วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การเมืองอลวน ประชาชนก็อลเวง

โดย

“อารยะขัดขืน”...ใช้ได้กรณีเดียวก็คือเมื่อกฎหมายสูญสิ้นสภาพแล้ว ไม่ทำงานแล้ว และเมื่อได้ลองทุกอย่างแล้วก็ยังไม่ทำงาน...

ประเทศไทยวันนี้ยังไม่ได้เดินไปถึงจุดนั้น สกู๊ปหน้า 1 ความเดิมตอนที่แล้วกล่าวถึงหลักนิติธรรม 8 ข้อของ Tom Bingham อดีตประธานศาลฎีกา ประเทศอังกฤษ ...ประเทศไทยมีครบหมดแล้วก็ดี สิ่งที่เราเสื่อมก็คือข้อ 6 การใช้กฎหมาย ทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์

ซึ่งต้องเข้าใจว่า “เราไม่ได้มีปัญหาเรื่องกฎหมาย”

สมมติว่าถ้าเราไปเถียงกัน...ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือเลือกตั้งก่อนปฏิรูป แล้วเราจะออกกฎใหม่อีกหรือเราตั้งโจทย์ผิด? กฎไม่ได้ผิด...คุณออกกฎใหม่อีก การบังคับใช้กฎหมายไม่มีอีก...ก็แย่อีก

สมมติอีกว่า...เลือกตั้งโกงก็ไม่ได้ผิดที่กฎหมาย กฎหมายแจกแจงชัดแบบไหนที่เรียกว่าโกง ต้องไปจัดการ กดดันคนที่มีอำนาจในการคุมเลือกตั้ง หรือกรณีจำนำข้าว...เมื่อมีการชี้ผิดชี้ถูกไปเรียบร้อยแล้ว คนที่มีส่วนรับผิดชอบก็ต้องไปจัดการให้คนที่ผิดรับผิด หรือไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม ถ้ากลุ่มไหนทำผิดกฎหมาย ก็ว่าไปตามผิด

นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ M.D.,MRCPsych, Child & Adolescent Mental Health Service, Colchester, United Kingdom บอกอีกว่า อย่างกรณีตุลาการก็มีกฎ ตุลาการคนไหนไม่ตงฉิน ไม่สุจริตก็มีกระบวนการตรวจสอบ...ศาลรัฐธรรมนูญก็ถูกถอดถอนได้ ก็มีกระบวนการอยู่...ที่เน้นก็คือว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม หลักนิติธรรมจะทำให้มนุษย์อยู่ด้วยกันได้

นายแพทย์ธีระเกียรติเป็นจิตแพทย์ที่สนใจการเมือง เป็นคนไทยคนหนึ่งและยังเป็นพลเมืองอังกฤษ ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบประชาธิปไตย ไปอังกฤษคนอังกฤษก็ถาม...เมืองไทยเกิดอะไรขึ้น? รู้สึกงง...ที่เห็นว่าคนไทยจะแก้ปัญหาโดยไม่ใช้กติกา

“ประเทศอังกฤษ แม่บทประชาธิปไตยมานาน การทำผิดกฎอยู่ในสายเลือดเลยนะ เขาอายและกลัว ไม่มีใครกล้า เป็นเรื่องใหญ่...ยกตัวอย่างรัฐมนตรีศึกษามีครั้งหนึ่ง มาเยี่ยมโรงเรียนแล้วก่อนหน้านั้นวันเดียวลูกถูกไล่ออกเพราะประพฤติตัวไม่ดี รัฐมนตรีอายมาก ถามว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ไหม...แสดงถึงว่าครูใช้กฎกติกากับทุกคนเท่าเทียมกัน ลูกรัฐมนตรีผิด...ก็ผิด”

อีกเรื่องเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว นักการเมืองคนหนึ่งไปกับภรรยาที่เป็นทนายความ เขาเป็นคนขับรถแล้วขับรถเร็วถูกกล้องจับ ปรากฏว่าภรรยารับสารภาพแทน เพราะว่าเวลาทำผิดจะถูกตัดแต้ม ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ถ้าถูกตัดใบอนุญาตจะหมดสภาพก็เลยให้รับผิดแทน

ตอนหลังสามีภรรยาคู่นี้แยกทางกัน หย่ากัน ภรรยาก็เลยเอาเรื่องนี้มาเปิดเผยต่อสาธารณชน เรื่องขึ้นศาลถูกตัดสินติดคุกทั้งคู่ เพราะไปช่วยรับผิดแทนทำไม ภรรยาอ้างว่าถูกบังคับให้ช่วย แต่ศาลไม่เชื่อ เชื่อว่าตอนหลังมาทะเลาะกันก็เลยเอาเรื่องนี้มาแบล็กเมล์หักหลัง ซึ่งทั้งคู่ใช้เงินไปกับเรื่องนี้ไม่ใช่น้อย

แค่เรื่องขับรถ เป็นข่าวใหญ่โต ถ่ายทอดทีวี 8 วันติดต่อกัน

“กฎหมายไม่มีใครว่าใครเป็นพวกใคร ประเทศถึงอยู่ได้ ไม่ใช่ว่าไม่มีคนแตกต่าง...มี แต่ต้องอยู่กันอย่างนี้ เรียกว่า...ยุติธรรมถึงจะเกิด”

เนลสัน แมนเดลา บนเส้นทางต่อสู้เพื่อสันติภาพถูกตัดสินผิดก็ผิด...ติดคุกก็ติด สุดท้ายประธานาธิบดีแอฟริกาใต้มีอำนาจในการให้นิรโทษกรรมตามกฎหมาย ก็ให้นิรโทษกรรมออกมา ตอนนั้นกลุ่มเนลสัน แมนเดลา ใช้ความรุนแรงตั้งเยอะที่พยายามต่อสู้เพื่ออิสรภาพก็ไม่สำเร็จ เขาก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ก็ต้องแก้กันไปเรื่อยๆ

การแก้ปัญหาบ้านเมืองวันนี้ประเด็นสำคัญก็คือตั้งโจทย์ผิด สอง...เราอย่าเดินผิดทาง การแก้ปัญหาโดยวิธีอื่นๆจะไม่สำเร็จ...ไม่ต่างกับตอบโจทย์ผิด ประเด็นที่สาม...ถามว่าเรามีสิทธิกดดันไหมในฐานะประชาชน ตอบได้เลยว่า “มี” แต่ต้องกดดันให้ถูกที่ กดดันให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ไปกดดันให้เขามาเป็นพวกเราหรือเพิ่มจำนวนมากขึ้น เพราะในที่สุดก็จะทำให้เกิดการแบ่งแยกกันมากขึ้น การแตกแยกจะมากขึ้น

“ของจะแตกอยู่แล้ว เราพยายามจะรักษาประเทศ...จะไปทำให้แตกมากขึ้นไม่ได้ ยิ่งแบ่ง ไปว่าเขาแบ่งไม่ได้...สิ่งที่ควรทำถ้ากดดันให้กดดันระบบรักษาผดุงความยุติธรรมให้ทำงาน วิธีนี้ดีที่สุด ดีกว่าวิธีที่จะทำให้คนมาเป็นพวก”

สมมติว่า ถ้าคุณรู้หน้าที่ตัวเองแต่ไม่ทำ ด้วยความเชื่อส่วนตัวหรืออะไรก็ตาม แล้วผมไปกดดันคุณต่อหน้าสาธารณชน คุณมีแนวโน้มจะทำ มีโอกาสจะทำมากกว่าที่ผมจะไปกดดันคุณให้เชื่อตามความคิดผม...ผมกดดันให้คุณทำตามหน้าที่คุณ เพราะคุณรู้สึกอยู่แล้วว่าคุณไม่ได้ทำ ยังดีกว่า

สมมติอีกว่า มีคนทำผิดไปปาระเบิดบ้านใครก็ตาม ก็ไปกดดันให้ตำรวจจับให้ได้ จับไม่ได้ก็ต้องมีความผิด ยังดีกว่าไปกดดันพวกที่ปาระเบิดว่า “คุณเชื่อผมเถอะอย่าไปปาระเบิดเลย เขาเป็นคนดี”

กดดันแบบนี้ง่ายกว่าเยอะ และถูกต้องกว่าด้วย

นี่คือหัวใจของทางออก ในที่สุดก็คือ “หลักนิติธรรม”

Tom Bingham กล่าวไว้ว่า “ทุกคนจะต้องถูกผูกพันโดยหลักนิติธรรมและได้ประโยชน์จากหลักนิติธรรม หมายถึงว่าไม่ได้เป็นการลงโทษแต่ทำให้ทุกคนอยู่ด้วยกันได้”

“...มีผลประโยชน์ขึ้นมาในประเทศ จะแบ่งกันอย่างไรก็ต้องแบ่งกันโดยกฎหมาย เหมือนกับเราขึ้นเครื่องบิน ใครอยากนั่งชั้นไหนแบ่งกันยังไง ก็แบ่งไปตามกฎหมายใครซื้ออะไร ใครจ่ายเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าจะแบ่งกันตามอำเภอใจ ในโลกของเรา...ทุกอย่างต้องมีกฎ”

กฎหมายที่ดี ตามหลักนิติธรรมข้อ 6 สมมติว่าศาลตัดสินแล้ว จะไม่มีการตีความแล้ว ชี้ว่าผิดก็คือผิดขณะที่มีการตีความกันอยู่แสดงว่ายังอยู่ระหว่างกระบวนการ เราก็ต้องปล่อย แต่ปรากฏว่าตอนนี้เราใช้การตีความในแต่ละกลุ่มไปคิดว่า...ฝั่งเราถูกอีกฝั่งตีความผิด

หน้าที่ประชาชนทั้งหมดในทุกระดับที่จะทำให้ประเทศอยู่ได้ก็คือการที่เราปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่

ในฐานะจิตแพทย์ที่เจอกับความขัดแย้งในระดับบุคคล ครอบครัวมาเยอะ ส่วนใหญ่ลงท้ายด้วยการเจรจาได้แต่ไม่ค่อยได้ผลถึงที่สุด เพราะที่สุดแล้วหลายครอบครัวจะต้องมามีข้อตกลงที่พอจะทำให้อยู่ด้วยกันได้ แม้กระทั่งกฎหมายก็ยังเข้ามาควบคุมถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา ทำไม? ไม่เจรจาแบ่งสมบัติกัน

“นี่ขนาดขัดแย้งกันสองคนนะ ในครอบครัว กฎหมายยังเข้ามาเลย เพราะในที่สุดมนุษย์เรานั้นการเจรจามีขอบเขต อย่าไปคิดว่าการเจรจามีอำนาจเยอะ การเจรจาดีบางระดับเท่านั้น โดยเฉพาะในระดับต้นๆของปัญหาที่มีความขัดแย้งกันไม่มาก” นายแพทย์ธีระเกียรติ ว่า

สามีภรรยาขัดแย้งกันไม่มากเจรจาได้ ไม่ต้องไปฟ้องตำรวจ ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลหย่ากัน ตอนนี้ประเทศมีปัญหายิ่งกว่าคนจะขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องหย่ากัน แล้วก็มีข้อขัดแย้งมากกว่าสองคน ถ้าไม่ใช้หลักนี้จะใช้อะไร...

“ปัญหาการเมืองวันนี้ เริ่มจากเรานับหนึ่งตั้งโจทย์ผิด ก็เลยมึนกันใหญ่ ทั้งที่ทางออกไม่ได้ยาก แต่คำว่าไม่ยาก...เวลาทำก็ทำได้ไม่ง่าย เพราะต้องอาศัยการชี้ทางให้คนเห็น”.

28 เม.ย. 2557 10:24 ไทยรัฐ