วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

• ไกด์ปีนเขาชาวเชอร์ปา • ชีวิตปริศนาท้ามัจจุราช

เส้นทางมรณะ–แฟ้มภาพเมื่อ 22 พ.ค. 2556 นักปีนเขาที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ เดินลงมาตามเส้นทาง “คุมบู ไอซ์ฟอล” บริเวณที่เกิดหิมะถล่มเมื่อ 18 เม.ย. คร่าชีวิตไกด์ปีนเขาชาวเชอร์ปาในเนปาลรวดเดียวถึง 16 คน (เอพี)

ทั่วโลกรู้จักกิตติศัพท์ชนเผ่า “เชอร์ปา” มายาวนาน ในฐานะ “ไกด์” หรือ “ผู้นำทาง” ให้นักปีนเขาที่มุ่งมั่นพิชิต “เอเวอเรสต์” ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก (8,850 เมตร) มีผู้เปรียบไกด์ชาวเชอร์ปาเป็น “ผู้ปิด ทองหลังพระ” ใช้ชีวิตเสี่ยงอันตรายสุดๆ เพื่อช่วยให้ฝันของนักผจญภัยที่หวังพิชิตเอเวอเรสต์เป็นความจริง

เมื่อ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา เกิดโศกนาฏกรรมน่าเศร้าที่ทำให้ไกด์ชาวเชอร์ปาในเนปาลเสียชีวิตถึง 16 คนจากหิมะถล่ม นับเป็นอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตนักปีนเขามากที่สุดในครั้งเดียวในประวัติศาสตร์

เหตุร้ายเกิดขึ้นหลังกลุ่มไกด์ชาวเชอร์ปาหลายสิบคน เดินทางออกจากค่ายฐานหรือ “เบสแคมป์” เพื่อสำรวจเส้นทาง วางเชือกและเต็นท์ เตรียมความพร้อมให้ลูกค้านักปีนเขาชาวต่างชาติ ก่อนฤดูปีนเขาจะเริ่มขึ้น แต่เมื่อขึ้นไปถึงความสูงราว 5,800 เมตร บริเวณ “ทุ่งป๊อปคอร์น” บนเส้นทาง “คุมบู ไอซ์ฟอล” หนึ่งในเส้นทางอันตรายที่สุดบนยอดเขาเอเวอเรสต์ทางฝั่งใต้ (เซาท์โคล) ก็เกิดหิมะและแผ่นน้ำแข็งขนาดยักษ์ถล่มมหาวินาศ

ชาวเผ่าเชอร์ปา ซึ่งในภาษาทิเบตแปลว่า “คนตะวันออก” อพยพมาจากชายขอบตะวันออกของดินแดนที่เป็น “ที่ราบสูงทิเบต” ในปัจจุบัน เมื่อราว 30,000 ปีก่อน และตั้งรกรากอยู่ในเขตภูเขาสูงรอบๆเนปาลและทิเบต

ชาวเผ่าเชอร์ปาซึ่งเดิมเป็นเกษตรกรและพ่อค้าปรับตัวได้ดีกับชีวิตบนที่สูง แต่ยุคแรกๆ ยังไม่เป็นนักปีนเขาผู้เก่งกาจอะไร จนทีมนักสำรวจชาวอังกฤษเข้าไปในพื้นที่เมื่อต้นศตวรรษ 1900 และเริ่มจ้างชาวเชอร์ปาให้เป็นผู้นำทางขึ้นไปสำรวจยอดเขาเอเวอเรสต์เป็นเวลาหลายปีแต่ไม่สำเร็จ



กระทั่ง “เซอร์ เอ็ดมันด์ ฮิลลารี” นักผจญภัยชาวนิวซีแลนด์ สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จเป็นคนแรกของโลกเมื่อวันที่ 29 พ.ค.1953 และผู้ที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาบนยอดเขาเอเวอเรสต์ในวันนั้นคือ “เทนซิง นอร์เก” ไกด์ชาวเชอร์ปาคู่ใจ ทำให้ทั้งคู่โด่งดังไปทั่วโลก

จริงๆแล้ว ชาวเผ่าเชอร์ปาไม่ได้เป็นไกด์ปีนเขาเฉพาะที่เอเวอเรสต์เท่านั้น แต่มียอดเขาอื่นๆในภูมิภาคนั้นด้วย รวมทั้ง “เคทู” (K2) ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก (8,611 เมตร) บนเทือกเขาการาโกรัม ซึ่งเชื่อมต่อกับแนวเทือกเขาหิมาลัยทางด้านตะวันตก ระหว่างพรมแดนจีนกับปากีสถาน

นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นไกด์ปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ก็ไม่ใช่มาจากเผ่าเชอร์ปาเท่านั้น แต่เป็นชาวเขาเผ่าอื่นด้วย แต่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับชาวเชอร์ปา จึงถูกเรียกเหมารวมว่าไกด์ชาวเชอร์ปา

ไกด์ชาวเชอร์ปาจะทำหน้าที่ทั้งแบกหามสัมภาระ บุกเบิกเตรียมเส้นทางให้นักปีนเขาชาวต่างชาติ ซึ่งทุ่มเงินคนละหลายแสน หรือนับล้านบาทไปปีนยอดเขา งานของพวกเขาจึงเสี่ยงอันตรายอย่างที่สุด ที่เสียชีวิตไปก็ไม่น้อย แต่ไม่ค่อยตกเป็นข่าว ต่างจากเมื่อมีชาวตะวันตกเสียชีวิต มักเป็นข่าวครึกโครม

ตั้งแต่เซอร์ เอ็ดมันด์ ฮิลลารี พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้เป็นคนแรกเมื่อเกือบ 61 ปีก่อน

มีนักปีนเขาสังเวยชีพที่นั่นแล้วกว่า 300 คน

และส่วนใหญ่เป็นไกด์ชาวเชอร์ปานั่นเอง

บนเส้นทาง “คุมบู ไอซ์ฟอล” ซึ่งเกิดโศกนาฏกรรมครั้งล่าสุด ปกตินักปีนเขาชาวตะวันตกจะไต่ข้ามเส้นทางนี้แค่ 2-4 ครั้งเท่านั้น ก่อนขึ้นสู่ระดับต่อไป แต่ไกด์ชาวเชอร์ปาต้องไต่ข้ามกลับไปกลับมา 15-20 ครั้ง เพื่อบุกเบิกทางให้ คิดดูก็แล้วกันว่าอัตราเสี่ยงตายสูงกว่ากันกี่เท่า

แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็เต็มใจเสี่ยง เพราะนอกจากจะเป็นอาชีพที่เป็นวัฒนธรรมตกทอดกันมายาวนานแล้ว ยังมีรายได้ดีมาก ตกถึงปีละ 7,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 224,000 บาท) มากกว่ารายได้เฉลี่ยของชาวเนปาลทั่วไปถึง 10 เท่า ยิ่งบางคนที่มีประสบการณ์สูงฝีมือขั้นเทพ อาจมีรายได้มากกว่านั้น โดยรายได้ส่วนใหญ่ของไกด์ชาวเชอร์ปาจะอยู่ในช่วงฤดูปีนเขานานแค่ 2-3 เดือนในแต่ละปี

ด้วยเหตุที่มีรายได้สูงและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ไกด์ชาวเชอร์ปาจึงมีฐานะดี ได้รับการเคารพยกย่องในสังคมอย่างสูง บางคนไม่ต่างจากวีรบุรุษ หรือ “ร็อกสตาร์” เช่นเดียวกับทหารรับจ้างชาวเผ่า “กุรข่า” ซึ่งมีกิตติศัพท์โด่งดังไปทั่วโลก

ไกด์ชาวเชอร์ปายังขึ้นชื่อเรื่องความ “อึด” ทรหดอดทนเป็นเลิศกว่าคนทั่วไป นายราสมุส นีลเซน ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับวงศ์วานว่านเครือของชาวเผ่าเชอร์ปาระบุว่า สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะคุณลักษณะทางกายภาพเฉพาะตัวของชาวเชอร์ปา ซึ่งไม่พบในมนุษย์ที่ใดไหนอื่นบนโลกใบนี้ แม้แต่ชนเผ่าอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ตามภูเขาสูงเช่นเดียวกัน เช่นบนเทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้

ความแตกต่างที่ว่าก็คือ ยิ่งขึ้นไปอยู่ในภูมิประเทศที่สูงจากระดับน้ำทะเลมากๆ ร่างกายของชาวเผ่าเชอร์ปาจะผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนน้อยลง ซึ่งตรงข้ามกับธรรมชาติมนุษย์ทั่วไป คุณลักษณะที่ว่านี้ ทำให้ชาวเชอร์ปาสามารถทำงานหนัก ทรหด อดทน และมีภูมิคุ้มกันจากการเจ็บป่วยในระยะยาว

และเรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้!

 

บวร โทศรีแก้ว

26 เม.ย. 2557 08:42 26 เม.ย. 2557 08:43 ไทยรัฐ