วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เริ่มยุคตกต่ำ

เริ่มยุคตกต่ำ

โดย โจโจ้
28 เม.ย. 2557 05:01 น.
  • Share:

ต้องยอมรับว่ามวยเสื้อกล้ามไทยตอนนี้เริ่มเข้าสู่ยุคถอยหลังลงคลอง หรือกำลังล้มเหลว เพราะ เมื่อดูจากผลงานที่ผ่านมายังไม่มีอะไรที่ประสบความสำเร็จหรือเป็นชิ้นเป็นอันที่สามารถจับต้องได้เลย

โดยเฉพาะล่าสุดทีมกำปั้นรุ่นจิ๋วไทย ก็ทำผลงานพลาดเป้าในทัวร์นาเมนต์มวยสากลสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์โลก ที่ประเทศบัลแกเรีย ด้วยการตกรอบแรกทั้งหมด 6 คน ทำให้ไม่สามารถคว้าโควตายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 2 ที่เมืองหนานจิง ประเทศจีน ได้สักใบ

แต่ผมเองก็ยังไม่อยากฟันธงว่ามันคือลางบอกเหตุของสมาคมในยุคของ “บิ๊กบางจาก” พิชัย- ชุนหวชิร นายกสมาคมฯ ไปถึงโควตาไปโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2016 ที่ประเทศบราซิลหรือเปล่า

นี่ยังไม่นับรายการซีเกมส์ที่เมียนมาร์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ที่แม้จะทำผลงานได้ตามเป้าแต่ถ้าเจาะลึกไปแล้วจำนวน 2 เหรียญทองที่ได้มามันง่ายเกินไปถ้าเทียบกับยุคก่อนๆ เพราะจำนวนนักกีฬาที่แข่งขันในรุ่นมีน้อย หรือเรียกได้ว่าชกกันแค่ 1–2 ครั้งก็เข้าชิงกันแล้ว

จึงไม่สามารถวัดผลหรือดูขีดความสามารถของนักกีฬาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยว่ามีคุณภาพแค่ไหน ซึ่งจุดนี้เองมันจึงส่งผลกระทบถึงรายการนานาชาติที่เหลืออย่างเลี่ยงไม่ได้

จากนี้ไประยะเวลาเหลืออีกเพียงแค่ 4 เดือนเศษเท่านั้น สำหรับการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 17 “อินชอนเกมส์” ที่เกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นทัวร์นาเมนต์ ของจริงและแข็งกว่าในซีเกมส์หลายเท่า และนี่จะเป็นการบ่งบอกถึงศักยภาพของทีมกำปั้นไทยว่าของจริงหรือของปลอม

แต่ก็อดหัวเราะกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่บอกจะดึง “นักชกฉบับกระเป๋า” แก้ว พงษ์ประยูร เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ คัมแบ็กกลับมาชกอีกครั้งในอินชอนเกมส์

รวมถึงจะดึงอดีตโค้ชคู่บุญ “ฮวน ฟอนตาเนียล” ผู้ฝึกสอนชาวคิวบา ที่เคยทำทีมชาติไทยประสบความสำเร็จกลับมาคุมทีมชาติไทย เพื่อลุ้นโควตาโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2016 ที่ประเทศบราซิล

ผมว่าชักไปกันใหญ่ การดึง “แก้ว” กลับมาชก ทั้งที่เจ้าตัวเองไม่ได้อยากชกและร้างเวทีไปนานกว่า 2 ปี แค่คิดก็ผิดแล้ว เพราะรุ่นนี้ “ธเนศ องค์จันต๊ะ” ก็ถือเป็นนักชกที่มีฝีมือคนหนึ่ง

เอาแหละแม้ว่าทางสมาคมจะออกมาแก้ข่าวและปฏิเสธทั้ง 2 กรณีเกี่ยวกับ “แก้วและฮวน” แล้ว ก็ตาม แต่อย่างว่าหากไม่มีมูลคงไม่มีใครพูดแน่นอน

การจะประสบความสำเร็จได้มันขึ้นอยู่ที่การบริหารงานเป็นสิ่งสำคัญ หากทำไม่เป็นต่อให้ดึงคนที่เก่งมาสุดท้ายก็เหนื่อยเปล่า ที่สำคัญต้องรักและจริงจังและจริงใจกับกีฬาเหล่านั้นด้วย

ผมเองก็ถือว่าคลุกคลีกับวงการมวยสมัครเล่นพอสมควร และก็ยืนยันเหมือนกับทุกครั้งว่าหากเราบริหารด้วยความตั้งใจ และพยายามที่จะเรียนรู้ ไม่ใช่ แค่เข้ามานั่งเก้าอี้เพื่อตำแหน่งที่เป็นหัวโขน ยังไงก็ประสบความสำเร็จ

เห็นชัดๆ อย่าง “เสธ.วีป” พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ อดีตนายกสมาคม ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ คว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ได้ถึง 2 ครั้งในนักชกคนเดียวอย่าง “เจ้าเติ้ล” มนัส บุญจำนงค์ ที่หลายคนบอกว่าหวังยากได้

ก็น่าจะเป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพว่าเป็นนักบริหารที่เก่งแค่ไหน และเชื่อว่าชั่วโมงนั้นคงไม่มี ใครปฏิเสธนายทหารที่ชื่อ “เสธ.วีป” ว่าเป็นของจริง

แม้วันนี้ “เสธ.วีป” จะหันหลังให้กับมวยสมัครเล่น แต่ก็มาสร้างนักชกในคอนโทรลอย่าง “อำนาจ รื่นเริง” จนก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกได้สำเร็จ

นี่แหละครับที่เรียกคนคุณภาพของจริง ไม่ใช่ดังแต่ท่อแต่ล้อไม่หมุนเหมือนบางคน.

 

โจโจ้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้