วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สองมาตรฐาน

โดย ซี.12

คนที่มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่รับผิดชอบสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดินจะต้องตระหนักว่าการปฏิบัติตามคำสั่งจากคนที่ไม่อาจขัดขืนได้หรือทำตามข้อเสนอของลิ่วล้อบริวารในการกระทำใดๆที่ส่งผลให้เกิดความไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วลงท้ายผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือตัวเอง คนสั่งหรือคนเสนอไม่ได้มารับกรรมอะไรด้วย

มาถึงวันนี้ผู้ที่มีตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ถึงเกิดสติรู้คิดและหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะให้ความเป็นธรรมในคดีการย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งๆที่รับรู้อยู่แล้วว่าเมื่อเอา พลตำรวจเอกวิเชียร พจน์โพธิ์ศรี มาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติแทนจะส่งผลให้ตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่างลงทำให้ กตช. ที่ตัวเองเป็นประธาน สามารถแต่งตั้ง พลตำรวจเอกเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ชายภรรยา พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ที่เป็นพี่ชายตัวเองขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้

การกระทำเช่นนี้เรียกว่าเป็นการใช้อำนาจโดยบิดเบือนอำนาจซึ่งควรที่จะต้องได้รับการวินิจฉัยโดยเที่ยงธรรมจากศาลรัฐธรรมนูญ

ไม่มีประโยชน์ที่จะคิดจะหวังอะไรลมๆแล้งๆเพราะทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของตัวบทกฎหมาย การเรียกหาความเป็นธรรมจะต้องมองย้อนกลับไปว่าได้ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบหรือไม่

คดีการย้าย เลขาธิการถวิล นี้เป็นตัวอย่างที่ขอลำดับเหตุการณ์ให้เห็นกันชัดๆอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อมีการนำเรื่องเข้า ครม.ในวันที่ 6 กันยายน 2554 แทนที่จะรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเสียก่อน นายกรัฐมนตรีกลับมีคำสั่งในวันที่ 7 กันยายน 2554 ให้นายถวิล ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำทันที

เรื่องนี้ดูแล้วน่าอนาถตรงที่เวลาเงื้อดาบกระทำต่อคนอื่นไม่เห็นร่องรอยของความปรานี ไม่รอแม้กระทั่งเวลาที่ต้องดำเนินกรรมวิธีการโอนให้บรรลุผลตามกฎหมาย ก็มีคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ใหม่ไว้ก่อนทันที

แต่พอผลคดีถึงที่สุดต้องคืนตำแหน่งให้เขาก็เอ้อระเหยลอยชายทำไปตามเวลาที่กำหนดแทนที่จะออกคำสั่งให้ นายถวิล เปลี่ยนศรี ไปปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และ พลโทภราดร พัฒนถาบุตร ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำหลังจากจำใจมีมติ ครม.ออกมาให้ย้ายสลับกัน

พฤติกรรมทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นการกระทำแบบ 2 มาตรฐานแบบที่ชอบเอาไปกล่าวหาคนอื่นองค์กรอื่นรวมทั้งศาลหรือไม่ น่าเห็นใจหรือไม่ ควรแก่การปรานีหรือไม่ สาธุชนควรตรองดูให้ดี

อีกอย่างหนึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ไม่มีใครทักท้วงเพราะเคยมีคนเสนอแนะด้วยความหวังดีว่า คดีถวิลไม่ควรอุทธรณ์ ก็รับฟังแล้วผ่านเลยไปดันไปเชื่อลิ่วล้อทั้งฝ่ายการเมืองและแก๊งออฟโฟร์ในราชการจนตัวเองต้องเจ็บช้ำอยู่ในขณะนี้

นี่ยังมีคดีแพ่งและคดีอาญาอยู่อีก ซึ่งถ้าหากว่าคู่กรณีไม่ใช่สุภาพบุรุษอย่าง นายถวิล เปลี่ยนศรี ก็คงโดนอีก 2 ศาลคือศาลแพ่งและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง....หรือจะลอง.

 

“ซี.12”

28 เม.ย. 2557 11:35 28 เม.ย. 2557 11:35 ไทยรัฐ