วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


Trendy Review : สมาร์ทโฟนดีไซน์หรู HTC One M8

Trendy Review เป็นภาคต่อของสมาร์ทโฟนตัวท็อปจากค่ายเอชทีซี นั่นคือ HTC One M8 ที่จะมีการจำหน่ายในไทยช่วงเดือน พ.ค.57 มาทำความรู้จักกับสมาร์ทโฟนดีไซน์สวย ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมยูนิบอดี้ ที่ใครได้สัมผัสลองใช้แล้วจะต้องหลง...

ตอนที่ Samsung เขามีข่าวเปิดตัว Samsung Galaxy S5 ทาง HTC ก็แอบแขวะเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการออกโฆษณาพร้อมข้อความสั้นๆ อย่างเช่น “Hope they’re ready to be one-upped” อะไรแบบนี้ มันก็เลยน่าสนจริงๆ ใช่ไหมล่ะครับว่า HTC One M8 ซึ่งเป็นภาคต่อจาก HTC One เมื่อปีที่แล้ว มันจะเจ๋งแค่ไหน แต่ครั้นจะต้องรอถึงวันจำหน่ายจริงในประเทศไทยต้นเดือนพฤษภาคม ก็คงจะยาวนานเกินไป ฉะนั้น ขอเอามารีวิวให้ได้อ่านกันตอนนี้ก่อนเลยดีกว่าครับ

รูปร่างหน้าตาของ HTC One M8

HTC ยังคงเป็นค่ายที่มีการออกแบบสมาร์ทโฟนได้ค่อนข้างสวยงาม และดูดีทีเดียวครับ HTC One M8 นี่สมกับเป็นภาคต่อของ HTC One เมื่อปีก่อน (ตอนนั้นใช้รหัส M7) ครับ เพราะลักษณะการดีไซน์คล้ายคลึงกับของเดิมเลย เพียงแต่ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นจาก 4.7 นิ้ว มาเป็น 5 นิ้ว ก็เลยทำให้ขนาดของตัวเครื่องใหญ่ขึ้นพอสมควร แต่วัสดุที่ใช้ทำตัวเครื่องยังคงเป็นอะลูมิเนียมยูนิบอดี้อยู่ครับ

ด้านหน้าของ HTC One M8 นั้นเป็นหน้าจอ Super LCD3 ขนาดใหญ่ 5 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ 1920×1080 พิกเซล มีความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 441ppi มีกล้องดิจิตอลด้านหน้าที่อัพเกรดขึ้นมาเป็น 5 ล้านพิกเซลตอบสนองเทรนด์ Selfie (ถ่ายภาพตัวเอง) ด้านหน้านี่ไม่มีปุ่มกดแล้ว HTC ไปยึดแนวทางของระบบปฏิบัติการ Android คือ ใช้ Virtual key บนหน้าจอแทน และมีลำโพงสเตอริโอคู่ด้านหน้า BoomSound ที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูล One ครับ

ด้านหลังของ HTC One M8 อาจจะดูแปลกตาหน่อย ตรงที่เราจะเห็นกล้องดิจิตอล 2 อันครับ (ปกติจะเห็นอะไรแบบนี้กับพวกสมาร์ทโฟนที่ถ่ายรูปแบบ 3-D ได้) อันล่างจะเป็นกล้องดิจิตอลความละเอียด 4 ล้านพิกเซล Ultrapixel F2.0 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3″ ขนาดพิกเซล 2 ไมครอน ที่ HTC ภูมิใจนำเสนอพร้อม Dual-LED Flash ที่เป็นแบบ Dual-tone คล้ายๆ กับ True Tone Flash ของ iPhone 5s ส่วนกล้องดิจิตอลด้านบน ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ทำหน้าที่เป็น Depth of field sensor เอาไว้ให้ข้อมูล “ความลึก” ของภาพเวลาถ่ายรูปครับ

ด้านบนของ HTC One M8 เป็นแถบดำๆ เงาๆ พร้อมกับปุ่มเปิดปิดหน้าจอ และภายใต้ปุ่มเปิด-ปิดหน้าจอนี่แหละ มีพอร์ตอินฟราเรดอยู่ด้วยในตัว ซึ่งเป็นพอร์ตแบบที่สามารถใช้เรียนรู้รหัสรีโมตได้ด้วยนะ (เอาไว้อ่านตอนรีวิวฟังก์ชั่นนี้แล้วกัน)

ด้านล่างของ HTC One M8 มีพอร์ต Micro USB 2.0 เอาไว้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์และชาร์จแบตเตอรี่ กับช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ครับ

ด้านซ้ายของ HTC One M8 มีสล็อตสำหรับใส่ MicroSD card แต่ต้องเอาอุปกรณ์มาใช้จิ้มเพื่อถอดถาดออกมา ดูจากขนาดรูแล้ว ไม่น่าจะใช้คลิปหนีบกระดาษได้

ด้านขวาของ HTC One M8 มีปุ่มปรับระดับเสียง และสล็อตใส่ Nano SIM card ครับ ใช่ครับอ่านไม่ผิด เจ้านี่ใช้ Nano SIM เหมือนกับ iPhone 5s เลยครับ และก็ต้องใช้อุปกรณ์มาจิ้มเพื่อถอดถาดออกมาเช่นกัน

ในภาพรวม ดีไซน์และการเลือกวัสดุที่นำมาใช้ทำ HTC One M8 นั้นถือว่าดีทีเดียว เพียงแต่การใช้อะลูมิเนียมยูนิบอดี้นั้น ทำให้เราต้องระวังเรื่องตกหล่นกันหน่อย เพราะไม่ใช่แค่หน้าจอเท่านั้นที่เสี่ยงเกิดความเสียหายครับ ตัวเครื่องที่เป็นอะลูมิเนียมซึ่งเป็นโลหะนิ่มก็เสี่ยงบุบได้เช่นกัน … นอกจากนี้ ตำแหน่งของการวางพวกเสาอากาศสำหรับโทรศัพท์ หรือ WiFi ก็มาอยู่ตรงแถวๆ บริเวณโลโก้ HTC ด้านหน้าที่เป็นแถบดำๆ ซึ่งผมว่าไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะหากใช้งานที่ต้องโหลดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตนานๆ มันจะทำให้รู้สึกร้อนตรงอุ้งมือเอาเรื่องทีเดียว

สเปกและประสิทธิภาพของ HTC One M8

แม้ว่ารูปลักษณ์นั้นจะให้ความรู้สึกของ HTC One รุ่นก่อนหน้าอยู่ แต่สเปกด้านในนั้นก็มีการอัพเกรดไปพอสมควรทีเดียวนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของกล้องดิจิตอลทั้งด้านหน้าและด้านหลังเลย
• CPU: Qualcomm MSM8974AC Snapdragon 801 Quad-core 2.5GHz Krait 400
• GPU: Adreno 330
• Display: Super LCD3 5″ ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล (441ppi)
• RAM: 2GB
• Internal storage: 16GB
• External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 128GB
• Operating System: Android 4.4.2
• Connectivity
• 2G: 850/900/1800/1900MHz
• 3G: 850/900/1900/2100MHz (HSDPA 42.2Mbps HSUPA 5.76Mbps)
• 4G: 700/900/1800/2100/2600MHz (LTE cat 4 DL150Mbps UL50Mbps)
• WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
• Bluetooth: 4.0 + A2DP
• Infrared port: มี
• NFC: มี
• Camera
• ด้านหน้า: 5 ล้านพิกเซล
• ด้านหลัง: 4 ล้านพิกเซล พร้อม Dual-Tone LED Flash เซ็นเซอร์ขนาด 1/3″ ขนาดพิกเซล 2 ไมครอน และมี Depth of field sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
• Battery: 2,600mAh
• Dimensions: 146.4 มม. x 70.6 มม. x 9.4 มม.
• Weight: 160 กรัม
• Other: เล่นวิดีโอ วิดีโอความละเอียด 4K, อะลูมิเนียมยูนิบอดี้, ลำโพงสเตอริโอคู่ด้านหน้า BoomSound
• Price: ยังไม่ระบุ​ ณ ขณะที่รีวิว
ลองมาวัดประสิทธิภาพดู เพื่อความแน่ใจ ด้วยโปรแกรม Benchmark เหล่านี้
• Quadrant Advanced และ AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
• MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป โดยทดสอบเรื่อง
• การตกแต่งภาพแบบต่างๆ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป
• การเข้ารหัสข้อมูล
• ความลื่นไหลของแอนิเมชั่นในการ Scroll ข้อมูลบนหน้าจอ
• 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
• Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
• Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core
ผลที่ได้ก็ออกมาแบบนี้ครับ

คะแนนที่ได้ค่อนข้างน่าประทับใจครับ ไม่เสียทีที่ใช้ชิพเซต MSM8974AC Snapdragon 801 Quad-core 2.5GHz และ Adreno 330 คะแนนออกมาค่อนข้างสูงทีเดียว และหากลองเทียบกับคะแนนที่ผมเคยวัดกับ Samsung Galaxy S5 แล้ว ต้องเรียกว่าหากไม่นับผลคะแนนของ Quadrant Advanced (ที่ Samsung Galaxy S5 ทำได้สูงมากทีเดียว) คะแนนจากผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Benchmarking อื่นๆ เรียกว่าออกมาสูสีทีเดียว

HTC Sense 6.0

ถึงเวลาอัพเกรด User Interface ของ HTC ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่อีกแล้ว งวดนี้เป็นเวอร์ชั่น 6 แล้วครับ มีพัฒนาการยังไงบ้าง ลองมาดูกันครับ … อันดับแรกเลย สไตล์ของ HTC Sense ในภาพรวม ยังไม่แตกต่างไปจากเดิมครับ เริ่มต้นที่ Lock screen ก่อน สไตล์ก็ยังคงเป็นนาฬิกาใหญ่ๆ พร้อมพยากรณ์อากาศ แต่ที่สะดวกคือ การแตะที่ไอคอนทางลัดเข้าฟังก์ชั่นต่างๆ แล้วลากออกจากตำแหน่งของมันเพื่อปลดล็อกหน้าจอ แล้วเข้าไปที่ฟังก์ชั่นนั้นเลย

หน้า Home screen ของ HTC Sense UI 6.0 นี่ ดูเผินๆ แล้วไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากเดิมมาก แต่ในส่วนของ BlinkFeed นั้น ผมมองว่ามันเนียนขึ้นกว่าเดิม ไม่ดูยัดเยียดให้ใช้มากเกินไปเหมือนที่ผ่านมา ตอนแรกที่เอามาลองให้ผู้ใช้งานได้ลองใช้ก็คงจะโดนบ่นไปเยอะ เลยปรับใหม่ ซึ่งผมเองก็รู้สึกว่ามันใช้สะดวกขึ้นจริงๆ

สำหรับคนที่ชื่นชอบการอ่านข่าว การติดตามพวก Status update จากเพื่อนๆ จาก Social media หลายๆ แหล่งพร้อมๆ กัน ผมว่า BlinkFeed ตัวใหม่นี่ก็สะดวกดีนะครับ การเข้าถึงก็ไม่ยากด้วย เพราะมันคือหน้าจอ Home screen ด้านซ้ายสุดเลย

App tray ของ HTC Sense UI 6.0 นั้นก็ยังคงเป็นสไตล์เดิมครับ ไม่ว่ายี่ห้ออื่น แบรนด์อื่นเขาจะเปลี่ยนไปใช้เป็นแนวปาดไปด้านข้างยังไง แต่ของ HTC นี่ก็ยังคงเป็นปาด บน-ล่าง เหมือนเดิม

Notifications ของ HTC Sense UI 6.0 ก็เป็นสไตล์ Android ทั่วๆ ไปครับ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากกว่า แต่หากเราเปิดใช้ฟังก์ชั่น TV ของ HTC One M8 เราก็จะเห็น Notification ของ App อยู่บนนี้ ซึ่งให้เราใช้สั่งงานพวกอุปกรณ์มัลติมีเดียที่เราตั้งไว้ได้แบบง่ายๆ เช่น ปิดเสียง เปิด-ปิดเครื่อง หรือแต่ที่รูปรีโมตเพื่อเปิดใช้รีโมตเต็มรูปแบบ

ในขณะที่หลายๆ แบรนด์เขาเอา QuickSettings บางส่วนมาแสดงบน Notifications เพื่อให้ผู้ใช้งานเปิดปิดฟังก์ชั่นการทำงานบางอย่างได้ง่ายๆ ไปพร้อมๆ กับแนวทางของระบบปฏิบัติการ Android คือ มีไอคอน QuickSettings ให้เข้าถึง QuickSettings แบบเต็มชุดอีกอัน แต่ HTC นั้นไม่เอา QuickSettings ไปไว้ใน Notifications ครับ ผมเลยรู้สึกว่าใช้งานยากกว่าแบรนด์อื่นๆ นิดหน่อย แต่ไม่ได้ถึงกับวุ่นวาย

เช่นเคย สำหรับคนที่ชอบเวลาที่ซื้อสมาร์ทโฟนมาแล้วมีแถม App โน่นนี่นั่นมาเยอะๆ อาจจะไม่ค่อยปลื้ม HTC One M8 เท่าไหร่ เพราะ App ที่ให้มา ก็แค่พอมีพอกินเท่านั้น แต่มันก็แลกมาด้วย

ฟังก์ชั่น TV ของ HTC One M8

ก่อนหน้านี้ HTC One ที่มาพร้อมกับพอร์ตอินฟราเรด และมีฟังก์ชั่น TV เพื่อใช้งานเป็นรีโมตคอนโทรลควบคุมพวกเครื่องมัลติมีเดีย และตัว App TV ของ HTC One เองก็จะให้พวกข้อมูลรายการต่างๆ ของผู้ให้บริการเคเบิลทีวีให้เราดูด้วย ตรงนี้ HTC One M8 มีการพัฒนาไปมากขึ้นครับ ตอนผมทดสอบ HTC One ผมจำได้เลยว่ามันยังไม่มีข้อมูลของ TrueVisions (ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีรายหลักของไทยเรานี่แหละ) เลย

แต่มางวดนี้ มีการจับมือกับผู้ให้บริการในประเทศแล้ว เวลาเปิด App ขึ้นมา แล้วเลือกผู้ให้บริการ (ไม่ยาก เพราะมีรายเดียว) ก็จะได้ข้อมูลรายการต่างๆ ที่กำลังฉายอยู่ตอนนี้เลย … ช่วยให้สะดวกในการรับชมขึ้นมาก เพราะจำนวนช่องมันเยอะ แล้ว App มันก็แสดงเฉพาะรายการที่กำลังฉายอยู่ในหมวดต่างๆ ที่ผมชอบ เช่น ซีรีส์ หรือ หนัง หรือ กีฬา อะไรแบบนี้ แตะที่รูปก็จะเข้าไปดูรายละเอียดของรายการได้ และหากแตะที่รูปรีโมต โดยชี้ HTC One M8 ไปที่ Set Top Box แล้วละก็ มันจะเปิดช่องรายการนั้นขึ้นมาเลย

แต่จากที่ทดสอบ ผมว่าความถูกต้องของข้อมูลดูจะยังมีปัญหาครับ ยกตัวอย่างเช่น บน HTC One M8 มันบอกว่าช่อง True Film Asia (ช่อง 43) มันกำลังมี เปาบุ้นจิ้นภาค 4 อยู่ แต่ผมเปิดมา ป้าด นางพญางูขาว … หรือช่อง AXN HD (ช่อง 131) บน HTC One M8 บอกว่าเป็น Bourne Legacy แต่พอเปิดมา เอิ่ม เป็นเรื่อง 300 ซะงั้น

เราสามารถตั้งให้ HTC One M8 เป็นรีโมตคอนโทรลได้ ขอแค่ระบุยี่ห้อของอุปกรณ์ จากนั้นก็ทดสอบดูว่าปุ่มพื้นฐาน (ปุ่มเปิดปิดเครื่อง) สามารถสั่งงานได้จริงไหม ซึ่งในฐานข้อมูลนั้นก็มีรายชื่ออุปกรณ์หลากหลายยี่ห้อมากครับ … แต่จากที่ลองดูพบว่าพวกโทรทัศน์ หรือเครื่องเล่นมัลติมีเดียต่างๆ ไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่ แต่ Set Top Box เนี่ย มันไม่มีรุ่นที่ผมใช้อยู่

แต่แม้จะไม่มีรุ่นให้เลือก ก็ไม่ใช่ปัญหาครับ เพราะเราสามารถให้ HTC One M8 เรียนรู้รหัสสั่งงานของรีโมตคอนโทรลได้ โดยการกดปุ่มบนรีโมตคอนโทรลไปยังพอร์ตอินฟราเรดของ HTC One M8 แล้วให้ซอฟต์แวร์เรียนรู้โค้ด การเรียนรู้โค้ดไม่ยากครับ แต่ใช้ความอดทนนิดหน่อย เพราะต้องสอนให้มันรู้จักปุ่มราวๆ 30 ปุ่ม (ปุ่มไหนคิดว่าเราไม่ได้ใช้ ก็สามารถ Skip ได้นะ)

การใช้งานด้านมัลติมีเดียของ HTC One M8

ด้วยสเปกของฮาร์ดแวร์แล้ว เรื่องการเล่นไฟล์มัลติมีเดียไม่น่าจะเป็นปัญหาเลยครับ เพราะชิพเซต Qualcomm Snapdragon 801 นี่แรงขนาดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียด 4K สบายๆ อยู่แล้วครับ หมดห่วงได้ ไร้กระตุกแน่นอน แต่ปกติแล้ว แค่ไฟล์​วิดีโอ Full HD 1080p ก็คมชัดเพียงพอแล้วสำหรับการดูบนหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล หรือ Full HD 1080p แบบนี้

หากเทียบกับแบรนด์อื่นๆ แล้ว โปรแกรมดูวิดีโอของ HTC One M8 นี่ไม่ค่อยมีลูกเล่นซักเท่าไหร่ครับ เช่น การเปิดวิดีโอแบบ PiP (Picture in Picture) ที่ให้เราดูวิดีโอไป พร้อมยังทำงานอื่นไปได้ด้วย แนว Multitasking แต่โดยความเห็นส่วนตัว ผมเฉยๆ กับฟีเจอร์แนวนี้ เพราะเวลาที่ผมดูหนังเนี่ย ผมก็ชอบที่จะดูหนังอย่างเดียว คงไม่ไปทำอย่างอื่นไปพร้อมๆ กันน่ะครับ

จุดเด่นสุดๆ ของ HTC One M8 ก็น่าจะเป็นเรื่องของลำโพงสเตอริโอด้านหน้า HTC BoomSound มากกว่าครับ เพราะในบรรดา Android smartphone ทุกยี่ห้อ ที่ผมได้ทำการรีวิวมา ก็ต้องยอมรับว่า HTC BoomSound นี่ ให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดแล้ว โดยไม่ต้องไปหาหูฟังมาเสียบเพิ่ม หรือหาลำโพงภายนอกมาต่อเพิ่มเลย และเสียงดังฟังชัดมากทีเดียว เวลาดูหนังหรือฟังเพลงนี่ได้อรรถรสสุดๆ

ฉะนั้น ต้องมาลองรีวิวคุณภาพเสียงกันครับ … ลำโพงของ M8 ให้เนื้อเสียงที่เต็ม อิ่ม มีความชัดเจนในรายละเอียดเสียง อีกทั้งระบบ Stereo ช่วยให้มีมิติเสียงที่ดี และแสดงเสียงต่ำออกมาค่อนข้างอิ่มและชัด น่าประทับใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมแอบรู้สึกก็คือ เสียงมีลักษณะที่บีบอัด และความรู้สึกโปร่งที่น้อยเมื่อเทียบกับความทรงจำของผมถึง One ตัวก่อนๆ ที่เคยฟังมา

ทดสอบฟังด้วยหูฟัง พบว่ามีลักษณะเสียงที่กลางที่ชัด เบสที่อิ่ม แต่พอเปิดดังๆ หน่อยจะมีเบสที่เกินพอดีไปบ้างและจะออกเบลอนิดๆ อีกทั้งมีความรู้สึกบีบอัดจนผมเอะใจ นึกขึ้นได้ว่า HTC เค้าเคยมีระบบ Beats ก็เลยเปิดไปที่ Settings พบว่าระบบ BoomSound ถูกเปิดใช้งานอยู่ จึงทำการปิดซะ แล้วมาฟังใหม่ พบว่าเสียงที่ได้มีความ Flat ขึ้น มิติเสียงค่อนข้างแบน ด้าน ผมจำได้ว่าเมื่อก่อน ผมจะชอบระบบเสียงปกติของ HTC มากกว่าตอนเปิด Beats แต่ครั้งนี้ผมกลับชอบตอนเปิด BoomSound มากกว่า เลยขอเดาเอาเองว่า HTC ตั้งใจออกแบบให้เสียงตอนภาคปกติออกมาธรรมดามากๆ เพื่อที่ผู้ใช้จะได้รู้สึกประทับใจระบบ BoomSound หากเปิดใช้งาน อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดใช้งาน BoomSound แล้ว ผมแนะนำให้เปิดระดับเสียงที่ไม่ดังมากนักจะได้เสียงที่มีมิติ และชัดเจนกว่า แต่ก็ยังแอบรู้สึกถึงความวูบวาบของเสียงเนื่องจากถูกขยายและอัดพลังเสียงจนทำให้เกิดภาวะบีบอัด (Compressed) นั่นเอง

การเล่นเกมบน HTC One M8

จากประสบการณ์รีวิว Android smartphone มาหลายรุ่นที่ใช้ GPU Adreno 330 นี่ ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ามันสามารถรองรับการเล่นเกม 3D กราฟิกจัดหนักจัดเต็มได้สบายๆ อยู่แล้ว แล้วยิ่งชิพ Adreno 330 บน Snapdragon 801 นี่ทำงานด้วยความเร็ว 578MHz ซึ่งเร็วกว่า Adreno 330 บน Snapdragon 800 ที่ทำงานด้วยความเร็ว 450MHz ก็ยิ่งมั่นใจได้ว่าประสิทธิภาพในการประมวลผลกราฟิก 3D ต้องเจ๋งกว่าแน่นอน

ทดสอบด้วยเกม Asphalt 8: Airborne เกมแข่งรถที่ผมว่ากราฟิกสวยงาม และมีเอฟเฟกต์ 3D ที่ดุเดือดที่สุดในปัจจุบันนี้แล้ว ก็เล่นได้สบายๆ ไหลลื่นมากๆ ครับ และค่อนข้างได้อรรถรสดีซะด้วยโดยเฉพาะหากเล่นคนเดียวในห้องแล้วไม่ต้องกังวลว่าเสียงจะไปรบกวนใคร เพราะ HTC BoomSound นี่ให้เสียงที่ดังฟังชัด คุณภาพยอดเยี่ยมทีเดียว ด้วยสเปกระดับนี้ หมดห่วงครับ น่าจะยังรองรับเกม 3D ในอนาคตได้อีกเป็นปีละครับ

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย HTC One M8

งวดนี้ HTC มีการปรับเปลี่ยนเรื่องการถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอซะหมดเลยครับ อย่างแรกก็คือ User Interface ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเลย แม้ดูเผินๆ จะไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่ความแตกต่างมันอยู่ที่ตอนแตะเลือกไอคอนต่างๆ ครับ

อย่างแรกเลย คือ ไอคอนด้านล่างทางขวา ที่แตะแล้วจะเลือกโหมดการถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอ … อารมณ์ตรงนี้หลักๆ คือ การเลือกว่าจะถ่ายเป็นภาพนิ่ง ถ่ายวิดีโอ หรือจะถ่ายด้วยกล้องหน้า ที่ HTC เรียกว่า Selfie แล้ว แล้วก็มีตัวเลือกถ่ายด้วย Zoe camera หรือจะถ่ายภาพจากกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมๆ กัน หรือจะถ่ายแบบ 360 องศา

แต่หากแตะไอคอนด้านล่างซ้ายมือ ก็จะเป็นการเลือกการตั้งค่าต่างๆ เช่น ฟังก์ชั่นการถ่ายรูป, การเลือก ISO, การปรับชดเชยแสง ฯลฯ รวมไปถึงตัวเลือกการตั้งค่าอื่นๆ (เช่น การเลือกขนาดของภาพที่จะถ่าย เป็นต้น) … โดยส่วนตัว ผมมองว่า HTC ยังต้องปรับปรุงในเรื่องของการออกแบบ User Interface อีกมากมายทีเดียวละครับ เรื่องลูกเล่นในการถ่ายภาพเนี่ย ตอนนี้ผมว่า HTC ไม่มีปัญหาแล้ว แต่ว่าด้วย User Interface ที่ซับซ้อน มันทำให้การใช้งานยากอยู่ซักหน่อย

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ลูกเล่นการถ่ายภาพของ HTC One M8 ก็น่าสนใจที่จะเอามาพูดถึงแบบเจาะลึกซักหน่อยจริงๆ ครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการใช้กล้อง 2 ตัวบนสมาร์ทโฟน เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับภาพถ่ายเพื่อนำมาประมวลผล ใส่เอฟเฟกต์ ได้มากขึ้น (นอกเหนือไปจากการใช้กล้องสองตัวเพื่อถ่ายภาพ 3 มิติแบบใน HTC EVO 3D ครับ) ซึ่งตรงนี้ HTC เขาเรียกว่า Duo Camera Effects

Duo Camera Effects

กล้องดิจิตอลตัวหลักของ HTC One M8 เป็นกล้องดิจิตอล Ultrapixel (หมายถึงมีขนาดของพิกเซลใหญ่กว่าพวกกล้องสมาร์ทโฟนปกติ โดยยอมแลกด้วยการที่มีจำนวนพิกเซลน้อยกว่า) ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องดิจิตอลตัวรอง ความละเอียด 2 ล้านพิกเซลนั้น ไม่ได้เอาไว้ถ่ายรูปให้เราเห็น แต่เอาไว้ทำหน้าที่เป็น Depth of field sensor ไว้คอยให้ข้อมูล “ระยะลึก” ของภาพครับ

Depth of field เนี่ย ช่วยให้เราสามารถถ่ายภาพแบบที่ “หน้าชัดหลังเบลอ” หรือ “หน้าเบลอหลังชัด” แบบที่ภาษาคนเล่นกล้องเขาเรียก ชัดตื้น กับ ชัดลึก ได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว ก็จะต้องใช้กล้องระดับโปรหน่อย เลนส์ดีๆ อีกนิด

แต่ในกรณีของ HTC One M8 เนี่ย จะเป็นการใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้ามาช่วย โดยฮาร์ดแวร์คือเซ็นเซอร์กล้องอีกตัว ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มาช่วยให้ข้อมูลระยะลึกของภาพ เพื่อใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยปรับแต่งรูปภาพ ใส่เอฟเฟกต์ต่างๆ ให้กับรูปภาพ

หลักการของ Duo Camera Effects เนี่ยก็คือ ทุกรูปที่ถ่ายด้วย HTC One M8 โดยที่ใช้กล้องทั้งสองตัว (ซึ่งก็คือการถ่ายรูปตามปกตินั่นแหละ) มันจะมีข้อมูลมากพอที่จะให้ตัว Gallery ของ HTC One M8 เนี่ย สามารถนำมาปรับแต่ง ใส่เอฟเฟกต์ต่างๆ ได้ แค่เปิดเรียกรูปที่ถ่ายขึ้นมา แล้วแตะเลือก Edit จากนั้นที่เหลือ ก็เลือกเอาว่าจะทำอะไร

• Ufocus เป็นการปรับโฟกัสหลังถ่ายภาพ จะทำหน้าชัดหลังเบลอ หรือ หน้าเบลอหลังชัด ทำตรงนี้แหละ … เข้าทำนอง ถ่ายก่อนโฟกัสทีหลัง
• Foregrounder เป็นการใส่เอฟเฟกต์ให้กับจุดที่เป็นแบ็กกราวด์ของรูปภาพ
• Seasons เป็นการใส่เอฟเฟกต์อย่างกลีบซากุระโปรยปราย, ดอกแดนดี้ไลอ้อนลอยมาตามลม, ใบเมเปิ้ลร่วงโรย หรือเกล็ดหิมะตกลงมา อะไรแบบนี้ สามารถเซฟเก็บไว้เป็นภาพนิ่ง หรือ จะเป็นวิดีโอก็ได้
• Dimension Plus เป็นการถ่ายภาพให้ออกมาเหมือนเป็น 3 มิติ
• Sticker เป็นการเอาพวกวัตถุต่างๆ ที่ซอฟต์แวร์มีเตรียมไว้มาแปะลงบนรูปถ่าย
• Copy & Paste เป็นการตัดภาพบุคคลจากรูปนึงไปแปะไว้บนอีกรูปนึง (นั่นคือ ใช้ได้เฉพาะรูปถ่ายที่มีบุคคลพร้อมใบหน้าอยู่ในรูป จะตัดแล้วเอาไปแปะไว้ที่อีกรูปได้)
• Touch Up เป็นการตกแต่งภาพถ่ายบุคคลให้ดูสวยขึ้น เช่น ผิวเนียน, ผิวขาวขึ้น, ให้หน้าเรียว, ทำตามโต อะไรแบบนี้

ความสามารถของกล้องของ HTC One M8

ด้วยเทคโนโลยี Ultrapixel กับ Duo camera ของ HTC One M8 ทาง HTC บอกว่า Auto focus ของ HTC One M8 นั้นจะรวดเร็วมาก แค่ 300ms หรือ 0.3 วินาทีเท่านั้นเอง (เท่าๆ กับ Samsung Galaxy S5) แต่จะเห็นได้ว่า HTC จะเน้นไปที่การใช้ฮาร์ดแวร์มาช่วยสนับสนุนการทำงานมากกว่า Samsung ที่จะเน้นไปที่ซอฟต์แวร์มากกว่า

Tap-to-Focus ของ HTC One M8 นั้น สามารถวัดแสงและปรับความสว่างของภาพให้เหมาะสมได้อย่างสุดๆ ไปเลยครับ ดูรูปตัวอย่างนี่ได้ ถ้าถ่ายตามปกติ จะเห็นว่าแสงไฟจากหลอดไฟนั้นสว่างเอาเรื่อง แต่เมื่อแตะไปตรงบริเวณหลอดไฟแล้ว ฟังก์ชั่นการวัดแสงตรงบริเวณที่ Tap-to-Focus ก็จะปรับความสว่างของภาพโดยรวมลง เพื่อให้เห็นรายละเอียดของจุดนั้นๆ ชัดเจน ซึ่งมันลดความสว่างของภาพซะจนเห็นรายละเอียดหลอดไฟชัดเลยครับ นอกจากนี้ Tap-to-Focus ของ HTC One M8 งวดนี้ สามารถทำ AF/AE Lock ได้แล้ว เวลาถ่ายรูปก็หมดห่วงว่าโฟกัสจะหลุด หรือการวัดแสงจะผิดไปจากที่ต้องการ เมื่อมีการแพนกล้อง

แต่ในขณะเดียวกัน จากรูปตัวอย่างก็จะเห็นว่า Dynamic range ของกล้อง HTC One M8 นั้นไม่มากเท่าไหร่ เพราะแสงสว่างจากหลอดไฟนั้นออกมาค่อนข้างจะฟุ้งพอสมควรทีเดียว … มันจะมีปัญหาเวลาถ่ายภาพเวลากลางคืนในฉากที่มีหลอดไฟเยอะๆ ครับ เราจะเห็นหลอดไฟฟุ้งไปทั่วทีเดียว

เอาล่ะ ทีนี้มาดูคุณภาพของภาพถ่ายกันบ้างดีกว่าครับ … ในภาพรวมก็ถือว่าทำได้ดีครับ จากที่ลองเอาไปถ่ายรูปดูในสถานการณ์ต่างๆ ก็ถือว่าชัตเตอร์ทำงานได้เร็วดี สีสันก็ถือว่าโอเคพอสมควรเลย เพียงแต่ผมพบว่าในบางสถานการณ์นั้น ภาพที่ได้แอบอมน้ำเงิน หรือ แดงไปหน่อยครับ ความคมชัดของภาพ ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี สำหรับกล้องดิจิตอลความละเอียด 4 ล้านพิกเซล แต่หากใครคุ้นชินกับความพยายามจะดูว่าภาพคมชัดแค่ไหนด้วยการซูมเข้าไปเยอะๆ จะพบว่าซูมนิดเดียวภาพก็แตกแล้ว เพราะจำนวนพิกเซลมันน้อยน่ะครับ อันนี้ถือว่าเป็นปมด้อย หากต้องเอาภาพถ่ายจาก HTC One M8 ไปเปรียบเทียบกับของคู่แข่งที่จำนวนพิกเซลทะลุหลัก 13 ล้านไปแล้ว


แม้ว่า HTC One M8 จะใช้ชิพ Qualcomm Snapdragon 801 ที่ประสิทธิภาพดีพอที่จะถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K ได้ แต่ HTC One M8 นั้นไม่สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้นะครับ ด้วยเหตุผลหลักๆ เลยคือ กล้องดิจิตอลเซ็นเซอร์ความละเอียดไม่ถึงครับผม (วิดีโอ 4K นั้นความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กล้องความละเอียด 4 ล้านพิกเซลหมดสิทธิ์ถ่ายอยู่แล้ว … นอกจากนี้ เนื่องจากการถ่ายวิดีโอคือการถ่ายรูปต่อเนื่อง ฉะนั้นหากวิดีโอมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล อย่างน้อยๆ เซ็นเซอร์กล้องก็ควรจะมีความละเอียดซัก 13 ล้านพิกเซลน่ะ) ฉะนั้น HTC One M8 ก็ถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD 1080p เท่านั้นนะครับ แต่สามารถถ่ายได้ระดับ 60fps เลย และฟังก์ชั่น Tap-to-Focus ที่ปรับได้ทั้งโฟกัสและการวัดแสง ก็ยังสามารถใช้ได้ในโหมดถ่ายวิดีโอด้วย

บทสรุปของการรีวิว HTC One M8

จนถึงตอนที่ผมเขียนรีวิวนี้จบ (ก่อนสงกรานต์นิดหน่อย) ทาง HTC ประเทศไทยยังไม่ประกาศราคาของ HTC One M8 ออกมา เลยตอบยากว่ามันคือ Android smartphone ที่คุ้มค่าคุ้มราคาไหม หรือว่าจะแพงเวอร์ ราคาอินดี้ เพราะตั้งใจจะทำออกมาให้เป็นพรีเมี่ยม แต่ที่แน่ๆ ผมมองว่า HTC One M8 นั้นเหมาะสำหรับ
• คนที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่มี Look & Feel ที่ดูพรีเมี่ยม แต่ไม่ได้อยากได้ iPhone เพราะจอมันเล็กไป และไม่ใช่ Full HD 1080p
• คนที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่มีกล้องดิจิตอลที่มีลูกเล่นทำภาพแบบกล้องโปรอย่างพวกถ่ายภาพชัดตื้น ชัดลึก แล้วต้องการความ “อัตโนมัติ” โดยรับได้กับจำนวนพิกเซลที่ไม่สูงมาก
• คนที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่มีลำโพงคุณภาพดี ไม่ต้องไปวุ่นวายกับการเสียเงินซื้อลำโพงบลูทูธมาเสริม (ซึ่งราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ นะ)

"สามจุดนี้คือจุดเด่นของ HTC One M8 เลยครับ"

คงเดช กี่สุขพันธ์  
E-Mail: kafaak@gmail.com  
Twitter: http://www.twitter.com/kafaak  
Facebook: http://www.facebook.com/kafaakBlog
Google+: http://bit.ly/kafaakGPPage  
Blog: http://www.kafaak.com

Trendy Review เป็นภาคต่อของสมาร์ทโฟนตัวท็อปจากค่ายเอชทีซี นั่นคือ HTC One M8 ที่จะมีการจำหน่ายในไทยช่วงเดือน พ.ค.57 มาทำความรู้จักกับสมาร์ทโฟนดีไซน์สวย ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมยูนิบอดี้ ที่ใครได้สัมผัสลองใช้แล้วจะต้องหลง... 27 เม.ย. 2557 11:33 29 เม.ย. 2557 12:21 ไทยรัฐ