วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชัดๆ 'เดซี่' ปาปารัสซี่คนแรกของไทย 'หมอลักษณ์' ฟันธง! เจ้าแม่สื่อบันเทิงไทยคนใหม่

ทุกๆ วงการย่อมมีคนบุกเบิกกลุ่มแรก คนกลุ่มนี้สำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะหากไม่มีคนกลุ่มแรกๆ คนกลุ่มต่อๆ ไปที่จะสานต่อหรือว่าต่อยอดความคิด หรือกิจการนั้นๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นตามมา บันเทิงไทยมีจุดเปลี่ยนหลายช่วง และอีกช่วงหนึ่งที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยนจากบันเทิงธรรมดาๆ มาเป็นบันเทิงแนวปาปารัสซี่ ที่นิตยสารบันเทิงไทยแทบทุกเล่มจะต้องมีแทรกอยู่ ใคร? เป็นคนกลุ่มแรกที่จุดประกาย ให้บันเทิงแนวปาปารัสซี่ได้กำเนิดขึ้นในไทยแลนด์ ใคร? ได้สร้างจุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกช่วงของบันเทิงไทย 

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปพบกับการเปิดตัวครั้งแรก!!! คุย คุ้ยกันแบบลึกสุดใจกับ เดซี่ สมชาย เล็กน้อย ที่เขาว่ากันว่า หล่อนเป็นปาปารัสซี่คนแรกของเมืองไทย จะจริงหรือโม้? เป็นคนที่สร้างจุดเปลี่ยนให้กับบันเทิงไทย? พร้อมอ่านหรือยัง? ถ้าพร้อมแล้วไปร่วมฉีกหน้ากาก ร่วมเปิดโปงพร้อมกันเลย

จริงป่ะ เป็นปาปารัสซี่คนแรกของเมืองไทย? "จะเรียกว่าอย่างงั้นก็ได้นะคะ เพราะเมื่อก่อนนิตยสารบันเทิงไทยทั้งหมด จะใช้ภาพข่าวตามกองละคร กองหนัง หรือไม่ก็ภาพข่าวตอนดาราไปออกเกมโชว์ รูปยืนตรงเหมือนเคารพธงชาติ ยืนฉีกยิ้มธรรมดา ดูไม่น่าสนใจเท่าไหร่ (ยิ้ม) พอดีว่าตอนนั้นบริษัทโมโน เปิดหนังสือบันเทิงเล่มใหม่ เราก็ได้เข้าไปอยู่ในทีมข่าวกับเพื่อนสาวสุดสวยอีกคนหนึ่ง ตอนนั้นเรานั่งประชุมงานกันหลายวันมาก คิดชื่อหัวหนังสือมาเป็นสิบๆ ชื่อ แล้วก็มาสรุปที่ชื่อกอซซิปสตาร์ซึ่งมีคอนเซปต์เป็นหนังสือแนวปาปารัสซี่ บอกตามตรงตอนนั้น เรามีทีมข่าวกันแค่ 2 คน"  

ทั้งเล่มทำข่าวกันแค่ 2 คน? "ใช่ค่ะ คือเดซี่เองกับเพื่อนตุ๊ด ก็เหนื่อยหนักอยู่เหมือนกัน ตอนแรกทำเป็นรายปักษ์ แต่ขายดีมากๆ วางขายแป๊บเดียวเกลี้ยงแผง จนปรับมาเป็นรายสัปดาห์ค่ะ แรกๆ เลยเราทำงานกันแค่ 2 คนจริงๆ ทั้งสัมภาษณ์ เขียนข่าว ถ่ายรูปเอง หลังๆ มีช่างภาพเข้ามา เราก็ต้องคอยแนะนำว่าต้องถ่ายอย่างไร แต่ช่างภาพก็เข้าๆ ออกๆ เพราะถ่ายภาพปาปารัสซี่ไม่ได้ ไม่เป็น เราเป็นนักข่าวจะรอแต่ช่างภาพอย่างเดียวไม่ได้นะคะ ก็ต้องถ่ายเอง ออกกองถ่ายเอง ไปถ่ายดาราตามโรงหนัง ตามผับ ตามห้างหรือร้านอาหารดังๆ หรือตามงานอีเวนต์ต่างๆ เพื่อที่จะได้ภาพปาปารัสซี่ไม่เหมือนใคร ตอนนั้นเราถูกวงการสื่อด้วยกันเองโจมตีอยู่เหมือนกันนะคะ ซึ่งข่าวที่เดซี่กับเพื่อนสาวทำ จะเป็นข่าวที่สื่ออื่นๆ เอาไปนำเสนอต่ออยู่เรื่อยๆ ก็ยินดีค่ะ แต่ก็จะมีคำนินทามาบ้างว่า ทำให้วงการสื่อบันเทิงเสื่อมเสีย ถึงขนาดจะขจัดหนังสือกอซซิปสตาร์ ออกจากผืนแผ่นดินไทยเลยนะ ยังจำได้อยู่ว่าดาราคนไหนเป็นคนพูด แต่ทุกวันนี้ก็เห็นกินเงินบริจาคจากปาปารัสซี่นี่แหละ" อุ๊ย แรงอ่ะ ใครคะ ดาราคนไหนเป็นคนพูด? "(อมยิ้มไม่ยอมบอก)"

แสดงว่าต้องรู้ใช่ไหมว่าดาราคนไหน จะควงใครไปตอนไหน? "ก็รู้จากแหล่งข่าวนั่นแหละ โทรมารายงานว่าจะมีดารานางเอกควงแฟนไปที่โน้นที่นี่ที่นั้น เราก็ตามไปถ่าย พอได้ภาพก็เผ่นหนีทันที เพราะไม่แน่ใจว่าจะโดนกระทืบหรือเปล่า (ยิ้ม) แต่จากประสบการณ์ของเดซี่เองไม่เคยโดนนะ" แบบนี้เขาเรียกว่าล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือเปล่า? "ไอ้ล่วงละเมิดสิทธิเนี่ย มันละเมิดอยู่แล้ว ถ้าดาราไม่ใช่บุคลสาธารณะ ดาราได้อะไรจากคนดูทั้งประเทศไปเยอะ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องยอมรับความจริง ในเรื่องของสิทธิส่วนตัวหรือความเป็นส่วนตัว อีกอย่างเราแอบถ่ายก็ไม่เคยไปถ่ายถึงในโรงแรม ทั้งๆ ที่เราก็ตามไปถึง แต่เราก็ไม่เอาภาพเหล่านั้นมาลง เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาจริงๆ แค่ได้ภาพว่าควงกันไปที่ไหน เช่นไปกินข้าว ดูหนังรอบดึกแค่นี้ก็พอแล้ว"

โม้ป่ะคะเดซี่ ทำไมถึงเรียกตัวเองว่าปาปารัสซี่คนแรกของเมืองไทย? "ก็เราเป็นคนถ่ายคนแรกๆ ให้เครดิตเพื่อนสาวอีกคนที่ทำงานด้วยกันก็ได้อ่ะ (ยิ้ม) เดี๋ยวจะหาว่าเดซี่เข้าข้างเยินยอแต่ตัวเอง (ยิ้ม) ย้อนไปสมัยนั้นนะ ตอนทำงานปาปารัสซี่ มันมีช่างภาพ ถ่ายเป็นที่ไหน ด้วยความเป็นนักข่าวเรามีกล้องอยู่ในมือเราก็ต้องทำเอง จากนั้นเราก็ค่อยๆ ฝึกช่างภาพทีละคนๆ ว่าต้องถ่ายแบบนี้ แบบนั้น อารมณ์นี้อารมณ์นั้น ช่างภาพบางคนก็ไม่อึดไม่ถึกพอ ทำไม่ไหวก็ลาออกไป" แสดงว่าเดซี่อึดและถึกอย่างรุนแรง? "ใช่มั้งคะ ดูจากรูปร่างสิ (หัวเราะ)" ทำงานอยู่กอซซิปสตาร์มากี่ปี? "8 ปีมั้งถ้าจำไม่ผิด" มีมั้งด้วย อะไรกันแค่นี้ก็จำไม่ได้ ยังไม่แก่เลยนะคะเดซี่? "ประมาณ 8 ปีอ่ะค่ะ (ยิ้ม) ก็เป็นนักข่าวออกกองถ่าย เพื่อนตุ๊ดที่ทำด้วยกันเป็นหัวหน้ากองข่าวก่อน ต่อมาเดซี่ก็รับช่วง เลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้ากองข่าวต่ออีกที และสิ้นสุดที่ตำแหน่งสูงสุดคือ บรรณาธิการบริหารของกอซซิปสตาร์ ตอนนี้เพื่อนสาวอีกคนที่ทำงานด้วยกันมา ก็ขึ้นมารับตำแหน่งแทนเดซี่แล้วค่ะ"

มีความภาคภูมิใจแค่ไหน กับการทำงานปาปารัสซี่? "ภูมิใจมาก (ลากเสียงยาว) เพราะเราถือว่าเราเป็นทีมงานแรกๆ เป็นคนแรกที่เปลี่ยนแปลงวงการข่าวบันเทิงให้เหมือนต่างประเทศ" จริงเหรอคะ? "จริงสิคะ ไปไล่ย้อนดูได้ๆ เรามีการเจาะลึกทุกประเด็น ที่สำคัญต้องเป็นเรื่องจริงไม่ใช่สร้างเรื่องขึ้นมาแล้วเอามาเขียนข่าว อย่างที่หลายคนบอกว่านั่งเทียน ทุกข่าวของเราตอนนั้นจะเป็นข่าวที่มาจากคำตอบจากปากดารา แต่ก็แปลกนะ พอเป็นข่าวดาราบางคนกลับไม่ยอมรับว่าให้สัมภาษณ์เอง หาว่าเราแต่งเรื่องขึ้นมาเอง ตอนนั้นก็ฟ้องร้องกันหลายคดี ยอมความบ้างไม่ยอมความบ้าง"

ท่าทางจะรุ่งเรืองสุขสบายดี แล้วทำไมถึงลาออกจากกอซซิปสตาร์? "ก็ถึงจุดอิ่มตัว ทำให้หนังสือเขาเติบโตขนาดนั้น มีรายได้เข้ามาไม่รู้กี่ร้อยล้านบาท" เดซี่ทำรายได้ให้บริษัทเป็นร้อยๆ ล้านบาท เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ เพ้อโม้เว่อร์หรือเปล่า? "ไม่ได้โม้ค่ะๆ ยืนยันๆ ยิ่งกว่าคอนเฟิร์ม!!!" งั้นต้องเปลี่ยนฉายาจากปาปารัสซี่คนแรกของไทย ไปเป็นฉายาเดซี่เจ้าแม่สื่อร้อยล้านแล้ว? "ต้องย้อนนิดหนึ่งก่อนว่า เราเริ่มจากนิตยสารกอซซิปสตาร์ ทีี่เดซี่กับเพื่อนตุ๊ดทำข่าวกันแค่สองคน ประสบความสำเร็จมากๆ ต่อมาก็เติบโตขยายหนังสือไปอีกหลายเล่ม เพิ่มเว็บไซต์ เพิ่มเอสเอ็มเอสบันเทิง เพิ่มโน่น นั่น นี่ มาอีกเพียบ เดซี่ถามหน่อยเถอะว่า สมมติว่าถ้าเดซี่และเพื่อนตุ๊ดทำหนังสือเจ๊ง! แล้วธุรกิจต่อยอดโน่น นั่น นี่ จะตามมาอีกมั้ยคะ นักธุรกิจเจ้าของเงินก็คงไม่กล้าลงทุนต่อใช่มั้ยคะ ซึ่งความจริงคือเดซี่และเพื่อนตุ๊ด เป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน ขอย้ำว่าเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน ไม่ได้คิดว่าตัวเองเด่นหรือดีกว่าคนอื่นๆ นะคะ แต่จะบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ เป็นทีมแรกๆ ที่ทำงานด้วยกันมา"

ทำกำไรให้บริษัทขนาดนั้น เงินเดือนน่าจะเยอะ? "ตอนนั้นเดซี่ก็พอใจในระดับหนึ่งกับเงินเดือน ก็เป็นมนุษย์เงินเดือนสวยๆ คนหนึ่ง ไม่มีอะไรเติบโตมากไปกว่านี้ เชื่อว่าทุกคนพอทำงานมาถึงจุดๆ หนึ่ง คงต้องการความก้าวหน้า ก็เลยตัดสินใจลาออกแล้วมาเปิดสำนักพิมพ์เป็นของตัวเอง ภายใต้ชื่อ บริษัท โมสท์ วอนท์เต็ด Most Wanted จำกัด ผลิตหนังสือ เอ็กซ์คลูซีฟสตาร์ Exculsivie Star, สตาร์วอนท์เต็ด Star Wanted และหนังสือ เจาะละครดัง รวมฮิตละครเด่นๆ ล่าสุดก็เพิ่งเปิดบริษัท เดซี่เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อีกบริษัท เพื่อรองรับสื่อสิ่งพิมพ์อีกหลายฉบับหลายแนว ที่กำลังจะออกวางแผงด้วยนะคะ อาทิ หนังสือ Oh! Yes! สำหรับนายทุนที่อยากจะมาร่วมทุนกับเดซี่ก็ยินดีนะคะ แต่ต้องมีอุดมการณ์ไปในทิศทางเดียวกันกับเรานะคะ (ยิ้ม)"  

เยอะเนอะ ยังทำอะไรอีกมั้ยเนี่ย? "เราก็ทำพีอาร์ให้กับหน่วยงานต่างๆ ทำพีอาร์ให้กับงานอีเวนต์ เป็นผู้จัดการดาราหลายคนด้วยค่ะ" รวยจริงๆ ทำหลายอย่างความสามารถล้นเหลือ? "(ยิ้มกว้าง) ยังไม่รวยๆ อยากรวยกว่านี้ๆ ก็พอสมควรนะคะ ก็ไม่จนเหมืือนเมื่อก่อน" บางคนจิกกัดนะว่า หนังสือบันเทิงของคุณนายเดซี่ไร้สาระสุดๆ ไม่ประเทืองปัญญา? "โอ๊ย ไม่แคร์ค่ะๆ จากยอดขายของเราก็พิสูจน์อะไรหลายๆ อย่างได้ดีอยู่แล้ว คนชอบคนชังก็ต้องมีเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลก เรื่องแบบนี้แล้วแต่มุมมอง จะไปห้ามความคิดคนได้เหรอคะ (ยิ้ม)"

ได้ข่าวเน่าๆ ว่าเดซี่โดนไล่ออกจากที่เดิม เพราะทุจริตเรื่องการขายข่าว? "(ถอนหายใจ) ก็ได้ยินมาเหมือนกันหลังจากที่เรายื่นใบลาออกจากที่เดิม มีเพื่อนๆ นักข่าวเข้ามาถามว่าเห็นโดนเม้าท์ว่าถูกไล่ออก ขโมยข่าวไปข่ายสำนักข่าวอื่นบ้างแหละ ปัญญาอ่อนที่สุด (กระแทกเสียง) เราลาออกเองเพราะต้องการเจริญเติบโตก้าวหน้า ไม่เคยทุจริต เราไม่เคยแตะต้องบัญชีบริษัท เราจะไปทุจริตได้อย่างไร ส่วนเรื่องขโมยข่าวไปขาย ขายใครคะ จับตัวได้จะตบปากสัก 3 ปี พูดมั่วๆ ให้คนอื่นเสียหาย เราเป็นนักข่าว ข่าวอยู่ในตัวเรา เราจะต้องขโมยข่าวของใครไปขาย ถามจริงๆ เถอะ


ได้ข่าวมาอีกว่า การที่เราเปิดสำนักพิมพ์ของตัวเองแบบนี้ เพื่อที่จะมาฆ่านิตยสารบันเทิงทุกเล่ม โดยเฉพาะกอซซิปสตาร์? "อย่าเรียกว่าฆ่ากันสิคะ มันรุนแรงไปนะคะ การทำหนังสือมันเป็นอาชีพเดียวที่เราทำได้ดีมากกว่าค่ะ และถนัดที่สุด เดซี่ไม่เคยคิดแข่งกับใคร ขีดเส้นใต้หนาๆ เลยนะคะ แข่งกับตัวเองค่ะ เพราะทุกสำนักข่าวก็คือเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ของเราทั้งนั้น จะไปแข่งทำไมคะคุณขา เราทำงานอย่างเต็มที่เต็มคุณภาพ เหมือนที่เราเคยทำให้หนังสือของเขาโด่งดัง เป็นที่รู้จักทั่วประเทศก็เท่านั้นเอง และหนังสือของเรา เอ็กซ์คลูซีฟ สตาร์ Exculsive Star กับ สตาร์ วอนท์เต็ด Star Wanted ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นหนังสือที่ไม่ขาดทุนตั้งแต่เล่มแรกเลย" ขนาดนั้น? "ขนาดนั้นสิคะ (ยิ้ม) เรากล้าพูดดังๆ เพราะมันเป็นเรื่องจริง ไม่ตอแหลแน่นอน ตอนนั้นเราใช้งบการทำหนังสือแค่ 750,000 ทุกวันนี้ผ่านไปปีกว่าๆ เรามีหนังสือเพิ่มเติมออกมาอีก 2 ฉบับ คือสตาร์ วอนท์เต็ด Star Wanted กับเจาะละครดัง รวมเป็น 3 ฉบับ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง เกินคาดค่ะ ส่วนหนังสือบันเทิงเล่มอื่นๆ ในท้องตลาด มีผลกระทบอย่างไรเราไม่รู้ เดซี่รู้แต่ว่ามันขึ้นอยู่ที่คนอ่านหนังสือมากกว่าว่าเขาจะเลือกอ่านฉบับไหน"

กลัวถูกหาว่าเนรคุณพี่แก้ว เจ้านายเก่าหรือเปล่า? "ไม่กลัวค่ะ เพราะเราไม่ได้เนรคุณ พี่แก้วก็อยู่ส่วนพี่แก้ว เราก็อยู่ส่วนของเรา ตอนที่ลาออกจากบรรณาธิการบริหารกอซซิปสตาร์ มีคนถามเยอะมากว่าออกทำไม เป็นคนก่อตั้งกอซซิปสตาร์ตั้งแต่เล่มแรกจนมีชื่อเสียงโด่งดัง เราก็บอกว่าอยากออก เพราะมันไม่ใช่ของเราอย่างแท้จริง เป้าหมายในชีวิตของเราคือการเป็น เจ้าของสำนักพิมพ์ ถามว่าตอนลาออกจบสวยไหม ก็ไม่สวยนักหรอก ไม่มีการพูดจาอะไรกับใคร เราเคลียร์งานเสร็จ ยื่นใบลาออก ไปเคลียร์กับฝ่ายบุคคลเรื่องเงินกองทุน เคลียร์จบเราก็เดินออกมาสวยๆ อย่างโล่งใจ" ตอนนี้มองหน้าเจ้านาย พี่แก้ว ติดไหม? "ก็ติดนะ เพราะไม่เคยกลัวอะไร เราไม่ได้ทำผิด พี่แก้วก็รู้อยู่แก่ใจ เคยเจอกันที่สนามบิน ก็สวัสดีทักทายกันปกติ"

การที่เรามาเปิดสื่อบันเทิงหลายฉบับ เพื่อต้องการก้าวมาเป็นเจ้าแม่วงการสื่อแทน พี่ติ๋ม ทีวีพูล หรือพี่ต้อย แอคเนอร์หรือเปล่า? "เราไปแข่งกับเขาไม่ได้ บุคคลเหล่านั้นระดับครู เป็นผู้ใหญ่ที่เคารพ เราจะไปแข่งกับเขาทำไม เขาเป็นยักษ์ เราเป็นมด โดนกระทืบทีเดียวก็แบนแล้ว แต่เราทำงานเต็มศักยภาพ ทำงานเต็มความสามารถ ทำงานตามนโยบายของบริษัท ตามคอนเซปต์หนังสือ ต้องห้ามลอกข่าวจากสื่อเล่มอื่น หรือตามข่าวที่เขาตามๆ กัน เราต้องเป็นผู้นำการเปิดประเด็น หรือเปิดเรื่องใหม่ๆ เพราะผลประโยชน์อันสูงสุดของคุณผู้อ่าน เราคำนึงถึงแฟนหนังสือ เมื่อซื้อหนังสือเราไปแล้วต้องได้อะไรมากกว่าข่าวตามหน้าจอทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสารบันเทิงอื่นๆ หรือตามอินเทอร์เน็ต"

ชีวิตเดซี่กว่าจะมาถึงวันนี้ ต้องสู้ สุดๆ? "ใช่ค่ะ เกิดมาก็ต้องสู้นะ โห ประวัติเหรอ เล่าไป 5 วัน 5 คืน จะหมดมั้ยเนี่ย (ยิ้ม)" งั้นก็ไม่ต้องเล่าก็ได้ค่ะ ถ้าจะยาวขนาดนั้น เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า เห็นว่าโหรฟันธง อาจารย์ลักษณ์ เรขานิเทศ เคยฟันธงว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าแม่สื่อบันเทิงแทน พี่ติ๋ม ทีวีพูล? "อันนี้เรื่องจริง อาจารย์ลักษณ์ เคยดูดวงไว้ให้แบบนั้น แต่เราไม่คิดว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดนั้นหรอกค่ะ เราขอค่อยๆ เติบโตไปดีกว่า พี่ติ๋มเขาอยู่วงการนี้มานาน เป็นที่เคารพของหลายคน เราจะกล้าไปเทียบชั้นเขาได้อย่างไร แต่ถ้าเป็นเรื่องคุณภาพของข่าว เราก็เชื่อว่าเราไม่เป็นรองใครเช่นกัน"

แฉ! เรื่องเน่าๆ ให้ฟังหน่อยสักเรื่องได้มั้ยคะ? "เห็นมั้ย คนเราก็เนอะอยากรู้แต่เรื่องเน่าๆ (ยิ้ม) เรื่องอะไรดีล่ะ ขอเวลานึกก่อนนะ เยอะจัด! แต่...อย่าเลยๆ ไปรออ่านใน เอ็กซ์คลูซีฟสตาร์ Exculsive Star กับ Star Wanted สตาร์ ว้อนท์เต็ด ดีกว่านะคะ วางขายเฉพาะใน 7-11 (ยิ้ม)"  โปรโมตหนังสือตัวเองตลอดๆ เดี๋ยวจะต้องเรียกเก็บค่าโฆษณาแล้วเนอะ? "(หัวเราะแล้วนิ่งคิด) เอาเรื่องนี้ก็ได้ค่ะ เพิ่งสดๆ ร้อนๆ นางแบบนิสัยเสียถีบหัวส่งคนดูแลคนแรกๆ ก็เอ็นดูเนอะ นึกว่านิสัยจะดี ก็พาไปโปรโมทออกรายการดังๆ ตั้ง 3 รายการ แล้วชิ่งหนีไปหาคนดูแลใหม่ อ้างว่าคุณพ่อต้องการให้ไปอยู่กับผู้จัดการคนใหม่ แอ๊บสุดฤทธิ์ ถึงจะไม่มีสัญญาผูกมัดก็จริง แต่การที่คนดูแลเก่าพาตะลอนๆ ไปออกรายการดังๆ ถึง 3 รายการ ใช้คอนเนกชั่นเพื่อติดต่อให้ออกรายการมาได้ แล้วทำตัวเยี่ยงนี้ คนแบบนี้พอจะเรียกว่าคนเนรคุณได้มั้ย เดซี่ไม่อยากจะให้ส่งเสริมคนประเภทนี้นะคะ บอกเลยอยู่ไปก็รกวงการ ควรจะไสหัวไปทำงานอย่างอื่นที่เหมาะสมกับนิสัยเสียแบบนี้ จำเอาไว้เลยนะคะ น้องๆ รุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วงการ คนที่ทำตัวแบบนี้ไม่มีทางจะเจริญในระยะยาว ขอย้ำเดซี่เห็นมาเยอะ ฉิบหาย!!! ทุกราย อาจจะดังอาจจะเด่นแต่ก็แค่สักพัก แป๊บๆ ไม่นานก็จะหายไปจากวงการ เพราะคนที่ลืมบุญคุณคนก็มักจะจบไม่สวยเสมอค่ะ" ใครคะนางแบบกะเทยอินเตอร์คนนั้น? "ไม่บอกๆๆ น่าจะเดากันได้ไม่ยากนะ อย่าให้เอ่ยชื่อเปลืองน้ำลายกันเลย"  

จริงเหรอ บันเทิงไทยมีแต่เรื่องคาวๆ เน่าๆ? "บอกตรงๆ นะ เรื่องที่พวกเราอ่านๆ เห็นๆ กันตามสื่อต่างๆ ยังน้อยไปนะ เพราะเรื่องจริงของดาราหลายคน กล้าพูดเลยว่าเน่าเฟะกว่านี้เราดูเราเห็นเยอะมากๆ คือเรื่องเน่าๆ มันมีทุกวงการนะคะ อย่ามาโฟกัสว่าเป็นแค่เฉพาะวงการบันเทิง ซึ่งถ้าเราจะมองให้กว้างๆ บันเทิงไทยมีดาราเก่งๆ ดีๆ มีหลายอย่างดีๆ ที่เราสามารถเลียนแบบได้เยอะแยะ ฉะนั้นขึ้นอยู่กับคนเสพสื่อแล้วล่ะ ว่าจะเสพสื่อแล้ว นำไปใช้ประโยชน์กับตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน" 

คิดว่าสื่อแนวปาปารัสซี่ หรือสื่อสิ่งพิมพ์จะตายไปจากเมืองไทยหรือไม่ เพราะตอนนี้ก็มีทีวีดิจิตอล ออกมาเป็นทางเลือกอีกเยอะเลย? "ไม่มีทางตายอย่างแน่นอน แต่ช่วงนี้อาจดูซบเซาไปบ้าง เพราะปาปารัสซี่ในเมืองไทยมันเกิดขึ้นมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่ถ้ามีภาพใหม่ๆ คู่รักใหม่ๆ ของดารา มันก็ฮือฮาเป็นข่าวได้เหมือนกันนะ อีกอย่างเชื่อว่าวงการสื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีทางตาย เพราะเป็นสื่อที่จับต้องได้ เจอที่ไหนก็อ่านได้ทันที ดูอย่างต่างประเทศสิ สื่อสิ่งพิมพ์ยังอยู่ได้ทุกวันนี้ คือสื่อแต่ละสื่อมีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันไป คนก็จะเลือกรับข่าวสารตามแบบที่ตัวเองชอบกัน สื่อสิ่งพิมพ์จะอ่านที่ไหนเมื่อไหร่ก็สะดวก นั่งขี้อยู่ก็อ่านไปได้สบายๆ มั่นใจว่านิตยสารบันเทิงยังขายได้อยู่ต่อไปอีกนานค่ะ"

แล้วที่พี่แก้ว พรีเมียร์ เจ้านายเก่าของคุณเดซี่ เคยออกพ็อกเกตบุ๊กว่า เป็นเจ้าพ่อปาปารัสซี่คนแรกล่ะ ตกลงใครเป็นคนแรกกันแน่? "อ๋อ!!! ตอนนั้นเราเป็นลูกน้องพี่แก้วนะคะ เขาให้เขียนอะไรก็ต้องเขียน (ยิ้ม) พ็อกเกตบุ๊กเล่มนั้นเราก็เป็นคนเขียนเองทั้งหมด ซึ่งคนในวงการสื่อบันเทิงหรือนักข่าวหลายคนรู้ดีค่ะว่าใครเป็นคนทำ และใครเป็นปาปารัสซี่คนแรกตัวจริง จบป่ะ!!!" จบก็ได้ค่ะ!!!.

 

 

ทุกๆ วงการย่อมมีคนบุกเบิกกลุ่มแรก คนกลุ่มนี้สำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะหากไม่มีคนกลุ่มแรกๆ คนกลุ่มต่อๆ ไปที่จะสานต่อหรือว่าต่อยอดความคิด หรือกิจการนั้นๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นตามมา บันเทิงไทยมีจุดเปลี่ยนหลายช่วง และอีก... 27 เม.ย. 2557 14:04 28 เม.ย. 2557 19:36 ไทยรัฐ