วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใหม่ปิ่นเกลียว...ปลุก “ชูชก” ศรัทธา...พรรษา 58 เจ้าอาวาส

โดย ก้อง กังฟู

ก่อนจ่ายแจกหลวงพ่อจะบริกรรมคาถาอีกที.

พุทธศาสนิกชน...ผู้ถวายตัวเป็นทาสองค์พระศาสดา “พระพุทธเจ้า” ด้วยศรัทธา...

นอกจากจะ เชื่อมั่นในพระธรรม อันเป็นคำสั่งสอนของพระองค์แล้ว ยังมี ความเลื่อมใสต่อพุทธตำนาน ด้วย อรรถกถา แต่ละบทใน พระไตรปิฎก เป็น ปริศนาธรรมเตือนสติสอนใจ...

จุดประกายให้เกิดปัญญา ส่วนจะเข้าถึง ลึกซึ้ง นิยมเลื่อมใส ศรัทธายาวนานแค่ใด...นั่นก็แล้วแต่!!

O O O



ชูชก...เป็นหนึ่งของ เอกบุรุษแห่งทศชาติ ซึ่งเป็น 10 ชั่วสุดท้ายที่พระพุทธองค์เสวยอายุเพื่อบำเพ็ญบารมี ก่อนจะขึ้นประสูติกาลเป็น เจ้าชายสิทธัตถะ แล้วบรรลุเป็น บรมศาสดาแห่งพระพุทธศาสนา

บุรุษท่านนี้มีบทบาทให้พระเวสสันดร (พระพุทธเจ้าในชาติที่ 10) ได้บริจาคทานที่ยิ่งใหญ่ ด้วยบุตรและธิดา สมบัติชิ้นสุดท้ายอันก่อเกิดจากสายเลือด...สั่งสมมหาบารมีก่อนประสูติเป็นมนุษย์โลก ปัจจุบัน...!!

จึงถือว่า...ชูชกเป็นองค์ประกอบสำคัญ มิยิ่งหย่อน พุทธศาสนิกชนจึง สร้างรูปหรือตัวแทนขึ้น กราบไหว้บูชา ...สนองพลังความ เลื่อมใส...!!

O O O

แต่...บางกลุ่มก็มองว่า “ชูชก” เป็นบุรุษโทษ ทุจริต คดโกง เจ้าเล่ห์เพทุบาย ปลิ้นปล้อน หลอกลวง เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น เห็นแก่ตัว ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักประมาณตน...ฯลฯ

...ในที่สุดก็ เสียชีวิตอย่างน่าสมเพช เวทนา เพราะกินจนท้องแตกตาย...จึง ไม่ควรยกขึ้นมาบูชา

...พฤติกรรม “ชูชก” ละครตัวเดียวสามารถแตกประเด็นและมองมุมต่าง ให้จำแนกได้ทั้งในด้านบวก-ลบ มืด-สว่าง ดี-เลว...ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองในมุมใด

ความสำคัญที่เกิดขึ้น ในความเลวร้ายนั้นอาจเป็นบทเรียนที่ดี....ก็ย่อมได้...!



O O O

ซึ่ง...หากศึกษากันอย่างถ่องแท้แล้ว “ชูชก” ถูกออกแบบขึ้นมาในเสรีวาณิชชาดก ก่อนจะมาเกิดในทศชาติ ตั้งแต่ชูชกกับพระเวสสันดรเป็นเพื่อนพ่อค้าเร่ด้วยกัน เพื่อ ให้เห็นในด้านมืดอันเป็นฝั่งตรงกันข้ามกับด้านสว่าง หรือ...ด้านดีของ พระเวสสันดร

ละครตัวนี้เป็นวัคซีนที่ดีในการปกป้องพระพุทธศาสนา แม้ในชาติพระพุทธองค์ประสูติเป็น เจ้าชายสิทธัตถะ ก็ยังตามมาเกิดเป็นพระญาติคือ “เจ้าชายเทวทัต” คอยอิจฉาและสร้างความแตกแยกแก่หมู่สงฆ์

...จึงเกิดศีลในบางข้อ ใน 227 เพื่อดึงให้หมู่สงฆ์มีความสมานสามัคคี สร้างพลังความแข็ง แกร่งให้กับพระพุทธศาสนาให้อยู่ยั่งยืนยง...กระทั่งถึงทุกวันนี้

O O O

ความศรัทธาต่อ “ชูชก” ในบ้านเรานั้นมีมาเนิ่นนาน ส่วนจะเท่าใดหรือตั้งแต่สมัยใดไม่มีบันทึกเป็นหลักฐาน ถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4” ได้สร้าง “ชูชก” เป็นไม้แกะสลัก ไว้ ณ วัดทรงธรรม พระประแดง...ปัจจุบันก็ยังประดิษฐานอยู่

ส่วน...วัดต่างๆหรือพระเกจิอาจารย์ท่านอื่นๆก็ยังมีการสืบสานในการสร้าง “ชูชก” กันบ้างเช่นกัน ทั้งที่เข้มขลัง โด่งดัง และเงียบเหงาถึงต้องเลิกท่าล่าถอยไปเลยก็ไม่น้อย

หนึ่งในนี้ก็มี หลวงพ่อสมพงษ์ ธีรธัมโม เจ้าอาวาสวัดใหม่ปิ่นเกลียว นครปฐม รวมอยู่ด้วย...!!

O O O

หลวงพ่อสมพงษ์...เป็นชาวชัยนาท อำเภอหันคา เกิดเมื่อปี 2479 เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เมื่ออายุครบบวช (2499) หลังผ่านพ้นวัยเกณฑ์ทหาร ณ พัทธสีมา วัดท่ากฤษณา เพียงเพื่อตามประเพณี

แต่พออยู่ไป...มีความสุขและซาบซึ้งในเพศบรรพชิต จึงไม่ยอมลาสิกขา และด้วยความสนใจเกี่ยวกับวิชาอาคม จึงได้เดินทางไปเรียนศาสตร์ต่างๆทั้งในด้านพุทธาคมและไสยเวทกับ หลวงพ่อดัด วัดท่าโบสถ์ กับ หลวงพ่อสด วัดหางน้ำสาคร...กระทั่งมีความรู้พอตัวแล้ว จึงธุดงค์มานครปฐม

O O O

ช่วงแรก...จำพรรษาอยู่ วัดพระงาม ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ หลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอม ศึกษาความรู้ต่างๆรวมถึงการลงอักขระเลขยันต์ ต่อมาจึงมาขอเป็นศิษย์ หลวงพ่อพูน เกสโร วัดใหม่ปิ่นเกลียว และย้ายมาพำนักด้วย เพื่อปรนนิบัติเป็นศิษย์ก้นกุฏิ กระทั่งได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อ

หลวงพ่อสมพงษ์มีชื่อเสียงในด้านการรับพยากรณ์โชคชะตา ทำนายได้แม่นยำ จึงได้รับความเลื่อมใสศรัทธาต่อศิษยานุศิษย์เป็นยิ่ง อดีตเมื่อราวๆ 10 ปีที่แล้ว พวกเขาเหล่านั้นได้ร้องขอให้สร้างเครื่องรางของขลัง

...ด้วยมุมมองที่เป็นบวกจึงได้สร้าง “ชูชก” สนองประสงค์

O O O



ครานั้น...หลายคนที่ได้ไปมีประสบการณ์ในทางที่ดี อาทิ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง นักร้องชื่อดัง หลังรับ “ชูชก” จากหลวงพ่อสมพงษ์ไปบูชา รู้สึกว่า วิถีชีวิตดีขึ้น “...มิใช่เพื่อขอ แต่เรามีกำลังใจ มีความอุตสาหะในการทำงาน เมื่อทำงานดีก็ได้รับความเมตตา เสน่ห์คือรายได้เข้ามาไม่ขาดมือ...” เขาบอกอย่างนั้น



อญิษฐา ชูทอง อีกรายที่บอกว่า “...ก่อนนั้นธุรกิจไม่มีเสถียรภาพ พอได้ชูชกจากหลวงพ่อมาบูชา รู้สึกว่ามันมีอะไรๆที่ดีขึ้น เช่น ลูกค้าเก่ากลับมา มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น แม้จะเป็นพลังอันลึกลับแต่มันก็มีรูปธรรมเกิดขึ้นอย่างทันตาเห็น...”

...การจ่ายแจก “ชูชก” ของหลวงพ่อสมพงษ์ครั้งนั้น มีกระแสไม่เห็นด้วย ตามติดเช่นกัน จาก สำนึกเกรงต่อโลกวัชชะ...หลวงพ่อจึงพักไว้เพียงนั้น...

O O O



ล่วงถึงศักราชนี้ (2557) ศิษยานุศิษย์ก็ยังกราบภาวนาให้หลวงพ่อสมพงษ์สร้าง “ชูชก” อีกรุ่น

...ซึ่งก็เห็นว่าเว้นระยะคาบเวลามายาวนานถึงหนึ่งทศวรรษ และเป็นช่วง ครบ “พรรษา 58” อันเป็น บั้นปลายชีวิต จึงตัดสินใจสร้าง พ่อปู่ชูชก “มงคลเศรษฐี แช่น้ำมนต์” องค์ลอยบูชาเนื้อโลหะทองสำริดสูง 1 นิ้ว

โดย...ถือฤกษ์สงกรานต์ 14 เมษายนทำพิธีปลุกเสกน้ำมนต์มงคลเศรษฐี แล้ว เอาพ่อปู่ชูชกลงแช่จนครบ 20 วัน ในฤกษ์ ดาวจันทร์เสวยดาวอารทรา นักษัตรที่ 6 เทวีฤกษ์ 4 พฤษภาคมจะ ช้อนพ่อปู่ฯขึ้นปลุกเสก ด้วยมงคลเวทให้เต็มสูตรตลอดวันตลอดคืน...

...แล้วเสร็จ จะเข้มขลังหรือไม่ นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า...เข้าถึง และ ศรัทธา แค่ไหน...!!

 

ก้อง กังฟู

26 เม.ย. 2557 09:24 ไทยรัฐ