วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คิดถึงวิทยา “มายาแห่งชีวิต”

คิดถึงวิทยา

หลายคนคงมีโอกาสได้ไปดูหนังเรื่อง “คิดถึงวิทยา” มาแล้ว ดิฉันเองก็มีโอกาสได้ไปดูมาตั้งแต่หนังเข้าฉายใหม่ๆหนังแบบ “คิดถึงวิทยา” ภาษาสมัย ใหม่เรียกว่าเป็นหนังประเภท “ฟีลกู๊ด” (Feel Good) คือ ดูง่ายๆสบายๆ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นหนังตลก หรือรักโรแมนติก แต่เป็นหนังที่ทำให้คุณอมยิ้มได้ขณะที่นั่งดู เรื่องราวของหนังไม่ซับซ้อน แต่ก็ลุ่มลึกพอที่จะให้ผู้ชมได้ค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่

สิ่งที่ดิฉันชอบมากที่สุดสำหรับหนังฟีลกู๊ด คือ หนังเปิดโอกาสให้เราตีความได้อย่างอิสระโดยไม่มีการชี้นำ หนังที่ฉายในโรงเดียวกัน ณ เวลาเดียวกัน อาจถูกตีความไป 100 อย่างจากผู้ชม 100 คนเลยก็ได้ นั่นเป็นเสน่ห์ของหนัง ที่ทำให้ผู้ชมแต่ละคนสามารถนำกรอบแห่งประสบการณ์ และจินตนาการมาใช้ตีความได้อย่างเต็มที่

“คิดถึงวิทยา” เปิดโอกาสให้คนดูได้ตีความตั้งแต่ชื่อเรื่อง หลายคนดูจบออกมาแล้วก็บอกว่าในหนังไม่เห็นมีคนชื่อวิทยาเลย แล้วตกลงวิทยานี่คือใคร ทำไมต้องคิดถึงคนชื่อ “วิทยา” บางคนตีความว่าคิดถึงวิทยา แปลว่า ศาสตร์แห่งความคิดถึง บ้างก็ตีความลึกซึ้งไปขนาดว่าวิทยา หมายถึง ความรู้แจ้งบางอย่างที่พระเอก นางเอก ได้ค้นพบ อะไรประมาณนั้น...

แต่ไม่ว่าชื่อหนัง หรือตัวหนังจะถูกตีความอย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขียนต้นฉบับนี้ รายได้ของ “คิดถึงวิทยา” ก็เกือบเข้าหลักร้อยล้านเต็มทีแล้วการได้ดูหนังที่สามารถใช้จินตนาการในการตีความอย่างเต็มที่ ทำให้ดิฉันแว่บคิดขึ้นมาว่า จริงๆแล้ว เราต่างก็มีความเป็น “ผู้กำกับมือโปร” ซ่อนอยู่ในตัวกันทุกคนเหมือนกันนะ

เคยคิดไหมคะว่า ถ้านิยามผู้กำกับ คือ “ผู้ที่มีหน้าที่กำกับในขั้นตอนการสร้างภาพยนตร์ โดยผู้กำกับภาพยนตร์มีหน้าที่สร้างจินตนาการจากบทหนัง แล้วถ่ายทอดความคิดทางด้านศิลปะออกมาตามแบบที่ตนเองต้องการ” ผู้กำกับอีกคนที่ช่างคิด ช่างจินตนาการ และสร้างหนังได้ปีละหลายแสน หลายล้านเรื่อง ขนาดที่นับกันไม่หวาดไม่ไหว ก็คือตัวคุณนั่นเอง

ผู้กำกับหนัง ใช้กล้อง และเทคนิคต่างๆในการบอกเล่าเรื่องราวให้โลดแล่นบนจอ แต่คุณใช้ “จิต” ในการสร้างเรื่องราวขึ้นภายในใจ ผู้กำกับบางคนคิดเรื่องราวของหนังจากจินตนาการ บ้างก็ได้จากการค้นคว้า บ้างก็ได้มาจากชีวิตจริง ส่วนคุณคิดเรื่องราวได้ทันทีเมื่อมีการรับรู้เกิดขึ้นทางผัสสะทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

ผู้กำกับหนังใช้เวลานับปีในการสร้างภาพยนตร์แต่ละเรื่อง ในขณะที่คุณใช้เวลาเพียง 1 ชั่วขณะจิต (ซึ่งเป็นความไวที่สูงกว่าความไวแสงหลายเท่าตัว) ในการสร้างเรื่องราวขึ้นในใจ ผู้กำกับหนังปรับแต่งเรื่อง ราวให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้ชม ส่วนคุณปรับแต่งเรื่องราวที่สร้างขึ้นตามแต่ความคิดปรุงแต่งของคุณจะพาไป

ภาพที่ตามองเห็น เสียงที่หูได้ยิน รสชาติที่ลิ้นรับรส สัมผัสที่มากระทบกาย และอารมณ์ที่มากระทบใจ ล้วนแล้วแต่เป็นกลไกที่นำไปสู่การสร้างและปรุงแต่งเรื่องราวในใจเราทั้งนั้น

ผู้กำกับหนัง สามารถทำให้คุณ “อิน” กับหนังที่คุณจ่ายเงินเข้าไปดูฉันใด คุณก็สามารถ “อิน” กับเรื่องราวที่คุณสร้างขึ้นในใจได้ฉันนั้น

...สิ่งที่ต่างกันก็คือ หนังที่คุณจ่ายเงินเข้าไปดูมีบทอวสานหรือบทจบของเรื่องที่ชัดเจน ส่วนเรื่องราวในใจคุณดูเหมือนจะฉายต่อไปได้เรื่อยๆ จากเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่งอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

บางเรื่องก็เป็นแค่หนังสั้นที่จบลงได้อย่างรวดเร็วตามความคิดปรุงแต่งที่เกิดขึ้นแล้วดับไป แต่บางเรื่องก็เป็นหนังยาวที่เกิดจากการปรุงแต่งที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น “หนัง” ของเพื่อนดิฉันคนหนึ่ง เมื่อปีที่แล้ว เธอโทร.มาร้องไห้เพราะเพิ่งทราบข่าวร้ายว่าสามีเป็นมะเร็ง ตลอดเวลาที่คุยกันเกือบครึ่งชั่วโมงนั้น เธอมีแต่ความกังวลว่าสามีจะเจ็บปวดขนาดไหน และชีวิตครอบครัวเธอจะเปลี่ยนไปอย่างไร

...หนึ่งปีผ่านไป อาทิตย์ที่แล้ว ดิฉันได้เจอเพื่อนคนนี้โดยบังเอิญ เธอดูเหนื่อยล้ามาก บอกว่าที่ผ่านมาเธอทุกข์เหลือเกิน เพราะคิดถึงแต่เรื่องสามี และอนาคตที่จะต้องอยู่ตัวคนเดียวตลอดเวลา

นี่แสดงว่าเธอวนเวียนอยู่กับหนังเรื่องเดิม บทเดิมๆ มาตลอด 1 ปีเต็ม ทั้งๆที่วันนี้เธอก็ยังมีสามีที่รักอยู่เคียงข้าง และก็พร้อมที่จะต่อสู้กับโรคร้ายด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง นี่เองคือสิ่งที่ครูบาอาจารย์ทางธรรมท่านว่าไว้ ความคิดที่มีต่อความตายเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าความตายมากนัก

เราเคยชินกับเรื่องราวที่สร้างจากความรู้สึกอันเกิดจากการกระทบของผัสสะเสียจนหลงคิดไปว่านั่นคือเรื่องราวที่เป็นจริง ทั้งๆที่มันเป็นเพียงแค่สิ่งที่เกิดจากการปรุงแต่งเท่านั้น

ในทางพุทธศาสนา รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และอารมณ์ ล้วนแต่เป็นมายา แต่ถ้าเรายังต้องอยู่กับ “มายา” และยังคงต้องเป็นผู้กำกับมือโปรที่คอยสร้างหนังป้อนให้กับใจตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในวันนี้ก็คือ เลือกสร้างหนังประเภท “ฟีลกู๊ด” ให้ตัวเองได้อมยิ้มบ่อยๆ นะคะ.

ภัสวลี นิติเกษตรสุนทร

26 เม.ย. 2557 11:26 26 เม.ย. 2557 11:26 ไทยรัฐ