วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ล่าตัวการ์ดยำพันเอก

ล่าตัวการ์ดยำพันเอก

โดย ทีมข่าวหน้า1
28 เม.ย. 2557 07:49 น.
  • Share:

ทหารเคลียร์พุทธะอิสระ ‘กำนัน’เชิญแขกฝงธนฯ

“บิ๊กเจี๊ยบ” ฮึ่มสั่งกรมยุทธการเข้าเคลียร์ “พุทธะอิสระ” นำกลุ่มการ์ดก่อเหตุรุมสกรัม “พ.อ.วิทวัส” มาลงโทษ หวั่นกระทบต่อจิตใจกำลังพล ระทึกอีกอาคารกองบัญชาการกองทัพไทยโดนลูกหลงปืน .38 รปภ.คาดฝีมือการ์ดยิงขึ้นฟ้าฉลองสงกรานต์ คดีสังหาร “ไม้หนึ่ง” ยังต้องสอบวงจรปิดควานหารถมาสด้าต้องสงสัย ด้าน “สุเทพ” นำมวลชน กปปส.เดินเชิญแขกย่านเพชรเกษม “สกลธี” โผล่ร่วมขบวนหลังศาลปล่อยตัวชั่วคราว ขณะที่ นปช.เปิดเวทีหน้าสนามกีฬาจังหวัดชัยภูมิอุ่นเครื่องต้านรัฐประหาร

กรณีที่มีการก่อเหตุรุนแรงรายวันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเหตุการณ์การ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ ใช้ปืนยิงและรุมทำร้ายนายทหารยศพันเอก สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย ล่าสุด ผบ.ทหารสูงสุด หวั่นกระทบขวัญกำลังใจทหาร สั่งกรมยุทธการทหารเข้าเคลียร์กับพระพุทธอิสระนำตัวมาลงโทษ

“บิ๊กเจี๊ยบ” สั่งเคลียร์ “พุทธอิสระ”

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพไทยว่า จากเหตุการณ์ที่ พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รอง ผอ.กรมวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกยิงและทำร้ายอาการสาหัสเมื่อคืนวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปติดตามล่าตัวผู้ต้องหามาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากส่งผลกระทบจิตใจกำลังพล และเสียขวัญกำลังใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยเบื้องต้นจะส่งเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมยุทธการทหารเข้าไปเคลียร์กับพระพุทธอิสระ แกนนำ กปปส.แจ้งวัฒนะ ให้แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนกรณีที่มีภาพข่าวกระจกตัวอาคารสำนักงานปลัดบัญชีทหาร และสำนักงานแพทย์ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยถูกกระสุนปืนจนกระจกแตกในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตัวอาคาร ได้นำภาพถ่ายซึ่งเป็นรอยกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 2 รอย รายงานถึง ผบ.ทหารสูงสุดรับทราบแล้ว คาดว่าเป็นฝีมือการ์ด กปปส.เนื่องจากมีเรื่องทะเลาะกันเสียงดังในวันฉลองสงกรานต์ก่อนจะเกิดเสียงปืนดังขึ้นโดยเป็นการยิงขึ้นฟ้าจนถูกตัวอาคารดังกล่าว

ตร.ยังคลำไม่ถึงปมยิง “ไม้หนึ่ง”

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของนายกมล ดวงผาสุข หรือ ไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีเสื้อแดงว่า จากแนวทางการสืบสวนยังไม่สามารถชี้ชัดถึงปมสังหารได้จนกว่าจะมีการจับกุมคนร้าย ตอนนี้ยังมองครอบคลุมทุกประเด็นทั้งการเมืองและเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องตรวจสอบภาพวงจรปิดเพิ่มเติม ส่วนรถมาสด้าต้องสงสัยอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ หากทราบแล้วจะสามารถสืบไปถึง ผู้เกี่ยวข้องได้ สำหรับที่มีการระบุว่าเอกสารและโทรศัพท์ของผู้ตายหายไปจากรถหลังเกิดเหตุ เรื่องนี้ยังไม่ได้รับรายงาน

พท.จี้เหล่าทัพฟันทหารนอกแถว

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีมีข่าวทำร้ายนายทหารโดยการ์ด กปปส.นั้นเมื่อตรวจสอบพบว่าตลอด 5 เดือนมีคนถูกการ์ดทำร้ายหลายครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการยืนยันว่า กปปส.เป็นกองกำลังติดอาวุธ เห็นได้จากผู้ที่ถูกทำร้ายที่ถูกกระทำด้วยอาวุธ แม้แต่ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผอ.สำนักสันติวิธีที่เคยให้สัมภาษณ์ว่ากลุ่มการ์ดมีเจ้าหน้าที่นอกแถวเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยจึงขอเรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ออกประกาศห้ามไม่ให้กำลังพลไปเป็นการ์ดผู้ชุมนุม หากพบว่ามีผู้ขัดคำสั่งให้ดำเนินการเอาผิด โดยกลุ่ม กปปส.อันตรายมากเพราะมีคนทำผิดกฎหมายที่มีหมายจับกว่า 19 ราย เข้ามาเป็นการ์ด ขอเรียกร้องตำรวจและ ผบ.เหล่าทัพสนธิกำลังกันตรวจสอบ

โวย “ภราดร” โยนบาป กปปส.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรรมการ ศอ.รส.ระบุถึงการใช้อาวุธสงครามก่อเหตุรุนแรงเกิดจากมือที่สามแฝงตัวอยู่ใน กปปส.ว่า ขอให้หยุดใส่ร้ายป้ายสีประชาชน เพราะไม่เกิดประโยชน์ แต่จะสร้างปัญหามากขึ้น หลังการชุมนุมของประชาชนกว่า 6 เดือน ไม่มีมือที่สามก่อความรุนแรง แต่เป็นมือที่หนึ่งคือมือผู้มีอำนาจก่อเหตุกับคนต่อต้านอำนาจรัฐ ไม่ควรโยนบาปให้ กปปส. หาก พล.ท.ภราดรทราบว่ามีมือที่สามทำไมไม่ระงับยับยั้ง แต่ปล่อยให้ก่อเหตุ ขนอาวุธมาก่อเหตุโดยจับกุมไม่ได้ อ้างควบคุมอาวุธสงครามยาก เพราะนำเข้าผ่านชายแดน หากไม่มีการยักคิ้วหลิ่วตาจากผู้มีอำนาจ ไม่เชื่อว่าอาวุธจะมาจากชายแดน แต่เชื่อว่าอาวุธอยู่ในเมืองไทยจึงยักย้ายไปก่อเหตุได้ต่อเนื่อง ถ้ารัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังความรุนแรงจากอาวุธสงครามจะเกิดเพิ่มเติมอีก

ยุม็อบกำนัน ผญบ.ทวงคืน มท.

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กำนันผู้ใหญ่บ้านนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 6 พ.ค.ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า การชุมนุมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ แต่รู้สึกทนไม่ได้ที่ถูกยึดกระทรวงมหาดไทยเป็นเวลาถึง 5 เดือนกว่า ซึ่งต้องคิดกันว่ากลุ่มคนที่ยึดกับที่มาทวงคืนใครเป็นพวกที่บริสุทธิ์ใครเป็นพวกที่เลว กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวจริงไม่ใช่กำนันปลอมแบบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ยืนยันว่าการชุมนุมในวันที่ 6 พ.ค. กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้านคิดกันเองตนแค่รับทราบ

โพลชี้ให้อภัยลดทิฐิถอยคนละก้าว

วันเดียวกัน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต รายงานผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,372 คน เรื่องความเป็นห่วงบ้านเมืองของคนไทย โดย 37.52% มีความเป็นห่วงความขัดแย้งแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง พฤติกรรมนักการเมือง การทุจริตคอร์รัปชัน 35.01% ห่วงบ้านเมืองไม่พัฒนา เศรษฐกิจย่ำแย่ ค่าครองชีพสูง และ 14.18% ห่วงสภาพสังคมที่เสื่อมโทรม ยาเสพติดแพร่ระบาด การก่ออาชญากรรมที่โหดเหี้ยมทารุณ ทั้งนี้ 39.76% มองว่าแต่ละฝ่ายไม่คิดที่จะแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เล่นเกมกันไปมาไม่มีใครยอมใครมุ่งเอาชนะกัน 25% มองว่าอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองมีมากยากที่จะปล่อยวาง และ 20.67% มองว่าการเมืองเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกมานานแบ่งขั้วกันชัดเจนเอาความคิดของตนเป็นที่ตั้ง ที่สำคัญกลุ่มตัวอย่าง 44.02% ระบุว่าควรถอยคนละก้าวลดทิฐิให้อภัยซึ่งกันและกัน 28.96% เห็นว่าทุกฝ่ายต้องร่วมมือพูดคุยรับฟังความเห็นซึ่งกันและกันอย่างจริงจัง และ 11.20% ให้เห็นแก่ประเทศชาตินึกถึงส่วนรวมมีจิตสำนึกที่ดี และเมื่อถามว่า สิ่งที่อยากวิงวอนเพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขนั้น 43.14 % ขอให้ทุกคนรักและสามัคคีกัน 25.56% ขอให้หยุดทำร้ายบ้านเมืองหันหน้าเข้าหากัน และ 11.18% ขอให้นักการเมืองเลิกทะเลาะเบาะแว้งตั้งใจทำหน้าที่เพื่อประชาชน

“สุเทพ”เชิญแขก“สกลธี” ร่วมเดิน

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางหว้า เขตภาษีเจริญ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำ กปปส. นำมวลชนจากเวทีสวนลุมพินีออกเดินขบวนไปตามถนนเพชรเกษมขาออกตั้งแต่ซอยเพชรเกษม 25/3 ใต้สถานีรถไฟฟ้า บางหว้า เพื่อรณรงค์เชิญชวนคนออกมาร่วมชุมนุมกับ กปปส. ที่จะนัดชุมนุมใหญ่ในเร็วๆนี้ โดยมีประชาชนออกมายืนต้อนรับ และบริจาคเงินสนับสนุนการต่อสู้ท่ามกลางเปลวแดดและอากาศที่ร้อนอบอ้าว และการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของการ์ด กปปส. โดยก่อนเคลื่อนขบวนนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ที่รับผิดชอบสั่งการการ์ดได้ตระเวนสำรวจเส้นทางที่จะเดินผ่าน พร้อมกับวางกำลังการ์ดประจำตามจุดเสี่ยงโดยเฉพาะตึกสูงและอาคารร้าง มีนายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส.ที่ศาลสั่งปล่อยตัวชั่วคราวหลังถูกจับกุมมาร่วมเดินขบวนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยมีประชาชนขอถ่ายรูปด้วยเป็นระยะๆ

แฟนคลับให้กำลังใจล้นหลาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินขบวนช่วงแรกมีการเปิดช่องจราจร 1 ช่องทางให้รถใช้ถนนได้ แต่เมื่อ เดินได้ระยะหนึ่งการ์ดต้องทำการปิดถนน ทำให้รถ ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมขาออกไม่ได้ นอกจากนี้ มีผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งแต่งกายแฟนซีเป็นคนป่าเชิญชวนประชาชนให้ร่วมปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนสนใจอย่างมาก กระทั่งเวลา 13.00 น. นายสุเทพพร้อมแกนนำ กปปส.และผู้ชุมนุมเดินไปหยุดพักที่ใต้สถานที่ก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน บางแค เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน โดยประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของภายในห้างพากันมายืนให้กำลังใจ พร้อมตะโกนว่า “ลุงกำนันสู้ๆ” รวมทั้งควักเงินบริจาค ขอถ่ายรูปคู่กับนายสุเทพจำนวนมาก ขณะเดียวกัน มีร้านค้า แถบนั้นได้นำน้ำใส่ถังขนาดใหญ่หลายใบ และน้ำดื่มมาบริการให้ผู้ชุมนุมใช้ดื่มและล้างหน้าคลายความร้อน

หวิดวุ่นวัยรุ่นเมาปาดหน้าขบวน

ต่อมาเมื่อขบวนถึงหน้าตลาดใหม่บางแคจนถึงแยกบางแค มีชาวบ้าน พ่อค้า แม่ค้า มายืนรอพร้อมเป่านกหวีด มีคนนำธนบัตรใบละ 100 บาท มาเย็บติดกันยาวหลายเมตร อีกทั้งเป็นพวงมาลัยและเย็บติดดอกกุหลาบ มอบให้นายสุเทพด้วย ทำให้บรรยากาศจุดนี้คึกคักมาก ทั้งนี้ระหว่างการเดินการ์ดได้ควบคุมวัยรุ่น 2 คน ที่ขับรถจักรยานยนต์ผ่าด้านหน้าขบวนและอยู่ในอาการมึนเมา โดยคนขับไม่ใส่เสื้อ และมีรอยสักเต็มตัว ทำให้การ์ดต้องเข้าพูดคุยทำความเข้าใจก่อนจะปล่อยตัวไป อย่างไรก็ตาม เมื่อขบวนไปถึงบริเวณปากซอยเพชรเกษม 45 ถึงซอยเพชรเกษม 47/1 ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางแค ปรากฏว่ามีประชาชนออกมาเป่านกหวีดร่วมร้องเพลง “สู้ไม่ถอย” กับผู้ชุมนุมอย่างสนุกสนาน ก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นรถเดินทางกลับสวนลุมพินีในเวลา 17.30 น. รวมระยะทางเดินประมาณ 6 กิโลเมตร

ฉลองครบ 180 วันคึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวที กปปส.สวนลุมพินีว่า ช่วงค่ำมีประชาชนทยอยเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมครบ 180 วันอย่างคึกคัก กระทั่งเวลา 18.50 น. นายสุเทพขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมแกนนำ กปปส. และแกนนำแนวร่วมกลุ่มต่างๆ ภายใต้ชื่องาน “ครบรอบ 180 วัน 180 องศาประเทศไทย” ที่บริเวณลานนั่งแคร่แลลุงกำนัน ข้างเวทีปราศรัย โดยเป็นการรวบรวมแกลเลอรี่ภาพถ่ายบันทึกเหตุการณ์ ภาพความประทับใจ และคลิปวีดิโอที่บันทึกเหตุการณ์ต่างๆของการต่อสู้ตั้งแต่เวทีสามเสนจนถึงเวทีสวนลุมพินี อย่างไรก็ตาม เวลา 24.00 น. จะมีกิจกรรม นับถอยหลังเข้าสู่วันที่ 28 เม.ย. ที่เป็นวันครบรอบ 180 วัน โดยงานจะมีต่อเนื่องจนถึงเวลา 04.30 น.

เปิดคลินิกดูแลสุขภาพม็อบ

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่เวทีชุมนุม กปปส.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พระพุทธอิสระเปิดคลินิกอโรคยา รับรักษาผู้ป่วยด้วยยาสมุนไพรไทย โดยร่วมกับคณะ แพทย์จาก รพ.ศิริราช ตรวจรักษาผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไปกว่า 100 คน เข้าแถวรอรับบัตรคิวกันตั้งแต่เช้า ตรู่ ส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน นอกจากนั้น เป็นโรคทั่วไป ซึ่งพระพุทธอิสระกล่าวว่า การเปิดคลินิกอโรคยาเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้ป่วยจะรักษาโรคด้วยสมุนไพรไทย ซึ่งไม่มีผลข้างเคียงผลกระทบต่อร่างกาย สมุนไพรแต่ละชนิดได้ทำการสกัดเป็นยารักษาแต่ละโรคโดยตรง ซึ่งจะเปิดคลินิกอโรคยาทุกวันอาทิตย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้มาตรวจรักษาอย่างต่อเนื่อง

นปช.แน่นสนามกีฬาชัยภูมิ

เมื่อเวลา 11.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.พร้อมแกนนำ และมวลชนคนเสื้อแดง ได้พากันเดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล หน้าศาลากลาง จ.ชัยภูมิ กระทั่งเวลา 16.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดง จ.ชัยภูมิ และใกล้เคียงได้ไปรวมตัวกันที่เวทีใหญ่สนามกีฬา จ.ชัยภูมิ เป็นจำนวนมาก โดยบรรดาแกนนำได้ขึ้นเวทีปราศรัยบนเวที 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1. การปกครองในระบอบประชาธิปไตย 2. เรียกร้องให้ กกต.เร่งดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้ง และ 3.แสดงเจตนารมณ์ต่อต้านการรัฐประหารทุกรูปแบบ

“ตู่” ลั่น 6 พ.ค. วันปราบกบฏ

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายจตุพรขึ้นเวทีปราศรัยบนเวทีว่า ตนขอทำนายคำตัดสินของศาล รัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับสถานภาพของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีกรณีโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ว่า นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี จะถูกตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่มีคำสั่งย้ายนายถวิล อย่างแน่นอน ในสมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เคยมีการโยกย้ายในลักษณะเช่นนี้จึงจะไม่ยอมรับคำตัดสินที่อยุติธรรมนี้อย่างเด็ดขาด และแม้ไม่มีนายกฯแต่ก็สามารถให้รองนายกฯหรือถ้าไม่มีรองนายกฯอีกก็มีรัฐมนตรีอีกหลายคนในรัฐบาลที่จะสามารถรักษาการรัฐบาลจัดการเลือกตั้งได้ ต่อไปจะไม่ยอมให้ฝ่ายนายสุเทพหรือใครออกมาขัดขวางการเลือกตั้งได้อีก ซึ่งคนเสื้อแดงทั่วประเทศพร้อมจะออกมาทันทีเพื่อให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วและต่อต้านการออกมารัฐประหารทุกรูปแบบ และวันที่ 6 พ.ค. ที่ถนนอักษะจะเป็นวันปราบกบฏ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้