วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สุดอนาถ! ด.ช.ลูกครึ่ง อยู่กับศพพ่อนาน 7 วัน

สุดอนาถ! ด.ช.ลูกครึ่ง อยู่กับศพพ่อนาน 7 วัน

  • Share:

สุดอนาถ! จนท.พบ ด.ช.ลูกครึ่ง ซึ่งมีอาการดาวน์ซินโดรม อยู่กับศพผู้เป็นพ่อนานกว่า 1 อาทิตย์ คาดอาจโรคประจำตัวกำเริบ ทำให้เสียชีวิตกะทันหัน ...


เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 เม.ย. 57 พ.ต.ท.วินัย โห้เหรียญ พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 107/12 ซ.เขาตาโล 10 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 1 ชั้น ซึ่งประตูหน้าบ้านถูกล็อกด้วยลูกกุญแจ เมื่อใช้อุปกรณ์ตัดกุญแจเข้าไป พบว่า มีกลิ่นเหม็นรุนแรงลอยตลบอบอวลอยู่ภายใน และพบ ด.ช.ลุค อติรุจ โรเรนสัน อายุ 9 ขวบ หนูน้อยลูกครึ่ง อยู่บริเวณห้องรับแขก ซึ่งมีซากแมลงวันตายจำนวนมาก ตรวจสอบภายในห้องนอนใหญ่ของบ้าน พบศพชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อคือ Mr.Robert Sorensen อายุ 36 ปี ชาวไอร์แลนด์เหนือ นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าเปลือยกายอยู่ปลายเตียง สภาพขึ้นอืด น้ำเหลืองไหลนองพื้น ตามร่างกายไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

จากการสอบถาม นางแววดาว สตอมเบิร์ก อายุ 27 ปี เพื่อนบ้าน ให้การว่า ตนได้กลิ่นเหม็น จึงพยายามมองหลังบ้าน แต่เห็นลูกชายผู้ตายเดินอยู่ในบ้าน จึงคิดว่าเป็นกลิ่นของอาหาร ต่อมาเมื่อกลิ่นรุนแรงขึ้น ประกอบกับไม่เห็นผู้ตายหลายวัน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ ทั้งนี้ ผู้ตายเคยแต่งงานกับภรรยาชาวไทย จนมีลูกคือ ด.ช.ลุค ซึ่งมีอาการทางสมอง (ดาวน์ซินโดรม) แต่ภายหลังได้เลิกรากับภรรยาไป และเลี้ยงลูกมาเพียงลำพัง โดยผู้ตายเป็นครูสอนภาษาอยู่ภายในซอยเขาตาโล เมื่อออกไปสอนภาษาก็จะขังลูกชายไว้ในบ้านเป็นประจำ

เบื้องต้นจากการตรวจสอบภายในบ้าน ไม่พบว่ามีทรัพย์สินสูญหาย หรือร่องรอยรื้อค้น ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตอาจมาจากโรคหอบหืด เพราะพบยารักษาโรคดังกล่าววางอยู่บริเวณหัวเตียง โดยผู้ตายอาจมีอาการกำเริบกะทันหันจึงเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วกว่า 7 วัน เพราะศพมีน้ำเหลืองไหลเต็มพื้น รวมทั้งในบ้านมีแมลงวันจำนวนมาก ส่วนลูกชายมีอาการทางสมอง จึงไม่ทราบว่าพ่อเสียชีวิต และไปซื้อยาฉีดยุงมาฉีดแมลงวันที่บินรบกวน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ฝากญาติข้างบ้านดูแลเด็ก พร้อมประสานไปยังแม่เด็กให้มารับตัว ขณะที่ศพผู้ตายนั้นต้องส่งไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้แพทย์ผ่าชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้