วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขอบคุณหลายหลาย...คนไทยยังอ่านหนังสือพิมพ์

โดย ซูม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือ TK PARK ได้มอบหมายให้สำนักงานสถิติแห่งชาติไปสำรวจอุปนิสัยการอ่านหนังสือของคนไทยว่าเป็นอย่างไร? ชอบอ่านอะไรกันบ้าง?

หนังสือพิมพ์ลงข่าวกันหลายฉบับ และพรรคพวกเพื่อนฝูงคอลัมนิสต์ของผมก็นำมาเขียนถึงและแสดงความคิดความเห็นในหลายๆฉบับเช่นกัน

วันนี้ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นบ้างนะครับ ในฐานะคนที่รักการอ่านหนังสือ และเชื่อว่าการอ่านหนังสือเป็นประโยชน์

ก่อนอื่นขอเรียนว่าในภาพรวมที่ผลสำรวจพบว่า คนไทยเราอ่านหนังสือเมื่อปี 2556 เพียงแค่วันละ 37 นาทีนั้น ผมรู้สึกว่าน้อยไป และน้อยมากๆ

แต่มาคิดอีกที สถิติ 37 นาทีที่ว่านี้ก็ยังดีกว่าปี 2554 ที่คนไทยเราอ่านหนังสือแค่วันละ 35 นาทีเท่านั้น...มองในแง่ดีก็ต้องถือว่าดีแล้วครับ ที่คนไทยเราอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

เพียงแต่เพิ่มขึ้นน้อยไปหน่อย...ทำอย่างไรจะสามารถรณรงค์ให้อ่านมากกว่านี้ได้ โปรดช่วยหาทางกันด้วยนะครับ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ทำให้ผมชื่นใจจากผลสำรวจก็คือ ในบรรดาหนังสือที่คนไทยอ่านทั้งหมดนั้น หนังสือพิมพ์ มาเป็นอันดับ 1 ได้เปอร์เซ็นต์สูงถึงร้อยละ 73.7 ตามด้วย วารสาร ร้อยละ 55.1 ตำรา ร้อยละ 49.2 นิตยสาร ร้อยละ 45.6

ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งครับที่ประชาชนชาวไทยยังอ่านหนังสือพิมพ์กันอยู่ และอ่านมากที่สุดในบรรดาสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลายที่เขาสำรวจไว้

ขอให้อ่านต่อไปเถอะครับ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าหนังสือพิมพ์เท่านั้นหรอก จะเป็นวารสาร นิตยสาร ตำรา หรือหนังสือเล่ม ฯลฯ อ่านได้ทั้งนั้น

เพราะการอ่านจะช่วยในการฝึกสมองเพิ่มพูนปัญญา ช่วยให้คนเรารู้จักคิด ช่วยให้มีความรู้มากขึ้น อันจะทำให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น รวมไปถึงจะไม่โดนใครปั่นหัว ปั่นสมองเอาได้ง่ายๆ

ที่ผมเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือ ในระยะหลังๆมานี้ คนไทยเราหันไปอ่านจากคอมพิวเตอร์ จากอินเตอร์เน็ต จากโทรศัพท์มือถือกันมาก

ผมยังนึกเสียดายที่การสำรวจครั้งนี้ไม่ได้แถลงออกมาด้วยว่ามีคนไทยอ่านผ่านสื่อทันสมัยที่ว่านี้มากน้อยเพียงใด

อาจจะยังน้อยอยู่ขณะที่เขาสำรวจ หรืออาจจะลืมถามลืมสำรวจก็เลยไม่ได้คำตอบ

โดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าคนไทยอ่านจากสื่อออนไลน์มากขึ้น และน่าจะเป็นการอ่านในเรื่องเหลวไหลไร้สาระประเภทอ่านข่าวลือ ข่าวเต้า เรื่องเม้าท์ เรื่องติฉินนินทากาเล ในเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างสูง

ซึ่งจะเป็นการอ่านที่ไร้ประโยชน์ ไม่ประเทืองปัญญา ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง รวมทั้งจะกลายเป็นคนโง่ที่ถูกชักจูงง่าย

จริงๆแล้วสื่อออนไลน์มีประโยชน์มาก เป็นคลังความรู้ที่กว้างขวางยิ่งกว่าสื่ออะไรทั้งหมดในโลกนี้ด้วยซ้ำ

อย่างที่เราคงจะเคยได้ยินคำพูดที่พูดล้อเลียนกันบ่อยๆว่า ไม่รู้อะไรให้ถาม “อากู๋” หรือ กูเกิ้ล สัพพัญญูที่ลอยล่องอยู่กลางอากาศ เพราะอากู๋แกจะตอบได้ทุกเรื่อง

เข้าไปหาอากู๋แล้วก็จะเจอหัวเรื่องที่เราอยากรู้สารพัด รวมทั้งจะมีบันทึกไว้ใน วิกิพีเดีย สารานุกรมวิเศษที่บันทึกเรื่องราวเอาไว้อย่างละเอียดยิบในทุกๆเรื่อง

นอกจากนี้ ก็ยังมีพวกหนังสือออนไลน์ หรือ อีบุ๊กส์ ทั้งอ่านฟรี อ่านเสียสตางค์ ทั้งนิยาย ทั้งสารคดี ทั้งเรื่องเล่าทั่วๆไป อ่านแล้วได้ความรู้อย่างมหาศาล

ถ้าเข้าไปอ่านอย่างที่ว่ามานี้ละก็...จะไม่ว่าอะไรเลย อยากให้อ่านเยอะๆเสียด้วยซ้ำ เพราะเชื่อเลยว่าประเทืองปัญญาแน่ๆ เพียงแต่อย่าหมกมุ่นมาก เพราะอาจจะเสียอย่างอื่น เช่น เสียสุขภาพ หรือเสียสายตา ฯลฯ

ที่ผมวิตกก็คือคนไทยเราจะไม่ค่อยอ่านในสิ่งที่เป็นสาระเท่าไรนัก จะหันไปอ่านพวกเรื่องเหลวไหล ข่าวเหลวไหล บทวิเคราะห์เหลวไหลที่มีอยู่ท่วมท้นโลกออนไลน์ จนไม่อยากจะอ่านอะไรอื่นๆเอาเสียเลย

จึงขอฝากสำนักงานสถิติแห่งชาติให้ช่วยสำรวจพฤติกรรมในการอ่านสื่อออนไลน์ของคนไทยด้วย ในการสำรวจครั้งต่อๆไป

กลับมาที่การสำรวจครั้งล่าสุดอีกนิด...และก็ขอขอบคุณอีกครั้งที่ได้รับการยืนยันว่า คนไทยยังอ่านหนังสือพิมพ์เยอะอยู่ นับเป็นผลสำรวจที่ทำให้คนหนังสือพิมพ์มีกำลังใจที่จะทำหน้าที่ต่อไป

ขอยืนยันว่าพวกเราจะพยายามทำให้หนังสือพิมพ์มีสาระน่าอ่านยิ่งขึ้นไปอีก ท่านจะได้อ่านเราไปเรื่อยๆ...ไปเรื่อยๆ...ตราบกาลนาน แม้จะมีสื่ออย่างอื่นมาให้ดู มาให้อ่านอีกมากมายก่ายกองก็ตาม!

 

“ซูม”

27 เม.ย. 2557 10:11 27 เม.ย. 2557 10:11 ไทยรัฐ