วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฮิวแมนไรท์ฯ ซัดไทยโหด ตื้บผู้ต้องหา

“ฮิวแมนไรท์ฯ” แฉไทยยังละเมิดสิทธิผู้ต้องหาด้วยการจับซ้อมทรมาน ระบุล้วนฝีมือคนในเครื่องแบบ โดยพบมากสุดในสามจังหวัดชายแดนใต้ ตามด้วยจังหวัดชายแดน ภาคเหนือในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด จี้รัฐบาลไทยเร่งหาแนวทางให้เจ้าหน้าที่รัฐเลิกการซ้อมผู้ต้องหา ทั้งแก้ไขกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจเกินขอบเขต ปรับปรุงระบบตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงชดเชยเหยื่อ

เว็บไซต์คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย องค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการพิทักษ์สิทธิมนุษยชน มีสำนักงานใหญ่อยู่ในฮ่องกง เขตบริหารพิเศษของจีน ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 เม.ย. เรียกร้องให้รัฐบาลไทยพิจารณาแนวทางยุติการซ้อมทรมานที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยอ้างอิงข้อมูลรายงานสรุปผลการสำรวจสถานการณ์ด้านการซ้อมทรมานในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2554-2556 จำนวน 135 หน้า จัดทำโดยเครือข่ายองค์กรสิทธิมนุษยชนในไทย ที่ยื่นต่อคณะกรรมาธิการต่อต้านการซ้อมทรมานแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นซีเอที) ช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่าทหาร ตำรวจ กองกำลังผสมระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและอาสาสมัครป้องกันตนเองในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ใช้การซ้อมทรมานด้วยวิธีการต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสอบปากคำ ถือเป็นการใช้กำลังรุนแรงละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ

รายงานสถานการณ์ซ้อมทรมานฉบับดังกล่าวเป็นการสัมภาษณ์และรวบรวมข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐทั่วประเทศไทยจำนวนทั้งหมด 92 ราย พบว่าพลเรือนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ตกเป็นเหยื่อการซ้อมทรมานจากเจ้าหน้าที่รัฐมากที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวบุคคลต่างๆได้โดยไม่ต้องมีการตั้งข้อหา ทั้งยังสามารถยื่นเรื่องขยายเวลาควบคุมตัวได้โดยไม่ต้องมีหลักฐานประกอบคดี และการซ้อมทรมานเกิดขึ้นทั้งในระหว่างการจับกุมและในช่วงที่ถูกควบคุมตัวตามสถานที่ต่างๆ

ส่วนพื้นที่ที่พบการซ้อมทรมานรองลงมาคือจังหวัดชายแดนทางภาคเหนือ ผู้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวพันการค้ายาเสพติดหลายรายถูกซ้อมทรมานให้รับสารภาพ รวมถึงมีการใช้หมายจับปลอมบุกเข้าไปตรวจค้นบ้านของผู้ถูกกล่าวหา และเจ้าหน้าที่จะยึดทรัพย์สินหรือยานพาหนะไป เนื้อหาในรายงานระบุว่าเป็นแนวทางปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่กระทำสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยประกาศสงครามต่อต้านยาเสพติดในอดีต แม้นโยบายดังกล่าวสิ้นสุดไปตั้งแต่ปี 2545 แต่เจ้าหน้าที่จำนวนมากยังใช้การซ้อมทรมานในการควบคุมตัวและดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหามาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนวิธีการซ้อมทรมานที่เจ้าหน้าที่รัฐไทยใช้กับผู้ถูกกล่าวหา มีตั้งแต่การบีบคอด้วยมือ หรือรัดคอด้วยเชือก การจับกดน้ำ การเตะหรือต่อยบริเวณลำตัว การใช้ไม้พันผ้าทุบตี การจับศีรษะโขกผนัง การบังคับให้กินอาหารหรือฉีดยาที่มี ผลต่อระบบประสาท ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาไม่รู้สึกตัว การใช้ผ้าคลุมศีรษะหรือปิดตา รวมถึงการใช้ไฟฟ้าช็อต ขณะที่ผู้ตกเป็นเหยื่อซ้อมทรมานบางรายถูกจับขังให้อยู่ในห้องที่เย็นจัดหรือร้อนจัด รวมถึงห้องที่มืดสนิทและห้องที่สว่างจ้า และบางรายระบุว่าเจ้าหน้าที่ข่มขู่ว่าจะฆ่าหรือทำร้ายสมาชิกในครอบครัวของตน นอกจากนี้ ผู้ถูกกล่าวหาจะถูกย้ายสถานที่ควบคุมตัวไปเรื่อยๆ และเจ้าหน้าที่ตามที่ต่างๆ จะใช้วิธีการซ้อมทรมานที่แตกต่างกันออกไป

ด้วยเหตุนี้นายบิโจ ฟรานซิส เลขาธิการคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งหาทางยุติการซ้อมทรมานที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบภายในประเทศ ในฐานะที่ไทยได้ลงนามและให้สัตยาบันในสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการซ้อมทรมานตั้งแต่ปี 2550 พร้อมเสนอให้รัฐบาลไทยแก้ไขกฎหมายในประเทศที่อาจเอื้อประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจเกินขอบเขต และควรปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงจัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการดูแลและชดเชยเหยื่อผู้ได้รับผลกระทบจากการซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐที่มีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและครอบคลุมมากขึ้น

27 เม.ย. 2557 04:28 ไทยรัฐ