วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เครื่องมือใหม่ที่ใช้กีดกันการค้า

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผวจ.สระบุรี เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “ลู่ทางและโอกาสของสระบุรีเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” รับใช้ผู้จัดการธนาคาร สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม หัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนราชการ และนายอำเภอ 200 คน จันทร์วันนี้ 13.00-15.00 น. ที่โรงแรมเกี่ยวอัน อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี

สัปดาห์ที่แล้ว ผมตามผู้ใหญ่ไปในงานบรรยายเรื่อง “การจ้างงานเปรียบเทียบ : ไทย สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส ไต้หวัน อินโดนีเซีย และเวียดนาม” ฟังเพียง 3 ชั่วโมง ผมได้ความรู้เกี่ยวกับการจ้างงานนานาชาติเยอะจนได้ช่วยให้ผมเกิดความเข้าใจว่า ถ้าเราต้องการให้ไทยมีมาตรฐานระดับโลก เป็นศูนย์กลางการผลิตและการลงทุนในประชาคมอาเซียน เราต้องปรับปรุงเรื่องกฎหมายคุ้มครองแรงงานของประเทศไทยกันขนานใหญ่พอสมควร

ขณะเดียวกัน เราต้องส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อนำเม็ดเงินเข้าประเทศ ที่สำคัญกว่าเงินก็คือ แรงงานไทยจำนวนหนึ่งจะได้ไปเรียนรู้เรื่องของต่างประเทศผ่านการทำงาน สามารถเอาองค์ความรู้จากการทำงานในต่างประเทศมาทำงานในบ้านเราได้

การจ้างงานในโลกใบนี้เริ่มเป็นสากล ผมหมายถึงทั้งโลกกำลังปรับให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในเมืองไทย เราสามารถตกลงว่าจ้างกันด้วยวาจาหรือจะทำสัญญาจ้างก็ได้ แต่ที่อเมริกาไม่ได้ครับ ต้องทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรและระบุเงื่อนไขการจ้างงานไว้ชัดเจน ของแคนาดาทำเหมือนอเมริกา แต่มีเพิ่มเติมคือ ในใบจ้างงานต้องระบุหน้าที่ของลูกจ้าง ชั่วโมงทำงาน ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายสำหรับห้องพักและอาหาร คนที่จะเขียนสัญญาจ้างต้องมีใบอนุญาตเป็นเรื่องเป็นราว ไม่เช่นนั้นจะผิดกฎหมาย ส่วนของอังกฤษต้องทำเป็นสัญญาจ้างที่มีเงื่อนไขสภาพการจ้างงานไว้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับของฝรั่งเศส แต่ของฝรั่งเศสต้องเพิ่มสัญญาว่าจะจ้างระบุเวลาหรือไม่ระบุเวลา

ตามกฎหมายไทย เราให้ทำงานได้ไม่เกิน 8 ชม./วัน ไม่เกิน 48 ชม./สัปดาห์ ที่อเมริกา 8 ชม./วัน หรือไม่เกิน 40 ชม./สัปดาห์ แต่ของแคนาดานายจ้าง ลูกจ้างสามารถตกลงกันเพื่อเฉลี่ยชั่วโมงการทำงานได้ แต่ต้องไม่เกิน 12 ชม./วัน หากทำงานเกินถูกจับ ของอังกฤษเหมือนของไทย แต่ถ้าทำงานในไร่ ห้ามเกิน 39 ชม./สัปดาห์ ของฝรั่งเศส 7 ชม./วัน หรือ 35 ชม./สัปดาห์

ฟังผู้ใหญ่พูด ผมถึงทราบว่า เอ็นจีโอระดับโลกส่งผู้ปฏิบัติงานลับมาอยู่ในหลายจังหวัดของไทย เพื่อรายงานสภาพการจ้างงาน หากมีการจ้างงานที่ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์สากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่มีการจ้างแรงงานต่างชาติมากอย่างในจังหวัดสมุทรสาคร ก็อาจจะมีการรายงานที่ทำให้เราโดนจำกัดสิทธิพิเศษทางภาษีในบางประเทศ หรือบางแห่งอาจจะระงับการนำเข้าสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งกระทบต่อรายได้ประเทศของเราทั้งหมด

พวกเอ็นจีโอเข้ามาแอบดู ว่าเราใช้ผู้หญิงท้องทำงานหรือเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้ ทุกประเทศให้ความสนใจเรื่องสิทธิการลาของลูกจ้างตั้งครรภ์ ในประเทศไทย ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งได้ไม่เกิน 90 วัน โดยได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน สำหรับในเยอรมนี ลูกจ้างสามารถลาได้ 6 สัปดาห์ก่อนคลอดและอีก 8 สัปดาห์หลังคลอด หญิงที่มีบุตรทารกต้องได้รับสิทธิให้หยุดพักต่อเนื่องกัน 24 ชม. 1 ครั้ง/สัปดาห์

เวียดนามมีความระมัดระวังเรื่องที่อาจจะทำให้ตนเองถูกตัดจีเอสพี จึงมีกฎหมายให้ลูกจ้างหญิงลาคลอดได้นานถึง 4 เดือน โดยรัฐบาลจ่ายเงินเดือนให้เป็นเวลา 5 เดือน แถมใครมีทารกอายุต่ำกว่า 12 เดือน นายจ้างต้องลดชั่วโมงทำงานลง 1 ชม./วัน ไม่เช่นนั้น นายจ้างจะถูกจับ

ของอินโดนีเซียลาได้ 1.5 เดือนก่อนคลอด + 1.5 เดือนหลังคลอด และได้รับค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร ของไต้หวัน ลาคลอดบุตรได้นาน 8 สัปดาห์ โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน หรือครึ่งหนึ่งของค่าจ้าง ขึ้นอยู่กับว่าทำงานมานานเท่าใด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานเด็กนี่ก็ต้องระวัง ที่อเมริกา เด็กที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี สามารถทำงานได้ 3 ชม./วัน หรือ 18 ชม./สัปดาห์ในตอนเปิดเรียน แต่ช่วงปิดเรียน ทำงานได้ 8 ชม./วัน หรือ 40 ชม./สัปดาห์

ยังมีเรื่องอีกเยอะครับ ที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญในการจ้างงาน เช่น การใช้แรงงานหญิง แรงงานเด็ก สภาพแวดล้อมและความปลอดภัยในการทำงาน อาชีวอนามัย สิทธิลาป่วย สิทธิลากิจ ฯลฯ ซึ่งนับวันยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ และหลายประเทศในโลกใบนี้ เริ่มใช้การจ้างการที่เป็นสากลหรือไม่เป็นสากลมาเป็นอาวุธในการกีดกันทางการค้าครับ.

 

คุณนิติ นวรัตน์

27 เม.ย. 2557 09:54 27 เม.ย. 2557 09:54 ไทยรัฐ