วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำไม “อภิสิทธิ์” อาสาเป็นคนกลาง

โดย สายล่อฟ้า

การออกมาขับเคลื่อนในฐานะ “คนกลาง” ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กำลังเป็นที่จับตามองว่าต้องการหวังผลอะไรกันแน่ ด้านหนึ่งได้รับการสนับสนุนแต่อีกด้านหนึ่งเห็นว่าเป็นการ “สร้างภาพ” เท่านั้น

แน่นอนว่าในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง ทุกฝ่ายต่างก็ต้อง หาทางลงก่อนที่จะถึงวันพิพากษาจากศาลรัฐธรรมนูญในระยะเวลาอันใกล้นี้

กปปส.ก็มีการเตรียมการเพื่อต่อสู้ในยกสุดท้ายด้วยการระดมพลเพื่อชุมนุมใหญ่ที่จะย้ายสถานที่จากสวนลุมพินีไปราชดำเนินเป็นฐานที่มั่นเพื่อประกาศชัยชนะด้วยความมั่นใจ

นปช.ก็ไม่ต่างกัน นัดชุมนุมใหญ่ที่ถนนอักษะก่อนที่จะถึงวันพิพากษาเพื่อกดดันศาลและรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา

รอยเชื่อมต่อตรงนี้จึงเป็นจังหวะของนายอภิสิทธิ์ที่โดดลงมาเป็น “คนกลาง” เพื่อเจรจากับฝ่ายต่างๆเพื่อหาทางออกให้ประเทศ

ใช้เงื่อนไขเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศ

ว่ากันตามสภาพความเป็นจริงแล้ว ประชาธิปัตย์กำลังเกิดปัญหาทั้งในพรรคและนอกพรรค อันเกี่ยวเนื่องกับท่าทีทางการเมืองเพราะผูกพันกับ กปปส.มาตลอด จะเดินไปตามเส้นทางการเลือกตั้งก็ทำไม่ได้ จะอยู่ด้วยการทำตัวเป็น “จอมบอยคอต” ต่อไปก็ไม่ได้

ที่สำคัญก็คือ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ถูกแรงกดดันทั้งในพรรคและนอกพรรค เพราะลูกพรรคต้องการเข้าสภาตามที่ กกต.จะประกาศให้มีการเลือกตั้งในอีกไม่นานนี้

หากดื้อต่อไปมีหวัง “พรรคแตก” แน่

จากนอกพรรคก็ถูกข้อหาสมคบคิดกับ กปปส.ต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ทำให้การเมืองเกิดปัญหา แต่จะผละจากไปก็เกิดปัญหาขัดแย้งกับ กปปส.ที่มีคนของประชาธิปัตย์เข้าไปเป็นแกนนำสำคัญๆหลายคน

นายอภิสิทธิ์จึงต้องออกมาเล่นบทพระเอกเดินสายขายไอเดียหาทางออกให้วิกฤติประเทศ เริ่มต้นที่นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ตัวแทนภาคเอกชน นักวิชาการที่ยังร่วมกันสร้างสูตรสำเร็จปฏิรูปประเทศไทย

คณะทำงานปฏิรูปชุดนี้ได้ทำงานกันมาอย่างเงียบ เพื่อสร้างโมเดลให้สำเร็จ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด เพราะกลัวจะเกิดปัญหาทางการเมือง หากจำไม่ผิดก็มีแนวคิดปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเช่นเดียวกัน

แต่ถูกฝ่ายรัฐบาลกล่าวหาว่าอยู่ในขบวนเดียวกันกับ กปปส.

หลังจากพบปะกันแล้ว นายอภิสิทธิ์มั่นใจว่ามีทางออกอยู่หลายๆ ทาง แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยและยังจะไปพบผู้นำเหล่าทัพ กกต.เป็นลำดับต่อไป

จากนั้นเมื่อได้ข้อสรุปในแนวทางก็จะไปพบกับนายกฯ และนายสุเทพ หรือแม้กระทั่งยอมที่จะพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คู่ขัดแย้งที่สำคัญ

เมื่อนายอภิสิทธิ์ทิ้งไพ่ออกมาอย่างนี้ก็เลยเข้าทางรัฐบาลที่รอจังหวะมานาน นายกฯจึงออกมาสนับสนุนพร้อมที่จะเจรจาเพื่อกำหนดการแก้ไขปัญหาที่ตรงกัน

ว่ากันไปแล้วนายกฯที่รู้ดีว่าอีกไม่นานจะต้องถูกศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.ชี้ผลคดีและหวั่นไหวว่าจะถูกตัดสินออกมาในทางลบ พูดง่ายๆว่าอยู่ฐานะที่เพลี่ยงพล้ำทางการเมือง การแสดงตัวของนายอภิสิทธิ์จึงเปรียบเป็น “ขอนไม้” ให้เกาะ ดีกว่าลอยคออยู่กลางน้ำ

หากนายอภิสิทธิ์สามารถดำเนินการสำเร็จในเงื่อนไขเวลาไม่เกิน 10 วัน ทั้งประชาธิปัตย์และเพื่อไทยก็จะได้ประโยชน์ร่วมกันไปเต็มๆ

“ก้างขวางคอ” ก็คือ กปปส. ที่ไม่ยอมรับแนวทางนี้ และไม่ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ออกมาสะเออะทำตัวเป็น “คนกลาง” เพื่อประโยชน์ของนักการเมือง

แต่ต้องการเดินหน้าปฏิรูปประเทศด้วยมือของประชาชนเท่านั้น.

“สายล่อฟ้า”

27 เม.ย. 2557 10:15 ไทยรัฐ