านทักษะวิชาชีพเฉพาะสาขาวิชา ซึ่งในส่วนนี้ สทศ.จะร่วมมือกับสภาวิชาชีพ สมาคมวิชาชีพ เพื่อนำผลทดสอบและผลประเมินที่มีมาตรฐานมาใช้เป็นส่วนหนึ่ง แต่หากวิชาชีพนั้นไม่มีการทดสอบ สทศ.ก็จะหารือเพื่อพัฒนาเครื่องมือวัดทักษะวิชาชีพนั้นแต่ละสาขาแทน

ศ.กิตติคุณ ดร.สมหวัง กล่าวว่า การสอบยูเน็ตจะช่วยให้บัณฑิตแต่ละคน สามารถรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง ว่ามีจุดบกพร่องอย่างไร มีศักยภาพด้านใด เพื่อจะได้พัฒนาให้ตรงจุด นอกจากนี้ยังเป็นการวัดระดับคุณภาพของมหาวิทยาลัย เพื่อให้สถาบันนั้นมีการพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพของสถาบันตัวเอง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว ผลการสอบยูเน็ตนั้น จะสามารถนำไปวิเคราะห์ และกำหนดนโยบายการศึกษาของประเทศได้ในอนาคต

"ก่อนหน้านี้ สทศ.ยังไม่พร้อมจัดสอบ แต่ตอนนี้พร้อมแล้ว ซึ่งการประเมินคุณภาพมหาวิทยาลัยภายนอกรอบ 4 (ปีงบประมาณ 2559-2563) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เตรียมนำผลสอบยูเน็ต ไปใช้เป็นตัวบ่งชี้ในการประเมินด้วย และการสอบยูเน็ตที่จะเกิดขึ้นในปีนี้นั้น จะมีในโครงการผลิตครูมืออาชีพ ซึ่งเป็นตัวนำร่องที่จะมีบางวิชาในยูเน็ตเข้าไปสอบด้วย เพื่อเป็นการซ้อมระบบ ข้อสอบ และวิธีการรายงานผล" ศ.กิตติคุณ ดร.สมหวัง กล่าว

 

U-Net คะแนนนี้...ใช้ยื่นให้ผู้ประกอบการ?

อีกหนึ่งข้อสงสัยของหลายๆ คน ที่บอกว่า สทศ.นั้นได้ประสานหน่วยงาน และผู้ประกอบการให้ "เรียกดูคะแนนยูเน็ต" รวมถึงขอให้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเข้า "ทำงาน" ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดความวิตกกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่กำลังจะเรียบจบ ซึ่งก่อนหน้าที่ ศ.กิตติคุณ ดร.สมหวัง เคยระบุไว้ว่า ต้องการให้สถานประกอบการ หรือบริษัทต่างๆ เรียกดูคะแนนนี้ เพื่อเด็กจะได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสอบ แต่วันนี้ประธานบอร์ด สทศ.ขอยืนยันว่า ไม่มีการติดต่อกับผู้ประกอบการแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการยกตัวอย่างถึงคำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้การสอบยูเน็ตนั้นยั่งยืน

"ไม่มีการเรียกผู้ประกอบการ เพื่อให้รับคะแนนนี้แน่นอน เพราะไปบังคับเขาไม่ได้ แต่ยูเน็ตจะยั่งยืน ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบหรือบริษัทต้องการดูคะแนนในส่วนนี้ แต่ถ้าไม่ใช่ตอนนั้น ก็อาจไม่ใช้ อยากให้เป็นไปตามความสมัครใจมากกว่า" ศ.กิตติคุณ ดร.สมหวัง กล่าว

 

เอาอะไรมาวัด Moral Reasoning? 

มีข้อสงสัยกันว่า การวัดผลในส่วนของ คุณธรรม จริยธรรม (Moral Reasoning) จะใช้เครื่องมือใดมาวัด ศ.กิตติคุณ ดร.สมหวัง ระบุว่า ตอนนี้การสอบคุณธรรม ยังไม่มีการสอบในเร็วๆ นี้ เนื่องจากตอนนี้ได้ศึกษาแนวทางในการสอบของประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการทำสอบที่สามารถบอกได้คร่าวๆ ว่า คนนั้นนึกถึงความสำคัญในส่วนใด แต่ไม่ใช่คุณธรรมจ๋า แต่เป็นแนวจิตวิทยามากกว่า

"Moral Reasoning จะสอบในลัักษณะตอบคำถามว่า เขาคนนั้นจะมีแนวโน้มเป็นคนอย่างไร และในส่วนที่หลายคนบอกว่า การสอบยูเน็ตมันซับซ้อนนั้น ขอบอกว่าไม่ซ้ำซ้อน เพราะวิชาที่สอบภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และการรู้เท่าทันสื่อ เป็นข้อสอบกลาง ส่วนที่หลายฝ่ายคิดว่าซ้ำซ้อน เป็นการสอบของวิชาชีพต่างๆ ที่หากสาขาวิชาใด ไม่มีการสอบวัดมาตรฐานวิชาชีพ ก็จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกแบบทดสอบแทน"

 

U-Net ยังไม่เคาะ อย่าเพิ่งวิตกกังวล?

จนถึงขณะนี้ หลายต่อหลายหน่วยงาน และองค์กรที่ออกมาแสดงจุดยืน "ไม่เห็นด้วย" หรือ "ขอให้ยุติ"​ การสอบโอเน็ต ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สภาผู้แทนนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) รวมถึงในโลกโซเชียลมีเดีย เช่น เพจ "ต่อต้านการสอบ U-Net จาก สทศ." ที่ตอนนี้มีผู้ร่วมกดไลค์ และไม่เห็นด้วยเกือบ 100,000 คนแล้ว

ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.สมหวัง บอกกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า แม้ว่า สทศ.จะจัดการสอบตามพันธกิจ หรือตามที่กฎหมายได้กำหนด แต่ไม่ใช่ว่า สทศ.จะไม่ยอมเปิดรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายอื่นๆ ซึ่งทุกฝ่ายที่มีความคิดเห็น หรือมีข้อเสนอแนะอย่างไร ก็สามารถส่งเรื่องมาได้

"ถ้าเป็นตัวเอง จะไม่คิดว่า มันเป็นการเพิ่มภาระ หรือเพิ่มความซ้ำซ้อนของการสอบ เพราะเป็นการสะท้อนถึงคุณภาพของนักเรียน และมหาวิทยาลัยเอง ถ้าเป็นผม จะตั้งใจสอบอย่างเต็มที่ เพราะจะได้รู้ตัวเอง และพัฒนาให้ตรงจุด และการสอบนั้น จำเป็นต้องมีมาตรฐานกลาง เพื่อความเป็นสากล และสอบเพื่อให้เหมาะสมกับความเป็นบัณฑิต" ศ.กิตติคุณ ดร.สมหวัง กล่าวทิ้งท้าย

 

ข้อสอบ O-Net เคยมีปัญหา จึงสะเทือนความเชื่อมั่น!

ด้าน รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) กล่าวว่า แม้ สทศ.จะระบุว่า ดำเนินการสอบยูเน็ตตามพันธกิจก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่า สทศ.จะต้องจัดสอบในทุกเรื่อง เนื่องจากวิธีการสอบที่ สทศ.ดำเนินการมาในทุกระดับ แม้จะสร้างความสำเร็จในการวัดผล แต่ก็มีข้ออุปสรรคหลายอย่าง ที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ ไม่น่าเชื่อถือ เช่น ปัญหาข้อสอบ O-NET ที่ผิดพลาดเคยเป็นข่าวในสื่อต่างๆ เมื่อจะนำการสอบ U-NET มาใช้กับนิสิตนักศึกษาอุดมศึกษา ซึ่งเป็นการศึกษาขั้นสูงสุด จึงเกิดกระแสการคัดค้านทั่วประเทศ จึงอยากให้รับฟังเสียงเหล่านี้ด้วย

"เด็กส่วนใหญ่รู้สึกว่า เรียนมาสุดแล้ว เรียกได้ว่า สอบกันมาทั้งชีวิต จะต้องสอบอีก จึงทำให้เกิดแรงต่อต้านอย่างมาก หาก สทศ.และ สมศ.อยากประเมินคุณภาพบัณฑิต หรือมหาวิทยาลัย มันก็มีหลายวิธีที่จะประเมินได้ ไม่ใช่จัดสอบที่เดียว แล้วประเมินเลย ในต่างประเทศ เขามีวิธีการวัดคุณภาพแตกต่าง และหลากหลายมากกว่านี้ อีกอย่างเด็กจะรู้สึกว่า แล้วถ้าสอบจะเอาคะแนนไปทำอะไรหรือป่าว มันเหมือนมี Hidden Agenda" รศ.ดร.วีรชัย

 

คุณภาพมหาวิทยาลัย ไม่ได้ประเมินแค่ "ยูเน็ต"

เมื่อคะแนนสอบยูเน็ต เข้ามาเกี่ยวข้องกับมิติของการประเมินคุณภาพมหาวิทยาลัยของ สมศ.ด้วยแล้ว รศ.ดร.วีรชัย มองว่า เป็นเรื่องใหญ่ และอาจจะประเมินไม่ได้ดีนัก เนื่องจากการสอบโดยใช้ข้อสอบกลางเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถประเมินคุณภาพของมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ เช่น บางแห่งสอนแต่ภาษาอังกฤษ อาจจะได้ข้อสอบภาษาไทยไม่ดี เป็นต้น นอกจากนี้ บุคลากรที่ได้มีการพูดคุยกว่า 90% ไม่เห็นด้วย เพราะว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ และไม่ตอบโจทย์

"มันจะเกิดปัญหาตามมา เพราะยูเน็ตเมื่อให้เด็กสอบด้วยความสมัครใจ ซึ่งอาจตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ หรือเด็กเก่งบางคนไม่สนใจ ไม่เข้าสอบ แล้วผลคะแนนออกมาแย่ พอ สมศ.เอาคะแนนตรงนี้ไปใช้ด้วย จะมีผลต่ออันดับของมหาวิทยาลัยด้วยหรือไม่ อาจจะขึ้น หรือลง มันก็อาจจะเกิดความขัดแย้งที่สูงมากขึ้นไปอีก และการสอบนั้นมันไม่เป็นกลางเท่าที่ควร หากต้องการประเมินคุณภาพบัณฑิตให้ใช้วิธีการสำรวจความเห็นดีกว่า" รศ.ดร.วีรชัย กล่าว

 

เมื่อวัตถุประสงค์การจัดสอบ "ยูเน็ต" ของ สทศ.ไม่สอดคล้องกับแนวคิดของผู้สอบ และมหาวิทยาลัย เพื่อวัดคุณภาพ การต่อต้าน และกระแสคัดค้านในครั้งนี้ จึงเริ่มทวีความรุนแรง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด หาก สทศ.จะกลับมาทบทวนการจัดสอบยูเน็ตอีกครั้ง เพราะ สทศ.เองก็ยืนยันว่า พร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ก่อนจะทำอย่างจริงจัง

แต่สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน และไม่ควรเพิกเฉย คือ "ความเครียด" ของเด็กที่ต้องเชิญการสอบครั้งใหญ่ของชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง เพื่อนำคะแนนไปใช้เป็นตัวกำหนดชีวิตและอาชีพ (อีกแล้วหรือ??...ระบบการศึกษาไทย!!!).

 

 

 

'ครึกโครมไม่น้อย' กับการข่าวเตรียมจัดสอบ 'ยูเน็ต' ของว่าที่บัณฑิต เพื่อเป็นการประเมินคุณภาพของตัวเอง และของ 'สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)'... 28 เม.ย. 2557 18:59 29 เม.ย. 2557 09:52 ไทยรัฐ