วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ไร่กำนันจุล

มัลเบอร์รี่ออกผลเต็มต้น ที่จุลฟาร์มสเตย์

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมและคณะขึ้นไปพักผ่อนบนเขาค้อเพื่อรับอากาศหนาวที่ยังคงความเย็นให้ได้สัมผัสเป็นช่วงสุดท้ายของฤดู ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ รับประทานอาหารอร่อยๆ นั่งดูพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาอย่างมีความสุข

ก่อนจะเดินทางไป ผมบอกพรรคพวกว่า ถ้าจะไปเขาค้อเราต้องแวะไปเยี่ยม ไร่กำนันจุล สักหน่อย ว่าแล้วก็ติดต่อไปที่ไร่ ได้รับคำตอบจาก คุณสุวรรณี ภรรยา คุณบรรจง คุ้นวงศ์ ว่ายินดีและดีใจมาก ที่ผมจะไปเยี่ยม เราจึงวางแผนการเดินทางโดยออกจากกรุงเทพฯ ประมาณสิบโมงเช้า แวะกินข้าวกลางวันที่ร้านบ้านสวนกริลล์เพลส ของเชฟอั๋น ที่อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี



จากนั้นก็เดินทางต่อไปยัง ไร่กำนันจุล ที่ตำบลวังชมภู จังหวัดเพชรบูรณ์

ผมไปถึงจุดนัดพบที่ร้านขายของฝากของไร่กำนันจุล เวลาเกือบสามโมงเย็น ได้พบ คุณสุวรรณี และลูกสาวคือ คุณสายขวัญ ไตรยสุนันท์ นำขนมและน้ำมัลเบอร์รี่เย็นชื่นใจมาต้อนรับ ได้คุยกันเรื่องเก่าๆ สมัยก่อนที่ผมเคยไปไร่กำนันจุลหลายครั้ง เพราะสนิทสนมคุ้นเคยกับลูกชายคนโตของกำนันจุล คือ คุณบรรเจิด คุ้นวงศ์ ที่เป็นเจ้าของ ไร่บีเอ็นอยู่แคมป์สนบนเขาค้อ ตั้งแต่สมัยที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติด้วยกัน ส่วน คุณบรรจง คุ้นวงศ์ ผู้เป็นน้องชาย ได้ดูแลไร่กำนันจุลกับภรรยาจนล่วงมาถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่สามแล้ว



นายจุล คุ้นวงศ์ หรือกำนันจุล เกิดเมื่อปี พ.ศ.2446 เป็นลูกคนจีนอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยความอยากเป็นเกษตรกร จึงได้อพยพครอบครัวไปอยู่ ต.วังชมภู จ.เพชรบูรณ์ ในปี พ.ศ.2479 เพื่อไปทำการเกษตรที่ตนเองรัก โดยทำการเกษตรหลายอย่าง แต่ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก คือ การปลูกส้มเขียวหวาน เป็นสวน ส้มเขียวหวาน ที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ประมาณ 70,000 ต้น และเป็นส้มเขียวหวานที่มีรสชาติอร่อยที่สุดในยุคนั้น มีผลผลิตมากถึง 14 ล้านกิโลกรัมต่อปี มากจนต้องบรรจุใส่ลังไม้ส่งไปขายถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ “ไร่กำนันจุล” จึงมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักตั้งแต่ตอนนั้น



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จไปทอดพระเนตรกิจการของไร่ เมื่อปี พ.ศ.2507 พระองค์ทรงชื่นชมในความมานะอุตสาหะของกำนันจุลและลูกๆ ได้พระราชทานรถแทรกเตอร์ Caterpilar D8 ให้แก่กำนันจุลเพื่อใช้ทำการเกษตร แต่หลังจากนั้น 3 ปีก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น คือเกิดโรครากเน่าระบาดไปทุกสวนส้ม ทำให้ต้นส้มตายหมดทั้งจังหวัด กำนันจุลจึงเลิกทำสวนส้ม แต่ก็ไม่ละความพยายาม เพราะยังมีลูกน้องที่ต้องดูแล และชาวบ้านที่เคยร่วมกันปลูกส้มรอความหวังอยู่ ประกอบกับ ผืนดินในเขต จ.เพชรบูรณ์ ขึ้นชื่อว่ามีความอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำซับขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลซึมจากใต้ดินตลอดปี จนเป็นที่มาของคำว่า “น้ำไหลทรายมูล” เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชทุกชนิด เมื่อดินดำน้ำชุ่มจะปลูกอะไรๆ ก็งอกงามดีหมด กำนันจุลจึงตัดสินใจหันไปทำการเกษตรอย่างอื่นแทน โดยตั้งปณิธานไว้ 3 ข้อว่า

1. ต้องเป็นอาชีพทางการเกษตรที่มีอุตสาหกรรมรองรับ มีการแปรรูป เพื่อความยั่งยืนและมั่นคง

2. ต้องเป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มากและคนในท้องถิ่น เป็นการตอบแทนสังคมและแผ่นดิน

3. ต้องเป็นอาชีพที่คนอื่นลอกเลียนแบบได้ยาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผลผลิตล้นตลาด

ต้องยอมรับว่ากำนันจุลเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ยาวไกลจริงๆ จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้กำนันจุลคิดปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทำเส้นไหมเป็นธุรกิจหลัก หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าไร่กำนันจุลเป็นผู้ผลิตเส้นไหมยืนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเป็นเส้นไหมที่ดีที่สุด ได้รับการพัฒนา จนมีคุณภาพสูงทัดเทียมของจีนและญี่ปุ่น ปัจจุบันเราสามารถลดการนำเข้าเส้นไหมยืนจากต่างประเทศได้แล้ว



ผู้ที่มีความรู้เรื่อง การทอผ้าไหม จะทราบดีว่า เส้นไหมยืน มีความสำคัญมากกว่าเส้นพุ่งหรือเส้นนอน เนื่องจากเป็นตัวกำหนด คุณภาพของผ้าไหมที่ทอขึ้นมา เวลาไปชมการทอผ้าไหมผมเป็นต้องนึกถึงปริศนาคำทายที่เคยถามกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ที่ถามว่า อะไรเอ่ย ทางโน้นก็ฟ้า ทางนี้ก็ฟ้า เรือชะล่าแล่นกลาง คำตอบคือ ทอผ้า เรือชะล่าหมายถึงกระสวยด้ายเส้นพุ่ง ที่วิ่งไปมาผ่านเส้นไหมยืนนั่นเอง

บริษัทจุลไหมไทย จำกัด ส่งเส้นไหมยืนไปขายในหลายจังหวัด เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น สุรินทร์ ลำพูน ซึ่งแต่ละแห่งล้วนเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมขึ้นชื่อของเมืองไทย นอก จากขายเส้นไหมแล้ว ก็มีการทอผ้าไหมเอง มีผลิตภัณฑ์จากไหม ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าคลุมไหล่ ผ้า พันคอ กระเป๋าถือ กรอบรูป และยังนำโปรตีนไหมมาผลิตเป็นเครื่องสำอาง เช่น ครีมล้างหน้า โลชั่น แชมพู รังไหมสำหรับขัดหน้า เป็นต้น ส่วนต้นหม่อนที่นำใบไปให้ตัวไหมกิน จะมีผลหม่อนหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่ามัลเบอร์รี่ (Mulberry) นอกจากรับประทานสดแล้ว สามารถนำมาแปรรูป เป็นน้ำมัลเบอร์รี่สกัดเข้มข้นที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นอกจากนี้ยังเอามาทำแยม ท็อปปิ้งสำหรับขนมเค้ก โดนัท พาย ไอศกรีม




ผลิตภัณฑ์อีกประเภทหนึ่งที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ จนเป็นเอกลักษณ์ของไร่กำนันจุลก็คือ “ปลาส้ม” ไร่กำนันจุลขุดบ่อเลี้ยงปลาใหญ่โตมโหฬารบนเนื้อที่ 4,000 ไร่ สำหรับเลี้ยงปลานานาชนิด เริ่มจากได้รับ พระราชทานพันธุ์ปลานิลจำนวน 56 ตัว จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้มาเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารแก่พนักงาน ต่อมาขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้น กินไม่หมดก็นำมาขายเป็นปลาสด ยังเหลืออีกจึงนำมาแปรรูปเป็นปลาส้ม โดยพนักงานเป็นผู้เริ่มทำ ปรากฏว่ารสชาติอร่อยถูกปาก จึงทำเป็นธุรกิจเสริมขายดิบขายดี ผมไปดูกรรมวิธีทำแล้วได้เห็นว่าเขาทำอย่างสะอาดถูกหลักอนามัย เนื้อปลาแต่ละชิ้นที่บรรจุในถุงพลาสติกสุญญากาศ เนื้อแน่น สด สะอาด จากบ่อเลี้ยงปลาแบบธรรมชาติ ที่มีระบบการไหลเวียน ของน้ำตลอดเวลา เลือกใช้วัตถุดิบอย่างดีมาเป็นส่วนผสมในการปรุงรส จึงทำให้ ปลาส้มของไร่กำนันจุล มีรสชาติมาตรฐาน อร่อยทุกถุง เป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่ง นอกจากปลาส้มแล้วก็มีปลาแดดเดียว แหนมปลา ปลาแผ่นกรอบ กุนเชียงปลา ปลาสวรรค์ ปลาเส้น ข้าวเกรียบปลารสชาติต่างๆ



อาชีพเสริมอีกอย่าง คือ สวนผลไม้ผสม ที่มีผลไม้หลายอย่าง ปลูกรวมกันในสวน และตอนนี้ได้กลับมาปลูกส้ม อีกครั้ง มีทั้งส้มโชกุน ส้มเช้ง ส้มโอ ปลูกกล้วย มะขาม มะม่วง และมะละกอ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่พึ่ง สารเคมี ทำให้ได้ผลผลิตดีมาก ขายเป็นผลสดส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งนำมาแปรรูปเป็นขนม เครื่องดื่ม ผลไม้อบแห้ง



เมื่อมีผลผลิตหลายอย่าง ก็ต้องมีช่องทางการจัดจำหน่าย จึงได้เปิดร้านค้าขึ้นตามที่ต่างๆ หลายสาขา สำหรับร้านที่วังชมภู เป็นร้านที่ใหญ่ที่สุด มีสรรพสิ่งให้เลือกซื้อ เลือกกิน เลือกใช้และซื้อกลับบ้านเยอะแยะไปหมด ใครที่ขับรถผ่านไปมาเส้นสระบุรี-หล่มสัก ก็แวะพักรถหาน้ำมัลเบอร์รี่เย็นๆดื่ม ซื้อปลาส้มและของดีอื่นๆ จากไร่กำนันจุลได้ตลอดเวลา หรือจะเข้าไปดู “จุลฟาร์มสเตย์” ที่มีกิจกรรมปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ดูบ่อปลา ชมสวนผลไม้ไร้สารพิษ หยิบกินสดๆ จากต้นได้เลยตามแบบวิถีชีวิตชาวไร่ ก็ไม่ผิดกติกาใดๆ




ขอขอบคุณ คุณสุวรรณี คุณสายขวัญ และพนักงานทุกคน ที่ดูแลผมและคณะเป็นอย่างดี ขอให้รักษามาตรฐานการผลิตและนำของดีๆ มีคุณภาพส่งไปขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้แก่ครอบครัว ชุมชนและท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าต่อไป โทร.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ 0-5677-1101-4 หรือ www.chulthai.com



นอกจากปลูกพืชต่างๆเองแล้ว ไร่กำนันจุล ยังรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านละแวกใกล้เคียง มาขายและแปรรูป เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ช่วยเหลือ สังคมและท้องถิ่นให้เข้มแข็งยั่งยืนบนความพอเพียงตามเจตนารมณ์ทั้ง 3 ข้อของกำนันจุล จึงไม่แปลกใจเลยที่ชื่อเสียงของไร่กำนันจุล จะยืนหยัดอยู่มาจนถึง 78 ปี และผมเชื่อว่าจะคงอยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน

สวัสดี....

 

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

26 เม.ย. 2557 11:50 26 เม.ย. 2557 12:01 ไทยรัฐ