วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาร์คยืนยันไม่มีตกลงลับ ฝ่าวิกฤติ! เลือกตั้ง-แค่กลไก

ยอมรับว่าการปฏิรูป! กว่าจะเสร็จมีข้อจำกัด แต่เลือกก่อนก็ไม่ได้ สมชัยถกโจทย์13ข้อ เตรียมหารือ‘รัฐบาล’

“เพื่อไทย” ดาหน้าขย่ม “มาร์ค-เทือก” ขยิบตาเล่นละครลวงโลก สับขากันแสดงบทพระเอกสร้างภาพฟอกตัวกู้เรตติ้ง ท้าประกาศ ให้ชัดหวนคืนเวทีเลือกตั้ง อ่อยเหยื่อทำสัญญาประชาคมตั้งรัฐบาลเพื่อการปฏิรูป ถล่มยับ “สายหยุด” โมฆบุรุษ ชงทางลัดนอก รธน. ขอพระบารมีแก้ไขวิกฤติชาติ “องอาจ” ป้อง “มาร์ค” จริงใจไม่ได้ดัดจริต เดินสายหารือช่องทางฝ่าวิกฤติ “อภิสิทธิ์” เต้นโต้ข่าวเท็จแอบเปิดดีลเจรจาลับแลกผลประโยชน์ “กรณ์” โวยเกมดิสเครคิต ปฏิเสธพัลวันดอดคุย “ทักษิณ” พท.ตามตื๊อเร่งจัดคูหาใน 60 วัน กกต.ตั้งโจทย์ 13 ข้อ ล้อมคอกลงคะแนนเป็นโมฆะ “สมชัย” โอ่คราวนี้ตีโจทย์แตกมั่นใจไม่ล่มซ้ำอีก อุบไต๋ปิดลับมาตรการป้องกันสารพัดเหตุป่วน

หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อาสาเป็นคนกลางเดินสายหารือกับฝ่ายต่างๆ เพื่อพูดคุยหาทางออกให้ประเทศ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยออกมาตั้งข้อสงสัยว่า เป็นเพียงการเล่นละครตบตา พร้อมท้าทายให้พรรคประชาธิปัตย์กล้าประกาศให้ชัดเจนว่าพร้อมกลับเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง

พท.ท้า ปชป.ประกาศหวนคืนเวที

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 เม.ย. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึง กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมเดินสายพบ ผบ.ทหารสูงสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รัฐบาล และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางออกของวิกฤติว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ทำหากบริสุทธิ์ใจและไถ่บาปของตัวเองก็เป็นสิ่งดี เพราะทราบดีว่าต้นเหตุของวิกฤติเกิดจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และตัวนายอภิสิทธิ์เอง ดังนั้น ควรเลิกทำตัวเป็นเงื่อนไข ไม่จำเป็นต้องเดินสายไปหาใคร แค่ไปคุยกับนายสุเทพให้รู้เรื่อง ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะลงเลือกตั้งแล้วแถลงให้ชัดเจนว่าพร้อมจะลงเลือกตั้ง และเรียกสมาชิกที่ไปร่วมกับ กปปส.กลับพรรคมาแก้ปัญหาโดยวิธีในระบบรัฐสภา ถ้าอยากเสนอการปฏิรูปก็ให้พรรคประชาธิปัตย์เสนอแนวทางปฏิรูป 7 ด้านเป็นนโยบายหาเสียง และอาจทำสัญญาประชาคมก่อนการเลือกตั้งว่าเมื่อเลือกตั้งแล้วทุกพรรคต้องปฏิรูปการเมือง ใครได้รับเลือกตั้งให้ใช้แนวทางปฏิรูปของพรรคนั้นดำเนินการ พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลพร้อมคุยกับนายอภิสิทธิ์ แทนที่จะเดินสายสร้างภาพ ขอให้ทำเป็นรูปธรรมด้วยการประกาศลงเลือกตั้งให้ชัดเจนเลย

ซัด “มาร์ค-เทือก” ขยิบตาเล่นละคร

โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ได้ข้อมูลมาว่าพรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบคะแนนนิยมตัวเองแล้วพบว่า ความนิยมไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะประชาชนไม่พอใจที่พรรคไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นที่มาที่นายอภิสิทธิ์ต้องออกเดินสายหาทางออกประเทศ และยังทราบข้อมูลว่า นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ทราบข้อมูลการตรวจสอบรัฐบาลขององค์กรอิสระ จึงตัดสินใจฟอกตัวเอง นายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพรู้กัน กำลังเล่นละครกันอยู่ เพิ่งคิดได้มาเล่นบทพระเอกสร้างภาพเพื่อฟอกตัวเองในการบอยคอตการเลือกตั้งใช่หรือไม่ แบ่งบทกันเล่นตามทฤษฎีสมคบคิดใช่หรือไม่ แหล่งข่าวบอกว่าก่อนการแถลงข่าวผ่านยูทูบ นายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพพบปะคุยกันก่อนจะมาเล่นละครลวงโลกหลอกคนไทย 10 วัน ที่นายอภิสิทธิ์จะเดินสายจับตาให้ดีว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

ฉีกบทแสดงแก้ลำ กปปส.หมดมุก

ด้านนายอุดมเดช รัตนเสถียร กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การออกมาเดินสายเจรจากับฝ่ายต่างๆของนายอภิสิทธิ์ในครั้งนี้ หวังผลทางการเมืองแน่นอน เพราะที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ กปปส.สอดคล้องกันมา กปปส.เรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งตลอด แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้ นายอภิสิทธิ์เลยต้องฉีกออกมาเล่นบทว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและรัฐสภา การปฏิรูปก่อนเลือกตั้งยังไม่เห็นแนวทางว่าเมื่อเกิดการปฏิรูปขึ้นไม่รู้กี่ปีจะแล้วเสร็จ หากจะแช่แข็งประเทศไปเรื่อยๆโดยไม่มีการเลือกตั้งคงเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ถ้ามีการเลือกตั้งโดยที่ทุกพรรคการเมืองเข้ามาต่อสู้ในระบบรัฐสภาแล้ว จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศก็สามารถทำได้ ซึ่งต้องอยู่ในกรอบของความถูกต้อง ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ไล่ “มาร์ค” โชว์ฝีปากกล่อม “เทือก”

นายนพดล ปัทมะ กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า กปปส.รวมถึงนายอภิสิทธิ์เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่สุดคือ พรรคประชาธิปัตย์ต้องลงเลือกตั้ง ต้องไปบอกกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และแกนนำ กปปส.ที่เป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้ยุติการชุมนุมกลับมาสู้ในวิถีประชาธิปไตย จะง่ายกว่าการไปเดินสายหาบุคคลหรือกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่ต้นตอของปัญหา ปัญหาอยู่ที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเท่านั้น คนแรกที่นายอภิสิทธิ์ควรไปพบคือนายสุเทพ น่าแปลกที่ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ก็เคยไปขึ้นเวทีร่วมกิจกรรมกับกปปส. แต่มาวันนี้กลับทำตัวเหมือนอยู่คนละขั้วโลก ไม่รู้ว่านายอภิสิทธิ์มีอะไรในใจ การเดินสายครั้งนี้เป็นเพียงปฏิบัติการประชาสัมพันธ์สร้างภาพเท่านั้นหรือไม่

ย้ำ “ทักษิณ-ปู” พร้อมร่วมวงคุย

นายนพดลกล่าวว่าเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณมีจุดยืนชัดเจน รวมทั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินตามกติกาโดยตลอด เมื่อมีการยุบสภาฯก็คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินผ่านการเลือกตั้ง ขอยืนยันว่า การเลือกตั้งเท่านั้นจะเป็นทางออกของประเทศ เมื่อได้รัฐบาลใหม่เข้ามาจะทำหน้าที่ปฏิรูป โดยจะมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ไม่เกิน 1 ปี จากนั้นจะยุบสภาฯและเลือกตั้งใหม่ทันที แต่ก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะมาหารือกับนายกฯหรือ พ.ต.ท.ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ต้องไปคุยกับนายสุเทพก่อน

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่นายอภิสิทธิ์เสนอตัวเป็นคนกลางประสานเจรจากับฝ่ายต่างๆ แต่ขอให้ตั้งใจทำจริงไม่ใช่แสดงละครเพื่อสร้างภาพลักษณ์ ฝ่ายอื่นรวมถึงพรรคเพื่อไทยยินดีหากนายอภิสิทธิ์จะเข้าหารือยุติปัญหา โดยไม่ต้องตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือเลือกตั้งก่อนการปฏิรูป เพราะทำไปพร้อมกันได้

นปช.สงสัยรับใบสั่งใครมา

นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.กล่าวว่า บทบาทของนายอภิสิทธิ์อาสาเป็นตัวกลางเดินสายเจรจาลดความขัดแย้งในประเทศ มองได้ 2 แง่คือ 1.นายอภิสิทธิ์อยากข่มนายสุเทพกลับบ้าง ที่ผ่านมาบทบาทลดลง ถูกมองว่านายสุเทพสั่งการได้แทบทุกเรื่อง นายอภิสิทธิ์คงเห็นว่า กปปส.ประกาศบอยคอตเลือกตั้ง ตั้งรัฏฐาธิปัตย์คนไม่ชอบเยอะเลยเสนอแนวทางอยากให้มีการเลือกตั้ง ไม่รู้ว่านายอภิสิทธิ์ ถูกสั่งมาให้เดินทางนี้หรือไม่ เพราะคนอยู่เบื้องหลังเริ่มเห็นว่าม็อบปลุกไม่ขึ้นแล้ว เลยสั่งนายอภิสิทธิ์ให้เดินสายพูดคุย นายอภิสิทธิ์ก็หวังว่าเมื่อมีเลือกตั้งแล้วจะช่วยให้คะแนนเสียงฝ่ายตัวเองเพิ่มขึ้น 2. ทั้งนายสุเทพ นายอภิสิทธิ์เล่นละครต้มคนดู ดึงเวลาสร้างภาพให้ตัวเองไปเรื่อยๆ

“ทักษิณ” โผล่เคลื่อนไหวที่นิวยอร์ก

วันเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ลงในอินสตาแกรม โดยถ่ายภาพที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ร่วมกับนายพันธ์ศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตประธานที่ปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีด้านนโยบายเศรษฐกิจ นายทรงศักดิ์ เปรม-สุข ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมวอยซ์ทีวี พร้อมกับข้อความระบุ “มาประชุมเรื่อง THAIWORK กับ Mr.Peter Arnell ที่ New York”

ปชป.ยัน “มาร์ค” จริงใจไม่ดัดจริต

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคลื่อนไหวเดินสายหารือกับบุคคลต่างๆ เพื่อหาทางออกให้ประเทศว่า เชื่อมั่นว่านายอภิสิทธิ์จริงใจจริงจังอยากเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาและหาคำตอบให้ประเทศ โดยไม่มีเจตนาเหมือนที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กระแนะกระแหนว่าดัดจริต นายนพดลและพรรคเพื่อไทยจะไม่เห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ก็เป็นสิทธิ แต่ไม่ได้ช่วยหาทางออกให้บ้านเมือง ไม่เกิดประโยชน์ใดๆต่อชาติ ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์เคารพจุดยืนหรือความเห็นทุกฝ่ายที่แสดงออก เราหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพจุดยืน ความคิดเห็นหรือการดำเนินการของนายอภิสิทธิ์ หากทุกฝ่ายยึดประโยชน์ส่วนรวมไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนหรือครอบครัว เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก และประเทศจะมีคำตอบเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นการนัดหมายกับภาคส่วนต่างๆในสัปดาห์หน้าจะเดินหน้าต่อไป เชื่อว่าไม่น่าจะมีอุปสรรคใดๆ

ชูนายกฯเกาหลีใต้สอนใจ “ปู”

นายองอาจกล่าวว่า กรณีที่นายกฯเกาหลีใต้ประกาศลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีเหตุเรือล่มว่า เป็นอุทาหรณ์สอนใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ซึ่งทำให้รัฐนาวาประเทศไทยล่มติดหล่มมานานพอสมควร แต่นายกฯไม่เคยแสดงความรับผิดชอบใดๆ ทั้งที่ทำให้มีรูรั่วหลายกรณี อาทิ 1.พยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิด เป็นต้นตอปัญหาชาติ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะร่วมผลักดันออกกฎหมายขัดต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม 2.การทุจริตเชิงนโยบาย โดยเฉพาะการทุจริตในโครง-การรับจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกกล่าวหาอยู่ใน ป.ป.ช.ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต 3.การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองตั้งแต่ต้น คงไม่เกิดวิกฤติรุนแรงขนาดนี้ แต่วันนี้ยังไม่สายเกินไปถ้าจะเอาแบบอย่างนายกฯเกาหลีใต้ อาจช่วยให้ปัญหาทุเลาเบาบางลงได้ จึงฝากให้พิจารณาด้วย

“มาร์ค” โต้ข่าวเท็จเปิดดีลลับ

เมื่อเวลา 15.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านทวีตเตอร์ส่วนตัวชื่อ “@Abhisit_DP” ตอนหนึ่งว่า “ผมน้อมรับทุกความเห็นต่าง เห็นใจและเข้าใจเป็นพิเศษผู้ที่เหน็ดเหนื่อยต่อสู้เพื่อบ้านเมือง แต่ใครที่บอกผมไปแอบตกลงกับใครในทางลับ มีผลประโยชน์ของผมเกี่ยวข้อง กล่าวเท็จโดยสิ้นเชิง”

ชี้เลือกตั้งเป็นเพียงกลไกของ ปชต.

กระทั่งเวลา 16.18 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Abhisit Vejjajiva” ตอนหนึ่งว่า วันนี้อัดเทปรายการทีวี โดยอธิบายแนวทางแสวงหาคำตอบให้ประเทศให้พ้นวิกฤติ และเปลี่ยนผ่านบ้านเมืองได้ราบรื่นมากที่สุด บนกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับ เนื้อหาเสนอเป็นทางเลือกเรื่องปฏิรูปประเทศที่ใช้การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการปฏิรูปประเทศได้ “การเลือกตั้ง” คือส่วนสำคัญของระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่ได้หมายความว่า การเลือกตั้งคือประชาธิปไตย หลายประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยแต่มีการเลือกตั้ง หลักสากลจึงกล่าวถึงการเลือกตั้งที่เสรีเป็นธรรม ประชาชนอยากมีส่วนร่วม ยอมรับปราศจากความรุนแรง วุ่นวาย หน้าที่ของพรรคการเมืองจึงไม่ใช่มีแค่ลงเลือกตั้งหวังชิงอำนาจแล้วยึดอำนาจ แต่ต้องมีส่วนร่วมแสวงหาทางออกให้ประเทศ เดินหน้าบนความถูกต้อง และหลังเลือกตั้งประชาชนยังเป็นเจ้าของอำนาจ มีสิทธิตรวจสอบนักการเมืองให้ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ประเทศโดยพร้อมรับผิดชอบ เหมือนนายกฯเกาหลีใต้ลาออก เพราะโศกนาฏกรรมเรือเฟอร์รี่

ตั้งแท่นดันปฏิรูปให้เสร็จก่อน

“ในวันที่ผมวางแนวทางว่า ต้องก้าวข้ามการถกเถียงว่า จะปฏิรูปก่อนหรือหลังเลือกตั้ง ก็ถูกต่อว่าจากคนที่หนุนการปฏิรูปเสมือนว่ากระหายการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่ผมเพียงยอมรับความจริงว่า การจะปฏิรูปให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งมีข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อีกทั้งจุดยืนก็ชัดเจนว่า “เลือกตั้งก่อนปฏิรูปไม่ได้” เพราะจะพาบ้านเมืองกลับเข้าสู่วิกฤติเดิมๆ ซึ่งวันจันทร์และวันอังคารนี้ ผมมีโอกาสจะได้แลกเปลี่ยนแนวทางกับ ผบ.ทหารสูงสุดและ กกต.ว่าอะไรคือเงื่อนไขที่จะทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อยได้ท่ามกลางความขัดแย้งในปัจจุบันและปัญหาคดีความที่จะตามมา ผมจะอยู่เฉยหรือเรียกร้องอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องลงมือทำด้วย” นายอภิสิทธิ์ระบุ

“กรณ์” ปัดวุ่นดอดเจรจา “ทักษิณ”

ขณะเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Korn Chatikavanij” ว่า “วันนี้มีการปล่อยข่าวลือว่าผมได้ไปเจรจากับฝั่งทักษิณ และการเจรจานี้เป็นที่มาของการเสนอทางออกให้บ้านเมือง โดยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า ข่าวนี้ไม่มีความเป็นจริงแม้แต่นิดเดียว ผมไม่ได้ไปอังกฤษมาตั้งแต่เดือน ก.พ.ไม่เคยพบปะพูดคุยกับอดีตภรรยาทักษิณ ไม่เคยดอดไปเจรจากับใครที่ไหน และมีหน้าที่เดียวในพรรคที่ได้รับมอบหมายคือ การร่างนโยบายของพรรค การที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอคุณอภิสิทธิ์ ควรมาถกกันด้วยสติและเหตุผล แต่การแต่งเรื่องขึ้นมาทำลายเครดิตกันอย่างนี้ นอกจากไม่ยุติธรรมกับผม ไม่ยุติธรรมกับคุณอภิสิทธิ์ และไม่ยุติธรรมต่อพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ยังมีผลบั่นทอนพลังการต่อสู้และลดโอกาสการหาทางออกที่ดีให้กับสังคม จึงขอชี้แจงเพื่อความชัดเจนและความสบายใจของพวกเรา”

ภท.หนุนเต็มสูบหันหน้าคุยกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เดินสายพบปะกับฝ่ายต่างๆว่า เป็นสัญญาณที่ดีที่จะมีการพูดคุยกัน เชื่อว่านายอภิสิทธิ์มีความจริงใจจะแก้ปัญหาความขัดแย้ง เพราะเป็นถึงอดีตนายกฯและยอมรับว่ามีส่วนที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้น มองได้ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่มีปัญหา ถ้ารัฐบาลกับ กกต.ตกลงกันได้และจัดเลือกตั้ง พรรคใหญ่เสนอตัวลงแข่งขันปัญหาก็จบ ไม่ต้องกังวลเรื่องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. เพราะเราทำตามกฎหมาย ระบอบจะเป็นตัว แก้ปัญหา แต่ กกต.ต้องนำปัญหาการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นบทเรียน อย่ายึดแค่ตัวหนังสือ ต้องนำหลักรัฐศาสตร์มาแก้ปัญหาด้วย พรรคภูมิใจไทยเชื่อเสมอว่าต้องมีการเลือกตั้งก่อนปฏิรูป มีรัฐบาลขึ้นมาบริหารบ้านเมือง เรื่องนายกฯคนกลางไม่ได้ระบุในรัฐธรรมนูญต้องเลิกพูดได้แล้ว ส่วนแนวทางของ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประธานคณะรัฐบุคคล เสนอพึ่งพระบารมีแก้ปัญหาความขัดแย้งถือเป็นความหวังดีต่อบ้านเมืองของทุกฝ่าย

ยิ้มร่ารอดยุบพรรคลุยสู้ศึก

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยังกล่าวถึงกรณีที่ กกต.ยุติการสอบสวนการยุบพรรคภูมิใจไทยว่า ต้องขอบคุณ กกต.ชุดเก่าและ กกต.ชุดปัจจุบันที่ให้ความเป็นธรรม เมื่อปัญหานี้ยุติลงพรรคก็โล่งอกเหมือนยกภูเขาออก จากนี้ไปเราก็จะเดินหน้าทำการเมืองอย่างเต็มที่เพื่อให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบและขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ลดทิฐิ และถอยกันคนละก้าว เพื่อให้บ้านเมืองเราพ้นจากวิกฤติโดยเร็ว เพื่อจัดการเลือกตั้งเพราะการเลือกตั้งจะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

พท.ตื๊อเร่งจัดเข้าคูหาใน 60 วัน

ที่พรรคเพื่อไทยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดหารือกับรัฐบาลในวันที่ 30 เม.ย. พรรคเพื่อไทยเคยร่วมกับ 53 พรรคการเมืองเสนอให้ กกต.เร่งกำหนดวันเลือกตั้ง จึงขอให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งให้อยู่ในกรอบ 60 วัน ขอย้ำว่า การเสนอให้จัดการเลือกตั้งเร็วขึ้นไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของรัฐบาล แต่เพื่อให้ได้ผู้เข้ามาบริหารประเทศและจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์การเมือง หวังว่า กกต.จะฟังเสียงของประชาชน และพรรคการเมือง กกต. ไม่ควรฟังเสียงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. หรือความเห็นเฉพาะของพรรคประชาธิปัตย์ กกต.อย่าอ้างว่าเหตุการณ์ไม่สงบเลือกตั้งไม่ได้ หรือจัดเลือกตั้งไม่ทัน กกต.ทำได้แน่นอน และไม่ควรยื้อเวลาออกไป การที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เคยบอกว่า ถ้าคุยกับรัฐบาลไม่รู้เรื่องก็จัดเลือกตั้งไม่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่ถูก กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งและกำหนดให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะมองว่า กกต.มีนัยทางการเมือง

“สมชัย” โวตีโจทย์แตกรับรองไม่ล่มอีก

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26-27 เม.ย. ฝ่ายบริหารงานเลือกตั้งของสำนักงาน กกต. ได้ประชุมหาแนวทางจัดเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งใหม่ ที่โรงแรมกรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยตนได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ซึ่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตั้งเป็นโจทย์ 13 ข้อ เพื่อให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กกต.ร่วมกันเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไข ประกอบด้วย 1.จะมีวิธีการอย่างไรให้การรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและจับสลากเลขหมายพรรคการเมืองประสบความสำเร็จ การรับสมัครที่ผ่านมาที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง แม้จะสำเร็จแต่จบลงด้วยเหตุจลาจลวุ่นวาย กลายเป็นความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน 2.จะมีวิธีการอย่างไรให้การรับสมัคร ส.ส.375 เขตเลือกตั้งสำเร็จ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมามี 28 เขตเลือกตั้งมีผู้ประสงค์จะสมัครแต่ไม่สามารถเข้าไปสมัครได้ เป็นสาเหตุหลักนำไปสู่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นการเลือกตั้งมิชอบ

อุดช่องโหว่ขัดขวางส่งหีบบัตร

นายสมชัยกล่าวว่า 3.การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครจะประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ให้ถูกต้องและได้รับคำตอบตามกำหนดได้อย่างไร 4.จะมีวิธีการอย่างไรหากกระบวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งถูกขัดขวาง 5.การขนส่งบัตรจากส่วนกลางไปยังแต่ละจังหวัดทำอย่างไรไม่ให้ถูกสกัดกั้น 6.การกระจายบัตรและอุปกรณ์เลือกตั้งให้กับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)ที่เป็นปัญหาอย่างยิ่ง ต้องเกี่ยวข้องกับคนนับล้านคน และต้องกระทำโดยเปิดเผยโปร่งใส จะทำอย่างไรโดยไม่ถูกขัดขวาง 7.วันเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งแบบในเขตและนอกเขต ประมาณ 1,100 หน่วย ทำอย่างไรไม่ให้ถูกขัดขวางได้ 8.การจัดหา กปน.กรณีมีการถอนตัวกะทันหัน รวมถึง กกต.จังหวัดและ ผอ.กต.จังหวัด ที่อาจถูกข่มขู่คุกคามให้ถอนตัวจะมีวิธีการอย่างไร ต้องมองถึงสถานการณ์ฉุกเฉินที่สุด 9.การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ต้องทำอย่างไรให้มีผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น 10.การจัดส่งบัตรเลือกตั้งจากประเทศต่างๆ จะควบคุมอย่างไรให้บัตรกลับมาประเทศไทยครบตรงตามกำหนด

มีหมัดเด็ดสยบป่วนนับคะแนน

นายสมชัยกล่าวว่า 11.ในวันเลือกตั้งจริงหากมีการขัดขวางทำให้กรรมการไม่สามารถไปปฏิบัติหน้าที่ได้ ขัดขวางไม่ให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์และการขัดขวางระหว่างการนับคะแนน จะมีแนวทางการจัดการที่เหมาะสมอย่างไร โดยไม่พัฒนาไปสู่เหตุการณ์รุนแรงจนเกิดการปะทะหรือนำไปสู่การจลาจลในวงกว้างได้ 12.การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการหรือศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.มีผลบังคับใช้ให้เป็นศูนย์ติดตามสถานการณ์และรายงานสถานการณ์ต่อ กกต.แบบทันเวลา แก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และ 13.ปัญหาการใช้สื่อวิทยุท้องถิ่น และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นมูลเหตุสำคัญของการสร้างอารมณ์ความรู้สึกรุนแรง จะมีช่องทางกฎหมายอย่างไรมาจัดการ

พอใจคำตอบมั่นใจเดินหน้าลุล่วง

นายสมชัยกล่าวว่า จากการประชุมคำตอบที่ได้มานั้นพบว่า เป็นที่น่าพอใจและเชื่อว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จได้ โดยจะนำผลคำตอบนี้เข้าที่ประชุม กกต.ได้ในวันที่ 29 เม.ย. เพื่อนำไปเป็นข้อมูลประกอบการหารือกับรัฐบาลในวันที่ 30 เม.ย. แต่คำตอบดังกล่าวจะไม่เปิดเผยให้สาธารณะได้ทราบ เกรงว่าหากเปิดเผยออกไปแล้วจะทำให้เกิดอุปสรรคได้

กกต.จ่อรับรองปล่อยผี 15 ว่าที่ ส.ว.

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว.ว่า ขณะนี้ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว. ไปแล้ว 62 จังหวัด ยังเหลือ 15 จังหวัดที่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา เช่น กทม. ชัยภูมิ นครนายก เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน เป็นต้น โดยจังหวัดที่เหลือจะนำเข้าพิจารณาในวันที่ 28 เม.ย.แต่หากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จก็จะประกาศรับรองผลไปก่อน แล้วพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆในภายหลัง ซึ่งต้องสอบสวนและวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง เมื่อถามถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประสานพูดคุยกับ กกต.เพื่อหาทางออกประเทศในวันที่ 29 เม.ย. นายภุชงค์กล่าวว่า จะนำเข้าหารือในที่ประชุม กกต.วันที่ 28 เม.ย.ด้วยเช่นกัน

สับ “สายหยุด” ร่างทรงก๊วนโค่น รบ.

อีกเรื่องหนึ่ง นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะประธานคณะรัฐบุคคล ระบุว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เห็นด้วยกับแนวทางของคณะรัฐบุคคลที่เสนอทูลเกล้าฯแก้ไขปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และขอให้คณะรัฐบุคคลร่างพระบรมราชโองการ เพื่อส่งกลับไปให้ พล.อ.เปรมนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่นายทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรมระบุได้เข้าพบจริงแต่ไม่ได้ตอบรับเห็นด้วย สงสัยว่าอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่เคยดูแลองค์กรด้านการเลือกตั้งอย่างเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (พีเน็ต) เหตุใดจึงมาเสนอทางออกที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ เอาสถาบันมาเป็นข้ออ้างโดยไม่สมควร กำลังพาประชาชนหาทางออกในทางเสี่ยงอันตราย พล.อ.สายหยุดและคณะรัฐบุคคลจะเสียคนตอนแก่ พล.อ.สายหยุดถือว่าเป็นโมฆะบุรุษไปแล้ว คณะรัฐบุคคลน่าจะเป็นร่างทรงของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลและมีนัยทางการเมือง ขอให้เลิกแนวคิดเสนอนายกฯมาตรา 7 เพราะเป็นการกระทำนอกรัฐธรรมนูญ พล.อ.สายหยุดควรเรียกร้องให้ กกต.เร่งจัดการเลือกตั้ง และขอให้ กปปส.หยุดชุมนุมเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง

ติงตะแบงชงข้อเสนอนอก รธน.

นายนพดล ปัทมะ กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่า พล.อ.เปรมตอบรับตามที่ พล.อ.สายหยุดระบุหรือไม่ แต่ พล.อ.เปรมเป็นถึงประธานองคมนตรี ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง คงจะทำอะไรตามรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอของคณะรัฐบุคคลไม่มีกฎหมายรองรับ วันนี้ทางออกที่ตรงและสั้นที่สุดคือการเลือกตั้ง พล.อ.สายหยุดควรไปเรียกร้องให้ กกต.จัดการเลือกตั้ง เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง และเรียกร้องให้ กปปส.หยุดชุมนุมดีกว่า อย่าไปเรียกร้องสิ่งที่อยู่นอกกรอบรัฐธรรมนูญ ขณะนี้บ้านเมืองยังไม่ถึงทางตันถึงขนาดต้องใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 การเลือกตั้งต้องทำต่อเนื่อง ไม่มีเว้นวรรค เหมือนกลิ่นหอมของดอกไม้ต้องหอมตลอดเวลา ไม่ใช่หอมแล้วตอนสายก็หยุด เหมือนดอกสายหยุด

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะรัฐบุคคลไม่ควรสร้างปัญหาให้ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพราะท่านพยายามวางตัวดีอยู่แล้ว สถานการณ์วันนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องขอพึ่งพระบารมี แม้จะวิกฤติแต่เป็นวิกฤติที่สร้างขึ้นมาเอง แก้ไขปัญหาตามกระบวนการทางกฎหมายได้

“วิชา” ให้ “ปู” แจงเพิ่มได้คดีจำนำข้าว

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ต้องการให้ ป.ป.ช.ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวและยืนยันข้าวไม่ได้หายไป 2 ล้านตัน ว่า ป.ป.ช.ยังไม่ได้บอกว่าข้าวหายหรืออะไรการลงพื้นที่ตรวจสต๊อกข้าวหรือไม่ต้องแล้วแต่ความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตนกำหนดไม่ได้ แต่ ป.ป.ช.ยินดีรับข้อมูลที่ชี้แจงมาทุกเรื่อง ตราบใดที่ยังไม่มีการชี้มูลความผิดยื่นข้อมูลมาได้โดยตลอด ส่วนกรณีที่ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ยื่นขอเพิ่มพยานอีก 7 ปาก ต้องรอมติที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถึงแม้จะเป็นชื่อเดิมก็ไม่เป็นไร พิจารณากันอีกได้ ขึ้นอยู่กับเหตุผลที่เสนอมา เป็นพยานหลักฐานเกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นหรือไม่ เมื่อถามว่า ที่มีข่าวว่าคณะทำงานจะสรุปเรื่องถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์กรณีเพิกเฉยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวต้นเดือน พ.ค.นี้ นายวิชากล่าวว่า คงต้องกลับไปดูก่อน เพราะเป็นคนที่ทำงานเจาะจงเป็นเรื่องๆไป ขณะนี้เพิ่งกลับจากฮ่องกง ทำงานเรื่องเยาวชนตนก็ทำงานนี้อย่างเต็มที่ เรื่องอื่นตัดหมดไม่มีอยู่ในหัว

28 เม.ย. 2557 07:41 ไทยรัฐ