วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุทยานฯพลิกวิกฤติเป็นโอกาส!

ผ่าวิกฤติ “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ผ่านถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย

“ผมมั่นใจว่าจะปกป้อง ‘ดงพญาเย็น– เขาใหญ่’ ไม่ให้ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตรายได้สำเร็จ”

ถ้อยแถลงยืนยันของ นายนิพนธ์ โชติบาล รองอธิบดี รักษาการอธิบดีกรมอุทยานแห่ง ชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ศูนย์มรดกโลก องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้มีหนังสือขอให้ประเทศไทยชี้แจงสถานภาพมรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1. กรณีการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 2.ผลกระทบต่อจระเข้น้ำจืดกรณีการก่อสร้างเขื่อนห้วยโสมง 3.การก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา และ 4.กรณีการตัดไม้พะยูงและการได้รับบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน

หากไม่สามารถชี้แจงได้ก็อาจจะทำให้ มรดกโลกดงพญาเย็น–เขาใหญ่ ถูก “ตัดสิน” และ “ชี้ชะตา” ให้จัดเข้าสู่ “บัญชีมรดกในภาวะอันตราย” และ “เสี่ยงถูกถอดถอน” ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยที่ 38 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในเดือน มิ.ย.ที่จะถึงนี้

ปัจจุบันมีแหล่งมรดกโลกทั้งสิ้น 981 แหล่ง ใน 160 ประเทศ แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 759 แหล่ง ทางธรรมชาติ 193 แหล่ง และแบบผสมอีก 29 แหล่ง

ในส่วนของมรดกโลกทางธรรมชาติ 193 แหล่ง มีถูกขึ้นบัญชีอยู่ในภาวะอันตราย 18 แหล่ง คิดเป็น 9.3% อยู่ใน 14 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ฮอนดูรัส อินโดนีเซีย มาดากัสการ์ เป็นต้น

บัญชีมรดกโลกในภาวะอันตรายคืออะไร?

คำตอบ คือ มรดกโลกที่ถูกคุกคามจากภัย อันตรายที่ร้ายแรงและเด่นชัดในแง่ใดแง่หนึ่ง อาทิ การสูญเสียเนื่องจากการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว การถูกทำลายเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์หรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน การเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนสภาพโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น

แต่ข้อห่วงใยทั้ง 4 ข้อของยูเนสโกไม่ใช่เรื่องใหม่!

ที่ผ่านมาประเทศไทย โดยกรมอุทยานฯ ได้มีการดำเนินการมาจนมั่นใจได้ว่าจะสามารถชี้แจงต่อคณะกรรมการมรดก โลกได้สำเร็จ

“ผมยืนยันว่าเราไม่ได้เพิกเฉยต่อคำเตือนของมรดกโลกตั้งแต่ปี 2556 เราเคยนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมชลประทาน กรมทางหลวง ไปชี้แจงในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 37 ที่กรุง พนมเปญ ประเทศกัมพูชา มาแล้ว และเขาก็พอใจกับมาตรการที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการ เรื่องแรกการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ผลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของการขยายช่องทางจราจรของทางหลวง 304 ช่วง กม.42-57 ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว ขณะนี้เตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติรูปแบบการก่อสร้างและวงเงินงบประมาณ เรื่องที่สอง โครงการก่อสร้างเขื่อนห้วยโสมง จะไม่มีผลกระทบที่รุนแรงต่อประชากรจระเข้น้ำจืด เนื่องจากพื้นที่อยู่อาศัยของประชากรจระเข้น้ำจืดอยู่ไกลจากหัวเขื่อน การเปลี่ยนแปลงความ ลึกของน้ำในบริเวณดังกล่าวมีไม่มากนัก” นาย นิพนธ์ แจกแจงอย่างมั่นใจพร้อมกับระบุด้วยว่า

ประเด็นที่สาม การก่อสร้างเขื่อนห้วยสะโตนในพื้นที่อุทยานฯ ตาพระยา ก็ยังไม่ผ่านการอนุมัติให้สร้างจากกรมอุทยานฯ
สุดท้ายประเด็นที่สี่ ปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง ก็มีมาตรการป้องกันโดยการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการของหน่วยปฏิบัติ การพิเศษในการป้องกัน และปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูงและทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ทั้งได้มีการสนธิกำลังร่วมกับทหาร ตำรวจ ในการวางแผนลาดตระเวน เพื่อรับรองว่าจะมีการดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งในพื้นที่คุ้มครอง และตามแนวชายแดนระหว่างประเทศ รวมทั้งการเสนอให้ไม้พะยูงเข้าสู่บัญชีไซเตสเพื่อป้องกันการลักลอบค้าระหว่างประเทศและหยุดยั้งการค้าไม้พะยูงที่ผิดกฎหมายต่อไป

“ได้เรียกประชุมหัวหน้าอุทยานฯ ที่อยู่ในพื้นที่ป่ามรดกโลกทั้งหมดแล้วรวมทั้งส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อทำ แผนบริหารจัดการพื้นที่ว่าเรามีแผนงานอย่างไรและส่งไปให้ศูนย์มรดกโลกตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.ที่ ผ่านมา เชื่อว่าคณะกรรมการมรดกโลกจะเห็นความตั้งใจว่าเราไม่ได้ละเลยเพิกเฉยต่อภัยคุกคามความเป็นมรดกโลก อย่างแน่นอน” นายนิพนธ์ระบุตบท้าย
และในวันที่ 1–2 พ.ค.นี้ กรมอุทยานฯจะลงพื้นที่เพื่อตรวจ สอบการบริหารจัดการพื้นที่มรดก โลกและถนนสาย 304 ขณะเดียวกัน วันที่ 8พ.ค. นี้เช่นกันกรมอุทยานฯ จะจัดงาน “52ปี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกอาเซียน มรดกโลก”

เพื่อประกาศให้สังคมได้รับรู้ถึงความ เป็นมาของเขาใหญ่ ตั้งแต่เริ่มต้นจนมีอายุถึงปัจจุบันคือ 52 ปีและกลายมาเป็นมรดกโลกที่คนไทยภาคภูมิใจ

ที่สำคัญ กรมอุทยานฯยังเตรียมที่จะจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษากลุ่มป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยเฉพาะเพื่อดูแลในพื้นที่ได้ครอบคลุมมากขึ้น รวมทั้งจัดตั้งกองทุนมรดกโลกเพื่อจัดหางบประมาณมาสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ดูแลผืนป่ามรดกโลกด้วย

“ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม” มองว่า นี่คือความพร้อมของกรมอุทยานฯ ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น แม้การแก้ปัญหาจะไม่สมบูรณ์ 100% ก็ตาม เพราะมีปัจจัยเงื่อนไขต่างๆ ทั้งด้านสังคม การเมืองที่ ควบคุมไม่ได้และก่อให้เกิดความเสี่ยงตามที่มรดกโลกมีหนังสือเตือน

ส่วนคำถามว่า “ดงพญาเย็น–เขาใหญ่” มีสถานะน่าเป็นห่วงหรือไม่?

แน่นอน คำตอบคงหนีไม่พ้นว่าน่าเป็น ห่วง แต่ในฐานะคนไทย เราขอเอาใจช่วยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างสุดตัว พร้อมทั้งขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ช่วยกันดูแลรักษาและปกป้องผืนป่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ทั้งเรายังแอบหวังให้กรมอุทยานฯสามารถ พลิกวิกฤติที่เกิดขึ้นให้กลายเป็นโอกาสในการที่จะจัดระเบียบ วางระบบในการบริหารจัดการ พื้นที่มรดกโลกผืนนี้ให้มีความมั่นคงและยั่งยืน

คงเป็นโศกนาฏกรรมของคนไทยและมนุษยชาติ หาก “ดงพญาเย็น–เขาใหญ่” โดนตัดออกจากสถานะมรดกโลกทางธรรมชาติ

เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียความสมดุล ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่!

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

 

 

หากไม่สามารถชี้แจงได้ก็อาจจะทำให้ มรดกโลกดงพญาเย็น–เขาใหญ่ ถูก “ตัดสิน” และ “ชี้ชะตา” ให้จัดเข้าสู่ “บัญชีมรดกในภาวะอันตราย”และ“เสี่ยงถูกถอดถอน” ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยที่38 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในเดือน มิ.ย.นี้ 28 เม.ย. 2557 15:07 28 เม.ย. 2557 15:09 ไทยรัฐ