วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รีเซ็ตประเทศไทย เริ่มใหม่คำถามที่ถูก

โดย

“ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อด้วยการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง...หรือ...เลือกตั้งก่อนปฏิรูป” เป็นการตั้งคำถามที่ผิด เนื่องจากเราตั้งโจทย์ผิดเราก็จะได้คำตอบที่ผิด

John Tukey นักคณิตศาสตร์ที่สำคัญของโลก ให้ประโยคอมตะที่สำคัญว่า “คำตอบโดยประมาณกับคำถามที่ถูกมีค่ามากกว่าคำตอบที่ถูกเป๊ะต่อคำถามที่ผิด”

นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ M.D.,MRCPsych, Child & Adolescent Mental Health Service, Colchester, United Kingdom บอกว่า ดังนั้นถ้าเราตั้งคำถามผิดก็จะผิด ทำไมจึงบอกว่าเราตั้งคำถามผิด เหตุผลก็คือว่า “เราจะไม่มีประเทศให้ปฏิรูปอีกแล้ว”

แล้ว...คุณหมอเป็นจิตแพทย์รู้ได้อย่างไร...มีสิทธิอะไรจะมาบอกว่าคำถามไหนถูก?...คำถามไหนดี?

นายแพทย์ธีระเกียรติ บอกว่า ผมพูดในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่เห็น และอีกฐานะที่เป็นพลเมืองอังกฤษ ประเทศที่มีประชาธิปไตยที่มั่นคง มีระเบียบ ถึงแม้จะมีความขัดแย้งทางความคิด เขาก็อยู่ด้วยกันได้ เรียกว่าเป็นต้นแบบของประชาธิปไตย

และในอีกฐานะหนึ่งก็คือ คนที่สนใจปรัชญาการเมือง แล้วจากการสังเกต สิ่งที่กำลังทำกันอยู่ไม่ตอบโจทย์พื้นฐานที่สุด นั่นก็คือ “เรายังอยากจะมีประเทศให้อยู่ด้วยกันไหม”

ตอนนี้เราเถียงกันว่าเราอยู่ด้วยกันไม่ได้ ฝ่ายหนึ่งก็พยายามกดดันอีกฝ่ายหนึ่ง...ฝ่ายหนึ่งก็บอกให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง อีกฝ่ายก็บอกเลือกตั้งก่อนปฏิรูป เราต้องตั้งคำถามกันใหม่ “เราจะอยู่ด้วยกันยังไงก่อน มีความสงบพอสมควรที่จะเริ่มต้นคิดเรื่องปฏิรูปหรือเลือกตั้ง”

อีกมุมหนึ่งในฐานะจิตแพทย์ก็เห็น ทำไม? มนุษย์ถึงขัดแย้งกันอย่างนี้ แล้วทางออกจะอยู่ที่ไหน วันนี้...สิ่งที่เป็นความพยายามหนึ่งที่ทำกันอยู่ก็คือการเรียกร้องให้มีการเจรจา ตอบได้เลยว่าไม่มีทางสำเร็จ

“เพราะว่าไม่ได้เป็นการขัดแย้งของการเจรจาที่มีเรื่องที่เห็นชัดว่าจะตกลงผลประโยชน์ยังไง อย่างไร...เป็นการขัดแย้งของคนกลุ่มมากที่เป็นการขัดแย้งเรื่องการปกครอง เรื่องอำนาจ เรื่องการที่เราจะอยู่กันอย่างไร ความคิดเห็นจึงมีหลากหลายมากถึงแม้ใหญ่ๆจะมีสองแบบ...แต่อย่าไปคิดว่าจะมีแค่กลุ่มเกลียดทักษิณ กับรักทักษิณ...ไม่ใช่ เป็นเรื่องการขัดแย้งพื้นฐานกว่านั้น แล้วจะอยู่อย่างไรให้มีความสุข”

เจรจาอย่างไรก็ตอบทุกคนไม่ได้ สิ่งที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นจริงๆ ทางออกเดียวที่เป็นพื้นฐานที่สุดก็คือ “หลักนิติธรรม” หรือ “The Rule of Law” เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะพูดเป็นคนแรก มีคนพูดมาเยอะ แม้แต่ประเทศอังกฤษก็ไม่มีนิยามของคำว่าหลักนิติธรรมคืออะไร

อ้างอิงบุคคลที่ได้รับการเคารพนับถือของประเทศอังกฤษ อดีตประธานศาลฎีกา ที่มีบทบาทในการตัดสินคดีสำคัญๆหลายคดี “Tom Bingham” บรรยายสรุปเรื่องนิติธรรมเอาไว้

ทอมคนนี้ตอนเล็กๆครูบอกว่าเป็นเด็กที่ฉลาดในรอบ 100 ปี แล้วก็จบการศึกษาด้านกฎหมายจนกระทั่งไต่เต้าขึ้นมาถึงระดับสูงสุด เป็นผู้พิพากษาที่คนอังกฤษเคารพนับถือที่สุดคนหนึ่ง ท่านเองก็บอกว่า สิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือการปกครองมนุษย์ด้วยกันก็คือ หลักนิติธรรม เป็นพื้นฐานมากกว่าการเลือกตั้งเสียอีก...

ถ้าไม่มีเรื่องนี้ เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง...ในการทำให้มนุษย์อยู่ด้วยกันได้

เนื่องจากไม่มีนิยาม แต่ก็มี 8 องค์ประกอบ ไล่เรียงไปตั้งแต่ ข้อแรก...กฎหมาย ประชาชนทั่วไปต้องเข้าถึงได้ เข้าใจ กระจ่างชัดเจน ข้อที่สอง...คนเราจะปกครองกันใช้ดุลพินิจไม่ได้ ต้องว่ากันไปตามตัวบทกฎหมาย ไม่อย่างนั้นใครคนหนึ่งมาเป็นเผด็จการ คิดว่าเขาถูก...ก็บอกดุลพินิจเขาถูก คงไม่ไหว

“ทุกวันนี้ สังคมเราขัดแย้ง ทะเลาะกันหนัก ก็เพราะต่างคนก็ต่างใช้ดุลพินิจของตัวเอง ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย...ถ้ามนุษย์จะอยู่ด้วยกันได้”

ข้อที่สาม...ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

ถึงตรงนี้หลักที่จะทำให้มนุษย์อยู่ด้วยกัน...หลักนิติธรรมถ้าเรานึกภาพตาม เราก็ต้องรู้ก่อนว่าเราจะอยู่ด้วยกัน กฎคืออะไร นั่นคือข้อแรก...

ถัดมากฎก็ต้องบังคับกับทุกคน แล้วก็มาถึงข้อที่สาม...กฎก็คือกฎ ไม่ใช่ว่าคนนี้ตัวสูงกว่า คนนี้เป็นหัวหน้าชั้นก็เลยมีดุลพินิจได้มากกว่า

มาถึง ข้อที่สี่...สังคมเมื่อมีการขัดแย้งกันของมนุษย์ หลักของกฎที่ดี...นิติธรรมที่ดี ต้องมีที่ให้ละลายความขัดแย้ง “กฎหมายต้องมีช่องทางและกระบวนการแก้ไขข้อพิพาทที่จะคลายความขัดแย้ง” แล้วการคลายความขัดแย้งนี้จะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่แพงนัก

“บางทีการขัดแย้งมีราคา 5 บาท แต่ลงทุนละลายความขัดแย้ง 10 บาท...ก็ไม่คุ้ม ความยุติธรรมก็เลยผดุงลำบาก”

ข้อที่ห้า...กระบวนการยุติธรรมต้องเป็นธรรม

ข้อที่หก...ข้อนี้สำคัญมากที่สุด ถ้าไม่เกิดตรงนี้หลักนิติธรรมจะไม่มีประโยชน์เลย ภาษาอังกฤษเรียกว่า “The exercise of power” แปลเป็นไทยก็หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับ จะต้องใช้อำนาจอย่างสุจริตและเป็นธรรม เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนดในการใช้อำนาจนั้น

นั่นก็คือว่า “ใครมีหน้าที่ ใครมีอำนาจ...ต้องทำ”

นายแพทย์ธีระเกียรติ ย้ำว่า ศาลก็ทำหน้าที่ศาล ตำรวจก็ทำหน้าที่ตำรวจ ถ้ามีการตัดสินว่าผิดแล้ว...เราอย่าไปเรียกร้องเลยว่าให้นักการเมืองเขารับผิด จะไปกดดันคนโน้น...คนนี้ อย่าไปทำ เพราะเป็นการกดดันผิดที่ หลักนิติธรรมไม่ได้บอกเลยว่า คุณต้องรับผิด...เป็นการเรียกร้องในใจ

อย่าลืมว่า ตามหลักจิตวิทยาง่ายๆ “การเปลี่ยนใจคนนั้นยาก การเปลี่ยน...ถ้าจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขอให้เปลี่ยนระบบให้ทำงานได้ดีกว่า”

ยกตัวอย่างง่ายๆ รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามมานานแล้วที่อยากให้คนไทยไปเที่ยวเยอะๆ มีการทำสารคดี ทำให้คนรักญี่ปุ่น...แล้วคนไทยก็รักจริงๆ แต่ไม่มีช่วงไหนที่คนไทยไปเที่ยวมากเท่าในช่วงนี้ หลังจากที่เปลี่ยนการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ต้องมีวีซ่า “พยายามเปลี่ยนใจ...คนที่รักอยู่แล้วก็ไม่ได้เพิ่มรักมากขึ้น คนที่ไม่ได้รักจะไปเปลี่ยนยังไงก็ไม่เปลี่ยน อยากให้ไปมากขึ้น...เปลี่ยนระบบ ก็ได้ผล”

หลักนิติธรรมข้อที่ 6 นี้จึงเป็นหัวใจ เพราะว่าข้ออื่นที่พูดมาจะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าข้อนี้ไม่มี ส่วนอีกสองข้อที่เหลือเป็นเรื่องที่เราก็รู้กันอยู่แล้ว ข้อเจ็ด...กฎหมายต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และ ข้อแปด...

หลักทั้งหมดต้องอยู่ในกรอบตามกฎหมายสากล

วันนี้...ทางออกประเทศไทยที่หลายมุมมองกล่าวถึง ถ้าจะหาทางออกแบบไม่ตั้งคำถามผิด...ได้คำตอบถูกในช่วงเวลานี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นทางเดียวก็คือ ทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ให้ได้

“ถ้าจะมีการกดดันกันขึ้นไม่ว่าจะกลุ่มไหนก็ตาม ทุกคนควรจะไปกดดันให้คนที่ต้องทำหน้าที่รักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้องมีหน้าที่ตามข้อหกให้ทำงานตามอำนาจที่ต้องทำ”

สรุป...การที่มีเสียงบอกว่าไม่มีทางออกจึงไม่จริง ปัญหาวันนี้มีทางออก แต่เราเลือกจะไม่เดิน ที่ไม่เดินเพราะว่าเราตั้งโจทย์ผิด พอตั้งผิดก็ต้องคิดว่าเราต้องเดินทางนั้น...ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือเลือกตั้งก่อนปฏิรูป.

27 เม.ย. 2557 09:53 ไทยรัฐ