วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลอุบายฮ่องเต้

ในการขึ้นสู่อำนาจ รักษาอำนาจ และการช่วงชิงอำนาจ ส.สุวรรณ เขียนไว้ในกลอุบายฮ่องเต้ (สำนักพิมพ์เกลอเรียน) ว่า นักการเมือง ใช้กลวิธีลับ–ลวง–พราง กันหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการหลอกด้วยอภินิหารเทพยดา

ตามความเชื่อของคนจีนโบราณ ฮ่องเต้คือโอรสสวรรค์ เป็นเทวดาจุติมาเกิด เป็นเชื้อสายมังกร

เล่าปั๋ง หรือฮั่นโกโจ ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่น มีบันทึกว่า ประสูติจากพระมารดาผสมพันธุ์กับมังกร เซียวเต้าเฉิงฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์หนันฉี ทั่วพระวรกายมีรอยคล้ายเกล็ดมังกร

เกาเอี๋ยงฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์เปยฉี ตอนอยู่ในครรภ์พระมารดา เปล่งฉัพพรรณรังสีสีแดงสว่างไปทั่วทั้งห้องตลอดคืน

เอี๋ยงเจี่ยนฮ่องเต้ ผู้สถาปนาราชวงศ์สุย ตอนประสูติมีเมฆสีม่วง แผ่กระจายไปทั้งห้อง

ฝ่ามือ ปรากฏตัวหนังสือ “อ๋วง” ซึ่งแปลว่าเจ้า

จูอุน ปฐมจักรพรรดิ แห่งราชวงศ์โฮ่วเหลียง ตอนประสูติมีฉัพพรรณรังสีสีแดงส่องออกมาจากในห้อง จนคนใกล้ๆเข้าใจว่าไฟไหม้ ตอนบรรทมจะแปลงพระวรกายเป็นงูแดง

ถังไทจง ฮ่องเต้ราชวงศ์ถัง ตอนประสูติมีมังกร 2 ตัว หยอกล้อกันอยู่หน้าตำหนัก

จักรพรรดิควรอิน ผู้สถาปนาราชวงศ์ซ่ง ประสูติพร้อมกับกลิ่นหอมอบอวล พระวรกายสีทอง สามวันจึงจางหาย

ส.สุวรรณบอกว่า การที่ผู้เป็นฮ่องเต้ หรือผู้ต้องการเป็นฮ่องเต้ ใช้ความเชื่อเรื่องเทพยดา นอกจากทำให้ราษฎรศรัทธา ยังข่มขวัญคนอื่นไม่ให้กล้ามาตีเสมอ

ในสมัยปลายราชวงศ์เอี๋ยน หรือหงวน ของมองโกล กองทัพประชาชนต่อต้านมองโกลผุดโผล่ขึ้นมากมาย ในจำนวนเหล่านี้ กองกำลังผ้าโพกหัวสีแดง ใหญ่และเข้มแข็งที่สุด

กองกำลังนี้ มีกัวจื่อซิง เป็นหัวหน้า มีจูเอี๋ยนจัง เป็นขุนพลเก่งกาจในการรบ รบที่ไหนก็ชนะที่นั่น ชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกล จนทำท่าจะกระเทือนอำนาจตระกูลผู้นำ

ค.ศ.1354 บุตรชายสองคนของกัวจื่อซิง วางแผนเชิญจูเอี๋ยนจัง มาร่วมงานเลี้ยงฉลองชัย วางแผนใช้เหล้าผสมยาพิษให้ดื่ม แผนนี้รั่วเข้าหู จูเอี๋ยนจัง จะปฏิเสธไม่ไปงานเลี้ยงก็ย่อมได้ แต่เขาคิดว่า

“หอกในที่แจ้งหลบง่าย ธนูในที่มืดป้องกันยาก” จึงวางแผนซ้อนแผน

กลางทางระหว่างขี่ม้าไปกับบุตรชายกัวจื่อซิง จูเอี๋ยนจัง กระโดดลงจากหลังม้า แหงนมองท้องฟ้า ปากก็พึมพำเป็นทำนองว่า เห็นอะไรบนท้องฟ้า แล้วกระโดดขึ้นหลังม้า หันหัวม้าควบกลับ

บุตรกัวจื่อซิง ตะโกนเรียก “เรานัดไปงานเลี้ยงด้วยกัน แล้วท่านจะไปไหน”

“ข้าไปทำอะไรผิดพ้องหมองใจพวกแกก็เปล่า ทำไมจึงคิดทำร้ายข้า” จูเอี๋ยนจังหันหน้ามาตะคอก “แกสองคนวางยาพิษไว้ในเหล้า เทพยดาบอกข้าให้รีบหนีเอาตัวรอด”

ว่าแล้ว จูเอี๋ยนจัง ก็ควบม้าจากไป

บุตรกัวจื่อจิง ตกใจเหงื่อแตก วางแผนลับรู้กันแค่สองคน แต่เหตุใดจูเอี๋ยนจังจึงรู้ได้ เชื่อว่ามีเทพยดามาบอกจริง นับแต่นั้นมา ก็ไม่กล้าคิดร้าย หรือวางแผนระรานอะไรกับจูเอี๋ยนจังอีก

จึงไม่แปลก แม่ทัพที่ฉลาด รู้จักใช้กลอุบายเทพยดา อย่างจูเอี๋ยนจัง จะนำกองกำลังโพกผ้าสีแดง ขับไล่ราชวงศ์มองโกลพ้นแผ่นดินจีน ค.ศ.1367 จูเอี๋ยนจัง ปราบดาภิเษก เป็นปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง

กลอุบายทำนองนี้ ใช้กันได้ในสมัยโบราณ ในสมัยที่คนส่วนใหญ่ยังเชื่อผีสางเทวดา ลองเอามาใช้ในสมัยสงครามกลางเมืองสิบปี มีคนเชื่อน้อย คนหัวเราะ เห็นเป็นเรื่องสนุกมากกว่า

สงครามชิงเมืองสมัยใหม่...รบกันไป หาพวกกันไป ใครพวกมากกว่า...เขาเชื่อของเขาว่าจะชนะ

กลอุบายในการหาพวก บางบ้านเมืองก็นิยมใช้ข่าวลือ...แต่ข่าวลือทำนองขู่ให้กลัวเผด็จการ ขู่ว่าทหารปฏิวัติ ที่เคยใช้ได้ผล สมัยนี้ ทำท่าจะใช้ไม่ได้ผล

ผู้คนสมัยใหม่ เบื่อสงครามการเมืองกันมาก ถึงขนาดยอมให้ทหารปฏิวัติ จะได้นายที่โง่หรือฉลาดมากน้อย ไม่สำคัญเท่ากับได้นาย ที่ทำให้บ้านเมืองสงบร่มเย็นเสียที.

 

กิเลน ประลองเชิง

28 เม.ย. 2557 09:42 28 เม.ย. 2557 09:42 ไทยรัฐ