วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การ์ดกปปส.เหิม ยิงทืบพ.อ. แค่ยกกรวยออก

พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รอง ผอ.กองวิเทศสัมพันธ์ ถูกกลุ่มการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ ใช้ปืนยิงใส่และรุมทำร้ายอาการสาหัสระหว่างลงจากรถไปยกกรวยขวางทางกลับบ้าน.

รุมยำน่วมซอยแจ้งวัฒนะ7เทือกชวนบินไทยเผด็จศึกเช็กวงจรปิดล่าฆ่า‘ไม้หนึ่ง’

“เฉลิม” ไม่สนใจ “เทือก” ใช้เท้าเหยียบแถลงการณ์ ศอ.รส. เย้ยเป็นอาการบ้าระห่ำ ไร้พรรคพวก ขนาดพวกเดียวกันยังทะเลาะ ชักฉุนการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะอาละวาดยิงคนไม่เลือกหน้า ขู่อาจตัดสินใจแรงๆใช้ยุทธวิธีดาวล้อมเดือนบุกจับแกนนำม็อบ “กำนันเทือก” นำขบวนเข้าการบินไทยกล่อมร่วมม็อบวันเผด็จศึก ม็อบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านสุดทน เตรียมรวมตัว 5 หมื่น ทวงคืนกระทรวงมหาดไทย ด้านกลุ่มเที่ยงตรงจัดกิจกรรมจำลองลงประชามติชูนายกฯเลือกตั้ง ส่วนคดีสังหาร “ไม้หนึ่ง” ยังไม่คืบได้แต่พยานแวดล้อม พนักงานสอบสวนยังไม่ทิ้งทุกประเด็น รอสอบปากคำ “อาจารย์หวาน” สาวคนสนิท ขณะที่ พ.อ.ถูกยิงเผยแค่ขับรถกลับบ้านลงไปหยิบกรวยขวางทางโดนรุมยิง หัวหน้าการ์ดยอมรับเข้าใจผิด รุดขอโทษถึงโรงพยาบาล ส่วนเอ็ม 79 ตกที่เดลินิวส์ ศอ.รส.บอกใบ้สาเหตุมาจากเสนอภาพ-ข่าว ทำให้ กปปส.เสียหาย

สถานการณ์การเมืองนานวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการใช้อาวุธทั้งปืนและระเบิดก่อเหตุไม่เว้นแต่ละวัน ล่าสุดเหยื่อความรุนแรงเป็นถึงนายทหารยศพันเอก สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย โดนการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ อ้างเข้าใจผิดรุมยิงและทำร้ายปางตาย

ตำรวจเร่งสางปมยิง “ไม้หนึ่ง”

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาร-พิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 พ.ต.อ.สาโรช ซุ่นทรัพย์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.อ.สง่า กรร-ภิรมย์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนร่วมกันประชุมคลี่คลายคดี และติดตามคนร้ายก่อเหตุยิงนายกมล ดวงผาสุก หรือ “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” แกนนำกลุ่มปฏิญญาหน้าศาลและกวีเสื้อแดงเสียชีวิต เหตุเกิดตอนกลางวันแสกๆที่บริเวณลานจอดรถร้านอาหารครกไม้ไทยลาว ซอยลาดปลาเค้า 24 เขตลาดพร้าว กทม. เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ก่อนเริ่มประชุม พล.ต.อ.เอก และ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มอบเงินเยียวยาให้กับ น.ส.รุจิรา จารุพันธ์ อายุ 44 ปี ภรรยานายกมล หรือไม้หนึ่ง ก.กุนที จำนวน 100,000 บาท

คดีไม่คืบมีแต่พยานแวดล้อม

พล.ต.อ.เอกกล่าวภายหลังการประชุมนานเกือบ 2 ชม.ว่า ได้รับรายงานจากฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวนคดีว่ามีการสอบปากคำพยานบุคคลในที่เกิดเหตุไปทั้งหมด 12 ปาก ผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เข้ามาพบกับผู้ตาย ร่วมรับประทานอาหาร จนกระทั่งเกิดเหตุและพาผู้ตายไปส่งที่โรงพยาบาล ส่วนวัตถุพยานในที่เกิดเหตุทั้งปลอกกระสุนและหัวกระสุนที่พบ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์วิถีกระสุนและแผนประทุษกรรมคนร้ายจะสอบสวนในส่วนนี้ ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อที่จะค้นหาภาพเบาะแสในการสืบสวนหาตัวคนร้าย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบยืนยันวัตถุพยานและภาพจากกล้องทีวีวงจรปิด เพื่อพิจารณาว่าสอดคล้องกับคำให้การพยานอย่างไร และคงจะต้องเสาะแสวงหาพยานบุคคลเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุที่อาจจะได้ยิงเสียงปืน หรือเห็นเหตุการณ์ก่อนหลังที่พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบอยู่

ยังไม่ตัดสาเหตุทุกประเด็น

เมื่อถามว่า การที่ผู้ตายมีการเคลื่อนไหวในการยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรที่ออกมาต่อต้านการเคลื่อนไหวดังกล่าวด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.เอก ตอบว่าหลักการทำงานสืบสวนเราไปตรวจที่เกิดเหตุ ยังไม่สามารถสรุปยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุหรือกลุ่มคนไหน หากสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าใครเป็นคนร้าย คงจะชัดเจนว่ามีสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใด เมื่อถามอีกว่ากรณีที่ผู้ตายไปร้านที่เกิดเหตุดังกล่าวเป็นประจำจะเรียกคนใกล้ชิดมาสอบเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.อ.เอกตอบว่า พยานทุกปากที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนายกมล ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักส่วนตัวหรือเคยร่วมงาน ยินดีที่จะสอบสวนทั้งหมด ส่วนการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคนใกล้ชิดที่เดินทางไปด้วยกัน คงจะต้องพิจารณาว่ามีส่วนสนับสนุนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ผบช.น.เผยวงจรปิดเห็นมือปืนชัด

ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกชุดที่คลี่คลายคดีรีบดำเนินการและนำมาชี้แจงที่ประชุมครั้งต่อไป ส่วนกลุ่มคนร้ายก่อเหตุเป็นคนในเครื่องแบบหรือไม่ จากลักษณะการยิงเป็นคนที่มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ขอเวลาตรวจสอบสักระยะ แต่กล้องวงจรปิดเห็นภาพคนร้ายชัดเจน และเป็นประโยชน์กับการสืบสวนค่อนข้างมาก ต้องขอเวลาสักระยะ โดยการที่ต้องจำลองเหตุการณ์ก็มีประโยชน์ เพราะว่าจะสามารถบอกเส้นทาง ระยะเวลาได้ คนร้ายขับรถติดตามและเฝ้าจุดมาจากไหน ยืนยันจะสามารถคลี่คลายคดีดังกล่าวได้อย่างแน่นอน ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องการเมือง ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำ น.ส.สุดา รังกุพันธ์ หรืออาจารย์หวาน อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แกนนำกลุ่มปฏิญญาหน้าศาลผู้ใกล้ชิดกับผู้ตายแต่ยังไม่สะดวกให้เบาะแส รวมถึงโทรศัพท์มือถือของผู้ตายที่หายไปกำลังติดตามว่าอยู่กับใคร เพราะอาจมีข้อมูลสำคัญในการติดต่อบุคคลอื่นที่สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์คลี่คลายคดีได้

พุ่งเป้าสอบ “อจ.หวาน” สาวคนสนิท

ที่ สน.โชคชัย พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนเเละฝ่ายสอบสวนเเบ่งหน้าที่กันทำอย่างเต็มที่ โดยฝ่ายสอบสวนได้สอบปากคำพยานเเวดล้อมเเละพยานใกล้ชิด มีทั้งญาติพี่น้องเเละภรรยาของนายกมลพบว่า นายกมลเเละภรรยายังไม่ได้หย่าร้างกัน ก่อนวันเกิดเหตุนายกมลไม่ได้กลับบ้านมา 2-3 วันเเล้ว ทั้งนี้ พยานใกล้ชิดอีก 3 คนที่ไปนั่งรับประทานอาหารด้วยวันเกิดเหตุ 2 คนได้สอบปากคำเรียบร้อยเเล้ว เหลือเเต่ น.ส.สุดา รังกุพันธ์ หรืออาจารย์หวาน ที่ยังปฏิเสธมาให้ปากคำ เนื่องจากยังทำใจไม่ได้และติดภารกิจงานศพ ถือว่าเป็นพยานปากสำคัญ เพราะนอกจากจะสนิทสนมกับนายกมลแล้ว ยังอยู่ในวันเกิดเหตุด้วย เชื่อว่าหากอาจารย์หวานมาให้ปากคำ น่าจะช่วยไขความกระจ่างให้กับคดีนี้ได้พอสมควร ด้าน พ.ต.ท.นเรนทร์ เครื่องสนุก สว.สส.สน.โชคชัย กล่าวว่า ฝ่ายสืบสวนจะเน้นลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเป็นหลัก ขณะนี้ไล่ดูกล้องบริเวณที่เกิดเหตุและละเเวกใกล้เคียงกว่า 40 ตัวแล้ว ยืนยันว่าได้เบาะเเสเพิ่มขึ้นเเต่ยังไม่ขอเผยรายละเอียด

เข้าเก็บหลักฐานศาลปกครอง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 เม.ย. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก. พ.ต.อ.กิตภัท เพ็งรุ่ง รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้ประสานกับนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เพื่อเดินทางเข้าไปเก็บหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณศาลปกครองสูงสุด ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิด M79 ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณสวนหย่อมประตูหน้าศาลปกครองสูงสุด พบหลุมลึก แรงระเบิดทำให้ต้นไม้ล้มระเนนระนาด เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติมใช้เวลากว่า 30 นาที พ.ต.อ.กำธรยืนยันว่าระเบิดที่ใช้ก่อเหตุเป็น M79 ระยะยิง 250 เมตรวิถีโค้งจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าน่าจะยิงมาจากบริเวณถนนหน้า กสท.โทรคมนาคม (CAT) มุ่งเป้ายิงใส่บริเวณที่มีการชุมนุม แต่ด้วยแรงลมทำให้ระเบิดเปลี่ยนทิศ

คาดเป้ายิงใส่ม็อบแจ้งวัฒนะ

พล.ต.อ.เอกกล่าวว่า ผบ.ตร.ได้กำชับให้ตนเดินทางลงมาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่าจากเหตุระเบิดจะทำให้ประชาชนได้รับอันตราย จากนี้ไปจะต้องให้ บกน.2 หามาตรการป้องกันการก่อเหตุอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีเหตุระเบิดในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ส่วนประเด็นที่จะทำให้คนร้ายมุ่งยิงระเบิดไปที่ศาลปกครองสูงสุดนั้น ไม่มี คาดว่าน่าจะเป็นการมุ่งประทุษร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมมากกว่า แต่ด้วยแรงลมทำให้ระเบิดมีการเปลี่ยนทิศ เบื้องต้นยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุที่ นสพ.เดลินิวส์หรือไม่ ทั้งนี้ จะต้องดูสะเก็ดระเบิด วัตถุพยาน กล้องวงจรปิดเพื่อยืนยัน

รุดสอบที่เกิดเหตุบึมเดลินิวส์

ต่อมา พล.ต.อ.เอกพร้อมกำลังเดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ซึ่งถูกคนร้ายยิง M79 ตกบริเวณใกล้อาคาร 9 ชั้น เมื่อคืนวันที่ 24 เม.ย. ผ่านมา โดย พล.ต.อ.เอกได้พูดคุยกับ ดร.ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด บก.บห.บริษัทสี่พระยาการพิมพ์ เพื่อหารือถึงมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุ พล.ต.อ.เอกกล่าวว่า กรณีระเบิดไม่ควรเกิดขึ้นกับ นสพ.เดลินิวส์ เพราะถือเป็นการคุกคามสื่อ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะป้องกันระงับยับยั้งโดยการตั้งจุดตรวจความมั่นคงตามจุดต่างๆ และจะปรับปรุงเพิ่มกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมมากขึ้น เหตุในลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ นสพ.เดลินิวส์

พ.ต.ต.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่จุดเกิดเหตุคาดว่าการยิงน่าจะยิงมาจากแนวราบ บริเวณด้านหน้า ลูกระเบิดตกลงในมุม 40 องศา ระยะการยิงประมาณ 150-200 เมตร ในวิถีโค้ง ซึ่งเป็นระยะที่ค่อนข้างแม่นยำ

“อดุลย์” สั่งคุมเข้มบ้านวีไอพี

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากกรณีคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่อาคารสำนักงาน น.ส.พ.เดลินิวส์ และที่ศาลปกครอง พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.น.2 และเจ้าหน้าที่ สพฐ.

ตร.รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุด EOD เร่งรัดติดตามสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปยังผู้กระทำผิดโดยเร่งด่วน และยังได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.เป็นผู้ควบคุมกำกับดูแล การปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังกำชับให้เฝ้าระวังดูแลรักษาความปลอดภัยต่อสถานที่พักอาศัยของบุคคลสำคัญ รวมถึงป้องกันเหตุแทรกซ้อนในพื้นที่ และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่การชุมนุมปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย โดยยึดหลักกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

ตำรวจรุดสอบพันเอกถูกการ์ดยิง

อีกคดี เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 25 เม.ย. ร.ต.ท. ก้องปพัฒน์ ขันเงินธัญวัฒน์ พงส.สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมด้วยนาวาโทณัฐพล วัฒนกุล น้องชาย พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รอง ผอ.กองวิเทศสัมพันธ์ สำนักวิเทศสัมพันธ์กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย (กวส.สวส.ขว.) ที่ถูกกลุ่มการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ ใช้อาวุธปืนยิงใส่และรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บเมื่อคืนวันที่ 24 เม.ย. เดินทางไปสอบคำ พ.อ.วิทวัส ที่รักษาตัวอยู่ที่ รพ.มงกุฏวัฒนะ โดย ร.ต.ท.ก้องปพัฒน์กล่าวว่า พ.อ.วิทวัสให้การว่าเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. ขับรถออกจากร้านอาหารย่านสุขุมวิทเดินทางกลับเเฟลตที่พักย่านเมืองทองธานี ระหว่างขับรถยนต์เข้าถนนแจ้งวัฒนะซอย 7 พบว่ามีกรวยตั้งกีดขวางทางอยู่ จึงเปิดประตูรถลงไปยกกรวยออก แต่มีเสียงผู้คนตะโกนเอะอะโวยวาย จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดจึงรีบวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ แต่กลับมีชายฉกรรจ์หลายคนนำตัวไปที่ลานจอดรถตึกเอของศูนย์ราชการ และรุมทำร้าย กระทั่งมีการค้นตัวและทราบว่า พ.อ.วิทวัสเป็นทหาร จึงรีบนำตัวส่ง รพ.มงกุฏวัฒนะ เบื้องต้นตำรวจสอบสวนถึงลักษณะรูปพรรณกลุ่มคนร้ายไว้แล้ว ด้าน พล.ต.นพ.เหรียญ–ทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฏวัฒนะ เปิดเผยว่า พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล ถูกส่งเข้ามารักษาที่ รพ.เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ถูกสะเก็ดลูกกระสุนปืนฝังที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง คาดว่าคนร้ายอาจยิงปืนลงพื้นทำให้เศษลูกกระสุนปืนแตกกระจาย และฝังในข้อ และบริเวณใบหน้ามีรอยฟกช้ำ

เผยเป็นน้องชาย ผกก.สน.โชคชัย

พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย เผยว่า พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล ผู้บาดเจ็บเป็นน้องชายแท้ๆ ของตน และจะให้ย้ายไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ได้สอบถามอาการน้องชายจากมารดาทราบว่า เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว โดย พ.อ.วิทวัส น้องชายเล่าว่า ขณะเกิดเหตุได้ตะโกนบอกการ์ด กปปส.แล้วว่า ตนเป็นทหารอย่ายิง แต่ถูกยิงมาอย่างต่อเนื่องก่อนถูกรุมทำร้าย จนกระทั่งกลุ่มการ์ดเข้าค้นรถยนต์เจอบัตรแสดงตนเป็นทหารจึงหยุดทำร้าย และจากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า พ.อ.วิทวัสสามารถจดจำใบหน้าคนร้ายได้ หลังจากนี้ตนจะสอบถาม พ.อ.วิทวัสอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย

หัวหน้าการ์ดขอโทษอ้างเข้าใจผิด

วันเดียวกัน พล.ท.สีหนาท วงศาโรจน์ เจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการของ พ.อ.วิทวัส ที่โรงพยาบาลมงกุฏ–วัฒนะ โดยมีหัวหน้าการ์ด กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะเดินทางมาพูดคุย เพื่อขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบอกว่า เป็นความเข้าใจผิดของการ์ดที่รักษาความปลอดภัยในบริเวณนั้น เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นกลุ่มที่มักจะมาก่อกวน และก่อเหตุยิงกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างไร ก็ตาม ทางหน่วยต้นสังกัดได้ให้สิทธิ พ.อ.วิทวัส ตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่ทำร้ายร่างกายหรือไม่

จัดระเบียบทหารเดินผ่านที่ชุมนุม

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ใกล้เคียงกองบัญชาการกองทัพไทย และกำลังพลที่ต้องเดินทางผ่านในเส้นทางใกล้เคียงกับพื้นที่การชุมนุมเวที กปปส. แจ้งวัฒนะ โดย พล.อ.ธนะศักดิ์ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปประสานกับทาง กปปส. เพื่อรับแจ้งข่าวสาร และเวลาในการตั้งด่าน ปิดเส้นทางในการเฝ้าระวังผู้ก่อเหตุรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม รวมทั้งการวางกำลังของการ์ดที่ทำหน้าที่โดยรอบบริเวณ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับหน่วยนำไปแจ้งกับกำลังพลไม่ให้ผ่านเข้าไปในบริเวณดังกล่าว เพื่อลดการกระทบกระทั่ง และความเข้าใจผิดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

“เฉลิม” เมิน “เทือก” เหยียบแถลงการณ์

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 เม.ย.ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.เอาเท้าเหยียบแถลงการณ์ของ ศอ.รส.ฉบับที่ 2 ว่า นายสุเทพเป็นผู้ต้องหาและกำลังจะถูกฟ้องจึงไม่มีวิธีการอื่น ต้องประพฤติปฏิบัติอย่างนี้สุดท้ายมีการจับกุมนายสุเทพต้องไปต่อสู้คดี ส่วนตนถ้ายกเลิก ศอ.รส.กลับไปอยู่บ้านไม่มีอะไรเดือดร้อน เพราะไม่ได้ทำนอกกรอบกฎหมาย นายสุเทพวันนี้บ้าระห่ำขาดแนวร่วมและพรรคพวก พวกเดียวกันยังทะเลาะ แนวคิดของคณะรัฐบุคคลกับแนวทางรัฏฐาธิปัตย์ของนายสุเทพยังขัดแย้งกัน อย่างไรก็ตาม ขอกราบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) งามๆกรุณารีบจัดการเลือกตั้งเพื่อถอดสลักแก้ปัญหาบ้านเมือง พรรคใดไม่ลงเลือกตั้งเป็นสิทธิ เพราะจัดการเลือกตั้งแล้วเป็นประชาธิปไตยบ้านเมืองจะไปได้ เข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสง่างาม ฟันธง วันนี้ใครยืนอยู่กับระบอบประชาธิปไตยชนะ คนฝักใฝ่นอกระบบแพ้และติดคุก

ขู่ใช้แผนดาวล้อมเดือนจับแกนนำ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงกรณียิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่สำนักงานหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และศาลปกครองสูงสุดว่า สังเกตหรือไม่เมื่อวันที่ 24 เม.ย.นสพ.เดลินิวส์เป็นฉบับเดียวที่เอารูปตำรวจตอนถูกควบคุมตัว และมัดมือที่เวทีกปปส. แจ้งวัฒนะลงหน้า 1 คนที่ได้รับความเสียหายจากการเผยแพร่คือเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ ตนไม่พูดว่าใครทำ แต่ให้ช่วยคิด และถามว่าใครยิงพ.อ.วิทวัส วัฒนกุล แค่ขับรถผ่าน เดี๋ยวจะถามกองทัพว่าจะให้ ศอ.รส.คิดอย่างไร หากปล่อยไว้อย่างนี้จะมีตำรวจและทหารไว้ทำไม และตนอาจตัดสินใจแรงๆเร็วๆนี้ ถ้าออกมาอาละวาดทำให้สุจริตชนเดือดร้อนอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด จะเข้าจับกุมผู้ที่มีหมายจับทุกคน แต่ไม่สลายม็อบ โดยจะหาวิธีการเตือนเป็นระยะๆ ตอนนี้กำลังรอหมายจับที่จะออกมาเร็วๆนี้ โดยกำลังพิจารณาเตรียมจับแกนนำใช้ยุทธวิธีดาวล้อมเดือน ซึ่งจะใช้หน่วยรบพิเศษของตำรวจที่มีอยู่ แต่ห่วงกองกำลังที่อยู่รอบกายนายสุเทพเหมือนกัน แต่สุดท้ายตำรวจและทหารไม่แพ้หรอกจะใช้ตำรวจอย่างเดียวแล้วให้ทหารยืนดู

“ปึ้ง”หวั่นรุนแรงวอนทหารอย่าเฉย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ประธานที่ปรึกษาศอ.รส. กล่าวว่า วันจันทร์ที่ 28 เม.ย.นี้จะเสนอ ครม.ต่ออายุการประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรออกไปอีก 30 หรือ 60 วันและต้องกำชับทหาร ตำรวจ ให้ดูแลสถานการณ์ให้เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะขบวนการติดอาวุธกวาดบ้านกวาดขยะ ที่ผ่านมา ศอ.รส.ปล่อยและใช้ความอดทนอดกลั้นมาตลอด ศอ.รส.ติดตามมา 6 เดือนเต็มรู้เข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย แต่เลวร้ายที่สุดคือเกรงจะเกิดความรุนแรง โดยเฉพาะทหารต้องจัดกำลังเพิ่มขึ้นอีกมากจะปล่อยปละละเลยอยู่เฉยๆไม่ได้ เดือนพ.ค.ฝ่ายความมั่นคงต้องดูแลเข้มเพราะในประวัติ-ศาสตร์เป็นเดือนที่ร้อน ชุมนุมประท้วง 6 เดือนบ่อนทำลายความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศอย่างร้ายแรงประเมินค่าไม่ได้ ปล่อยทิ้งไว้อีก 3-4 เดือนประเทศชาติล่มสลายแน่นอน

ศอ.รส.ห่วงแจ้งวัฒนะอันตราย

เมื่อเวลา 13.00 น. เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) น.ส.สิริมา สุนาวิน คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงว่า ศอ.รส.มีความกังวลต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้อาวุธปืนยิงประชาชน ดังเช่น เหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่วัยรุ่น 2 คน ถูกยิงได้รับบาดเจ็บใกล้เวทีชุมนุมของกลุ่ม กปปส. แจ้งวัฒนะ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณดังกล่าว และเมื่อเช้ามืดของวันที่ 23 เม.ย. ยิงอาวุธปืนใส่ผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบังเกอร์ของกลุ่มผู้ชุมนุมของกลุ่ม กปปส.แจ้งวัฒนะ จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 5 ราย รวมทั้งยิงและทำร้าย พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล เมื่อคืนวันที่ 24 เม.ย.ผ่านมา แสดงให้เห็นว่ากลุ่ม กปปส.มีการใช้ความรุนแรงกับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และสะสมอาวุธปืนจึงไม่ใช่การชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรบริเวณการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่ถนนแจ้งวัฒนะแล้ว

ชี้ปมถล่มเดลินิวส์แพร่ข่าวยิงปะทะ

น.ส.สิริมากล่าวว่า ส่วนกรณียิงนายกมล ดวงผาสุก หรือไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีเสื้อแดง เสียชีวิตนั้น ศอ.รส.ขอประณามผู้ที่ก่อเหตุรุนแรงครั้งนี้ และ มีความกังวลอย่างยิ่งว่า เหตุลอบยิงนายกมลอาจเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มต่างๆ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จึงขอเรียกร้องให้แกนนำอย่าได้ปลุกระดมมวลชนให้เกิดความรู้สึกต่อต้านหรือเกลียดชังอีกฝ่าย และขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟังข่าวสารต่างๆ ส่วนเหตุการณ์ยิงเอ็ม 79 ใส่อาคารสำนักงาน นสพ.เดลินิวส์ขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก นสพ.เดลินิวส์ฉบับ วันที่ 23 เม.ย. 57 ได้เสนอภาพข่าวการยิงปะทะกันบริเวณถนนแจ้งวัฒนะเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็น นสพ.เพียงฉบับเดียวที่นำเสนอภาพดังกล่าว

ประณามยิงเอ็ม 79 คุกคามสื่อ

วันเดียวกัน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้ออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงคุกคามสื่อมวลชน กรณีคนร้ายยิงลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 ใส่สำนักงาน นสพ.เดลินิวส์ ระบุว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจใช้ความรุนแรงมุ่งข่มขู่ และการคุกคามสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรสื่อมวลชนอย่างร้ายแรง และถือว่าไม่ได้เป็นการคุกคามเฉพาะหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เท่านั้น แต่เป็นการคุกคามความปลอดภัยของสังคมไทย และเป็นการคุกคามความปลอดภัยชีวิตของประชาชน ขอให้ผู้ที่ก่อเหตุ และผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเคารพสิทธิเสรีภาพ เข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อนำความจริงมาสู่สังคม พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรงในทุกกรณี ขอเรียกร้องต่อ ผอ.ศอ.รส.-ผบ.ตร. รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว และขอเป็นกำลังใจให้กองบรรณาธิการ

นสพ.เดลินิวส์ และสื่อมวลชนทุกแขนงให้ทำหน้าที่ยึดมั่นในกรอบจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างเข้มแข็ง นำเสนอข่าวสารด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง รอบด้าน ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“ณัฐวุฒิ” งงพันเอกถูกยิงบิ๊กๆเงียบ

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.กล่าวว่า กรณีที่ พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล ถูกยิงและถูกรุมทำร้าย บริเวณการชุมนุมของ กปปส.แจ้งวัฒนะ เพียงแค่ขับรถผ่านแล้วลงจากรถเพื่อหยิบกรวยออกจากถนน ขอฟันธงว่าผู้ก่อเหตุคือการ์ด กปปส.ของพุทธอิสระ จึงอยากทราบท่าทีของแม่ทัพนายกองว่าจะปล่อยให้ลูกน้องถูกทำร้ายหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ทหารชั้นประทวนเคยถูกยิง ประชาชนขับรถมาเคยถูกยิง แต่ผู้ใหญ่ในกองทัพไม่เคยว่าอะไร ชัดยิ่งกว่าชัดว่าแนวปฏิบัติ ปกติเรื่องนี้แบบนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ นายทหารพันเอกถูกยิงถูกซ้อมกลางเมืองหลวงไม่มีท่าทีใดๆฝากถึง พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฏวัฒนะ แกนนำกลุ่มองค์กรกำจัดขยะแผ่นดินว่า ก่อนเก็บขยะแผ่นดินแน่จริงเก็บกรวยที่กลุ่มพุทธอิสระวางขวางถนนออกเสียบ้าง

กำนัน ผญบ.กดดันม็อบเปิด มท.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 เม.ย.ที่วังสราญรมย์ ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย ถนนอัษฎางค์ กลุ่มตัวแทนสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยรวมตัวกัน เพื่อร่วมแสดงเชิงสัญลักษณ์ในการขอคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทย จากกลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ที่ยึดกระทรวงมหาดไทยเป็นเวลาประมาณ 5 เดือน นายธนาศักดิ์ จิรโอฬารนนท์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ได้อ่านคำแถลงการณ์ของสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทยว่า กปปส.ยึดกระทรวงมหาดไทยส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศและการบริการประชาชน ดังนั้นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงรวมพลัง ขอกระทรวงมหาดไทยคืนจากกลุ่ม กปปส.เพื่อให้ข้าราชการได้ทำหน้าที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนต่อไป โดยในวันที่ 28 เม.ย.นี้ จะนำกำนันผู้ใหญ่บ้านจากทั่วประเทศ 50,000 คนมาปักหลักชุมนุม จนกว่าจะเปิดให้บริการประชาชนได้ ยืนยันว่าจะชุมนุมอย่างสงบ ไม่กีดขวางทางจราจรไม่ให้เดือดร้อนประชาชน และจะไม่ให้ปะทะกับกลุ่มที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย

กลุ่มเที่ยงตรงชูนายกฯเลือกตั้ง

วันเดียวกัน ที่สวนเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท กลุ่มเที่ยงตรง ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชนที่ผ่านไปมาร่วมแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง ด้วยการลงประชามติ (จำลอง) เลือกนายกรัฐมนตรี โดยนำคูหาเลือกตั้ง จำลองแบบการเลือกตั้งทุกอย่าง หากประชาชนต้องการนายกฯมาจากคนกลาง ให้กากบาทลงในหมายเลข 1 และหากประชาชนต้องการนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งให้กากบาทหมายเลข 2 ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก นางพัชนี ธนาพรสิน ผู้ประสานงานกลุ่มเที่ยงตรง กล่าวว่า เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ประเทศชาติเกิดวิกฤติทุกด้าน มีความพยายามจากอำนาจทั้งในและนอกระบบในการสร้างเงื่อนไขให้ประเทศเกิดสุญญากาศ เพื่อเข้ามาแทรกแซงโดยการนำเสนอนายกฯคนกลาง อ้างว่าจะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากความขัดแย้ง ทางกลุ่มจึงได้จัดทำประชามติโดยจำลองแบบการเลือกตั้ง โดยให้ประชาชนลงความเห็นดังกล่าวขึ้น เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนว่า พวกเราต้องการนายกฯมาจากการเลือกตั้งไปสู่ กกต.โดยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่ จ.นนทบุรี และจะจัดไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ

“เทือก” เดินสายอ้อนแอร์บินไทย

ด้านการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.พร้อมแกนนำ ได้นำผู้ชุมนุมเดินทางโดยรถยนต์ออกจากสวนลุมพินีไปยังสำนักงานใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ถนนวิภาวดีรังสิต เชิญชวนพนักงานให้ออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้ายกับ กปปส. ซึ่งตลอดเส้นทางการ์ดรักษาความปลอดภัยเข้มงวด โดยเฉพาะบนทางด่วนโทลล์เวย์หน้าบริษัทการบินไทย การ์ดขึ้นไปรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เมื่อขบวนมาถึงพนักงานที่ยืนต้อนรับจำนวนมากตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าจนถึงหน้าอาคาร 1 ทั้งเป่านกหวีด โบกธงชาติต้อนรับ พร้อมตะโกนให้กำลังใจ ทำให้บรรยากาศคึกคักมาก โดยมีการนำธนบัตรชนิดต่างๆเย็บติดยาวเป็นหางว่าว ขณะเดียวกันมีการเตรียมอาหาร เช่น ขนมจีนและข้าวแกงเขียวหวาน พร้อมกับขนมหวาน บริการผู้ชุมนุมโดยติดป้ายที่มีข้อความที่ซุ้มอาหารว่า “ดงผู้ดี”, “กำจัดระบอบทักษิณ ออกจากไทย”, “ไล่อำพน ออกจากการบินไทย”

ดีดี-ผู้บริหารพร้อมใจต้อนรับ

จากนั้นนายโชคชัย ปัญญายงค์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร และนายดำรงค์ ไวยคนี ประธานสหภาพแรงงานและพนักงานบริษัทการบินไทย ให้การต้อนรับนายสุเทพพร้อมแกนนำ กปปส. โดยมีการมอบเสื้อแจ็กเกตสีดำ มีตราการบินไทย พร้อมผ้าพันคอการบินไทยสีม่วงให้นายสุเทพ รวมทั้งแกนนำ กปปส.ก่อนที่ผู้บริหารการบินไทยจะนำนายสุเทพและแกนนำ กปปส. ไปสักการะศาลท้าวมหาพรหม ด้านหน้าประตูทางเข้า และเดินมายังห้องโถงอาคาร 1 ซึ่งมีการจัดโต๊ะไว้ให้นายสุเทพได้พูดคุยกับผู้บริหาร บริษัทการบินไทย ซึ่งระหว่างทางเดินมีพนักงานยืนต้อนรับพร้อมมอบดอกกุหลาบ บริจาคเงินให้นายสุเทพ และขอถ่ายรูปจำนวนมาก

กล่อมผนึกกำลังล้มระบอบ “ทักษิณ”

ต่อมาเวลา 12.15 น. นายสุเทพชี้แจงกับผู้บริหารบริษัทการบินไทยว่า มาเพื่อเชิญให้พนักงานการบินไทยไปร่วมกันต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินในการนัดหมายครั้งสำคัญวันเผด็จศึก เพื่อให้ไปผนึกกำลังร่วมกันขจัดระบอบทักษิณให้พ้นจากการยึดครองอำนาจเหนือประเทศไทยให้ประเทศของเราปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยวันเวลาจะแถลงให้ทราบวันที่ 30 เม.ย.นี้ ออกมาครั้งนี้ให้เห็นดำเห็นแดง ถ้าประชาชนชนะหมายความว่าเราจะสามารถปฏิรูปประเทศไทยด้วยมือของประชาชนเองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และระบอบทักษิณไม่สามารถมีอำนาจอยู่เหนือชีวิตคนไทยได้อีกต่อไป และรู้สึกเสียใจที่ผลประกอบการของการบินไทยลดลงเรื่อยๆถ้าฝ่ายการเมืองไม่แทรกแซงการบินไทยน่าจะไปได้ดี มากกว่านี้ จากนั้นนายสุเทพได้รับประทานอาหารร่วมกับผู้บริหาร บริษัท การบินไทย ก่อนขึ้นปราศรัย และนำผู้ชุมนุมเดินทางกลับสวนลุมพินี

จัดงานฉลอง 180 วัน

ที่เวที กปปส. สวนลุมพินี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. กล่าวว่า วันที่ 28 เม.ย.ที่จะถึงนี้จะครบรอบการชุมนุม 180 วัน ดังนั้นในวันที่ 27 เม.ย.นี้ เราจะจัดงานภายใต้ชื่อ “180 วัน 180 องศาประเทศไทย” โดยในช่วงเช้านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะเดินเชิญชวนประชาชนให้ออกร่วมการชุมนุมครั้งสุดท้าย ส่วนในภาคบ่ายนายสุเทพจะมาเปิดนิทรรศการในสวนลุมพินี ขณะที่บนเวทีก็จะมีกิจกรรมพิเศษโดยเริ่มในเวลา 17.30 น. เป็นต้นไป จะมีแกนนำคนสำคัญขึ้นเวทีเพื่อแสดงพลังเหมือนตอนเวทีที่ถนนราชดำเนิน

กปปส.สงขลามอบตัวขวาง ลต.

ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีแกนนำ กปปส.สงขลา 7 คน ที่ถูกออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาขวางการเลือกตั้ง ส.ส.ประกอบด้วย นายพงศภัค วุฒิปุญญะ หรือโต อายุ 32 ปี นายธัญญะ จันทรัตน์ อายุ 38 ปี นายชัชพล สุวรรณสนิท อายุ 24 ปี นายสุรเชษ บิลสัน อายุ 27 ปี นายกาจบัณฑิต รามมาก อายุ 50 ปี นายสมโชค ดีลีน อายุ 54 ปี และนายเกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา อายุ 57 ปี โดยมีกลุ่ม กปปส.สงขลานำดอกไม้มาให้กำลังใจท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ขณะที่ พ.ต.อ.สุรพงศ์ กิตติธิรางกูร พงส.ผทค.หน.งานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า แกนนำทั้ง 7 คนมารับทราบข้อกล่าวหาตามที่ทางพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ได้แจ้งไว้ และการออกหมายเรียกครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง หลังรับทราบข้อกล่าวหาแล้วได้ปล่อยตัวไป

ปลัดไอซีทีรับเรื่องขจัดเว็บหมิ่น

วันเดียวกัน นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) พร้อมคณะเดินทางเข้าพบกับหลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีเว็บไซต์หมิ่นประมาท ภายหลังหลวงปู่พุทธอิสระนำมวลชนไปยื่นหนังสือ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.57 ที่ผ่านมาแล้ว แต่นายสุรชัย ศรีสารคาม ติดภารกิจเพิ่งเดินทางเข้ามารับเรื่อง โดยพุทธอิสระกล่าวว่า ขณะนี้มีการเผยแพร่ข้อความ รูปภาพหมิ่นเบื้องสูงในเว็บไซต์ต่างๆจำนวนมาก เข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 112 อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกรณีของ น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ โรส ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นเบื้องสูง นายสุรชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาพยายามจัดการกับเว็บไซต์ในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่ยอมรับว่าการปิดกั้นข้อความและภาพทางโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นเรื่องยาก เพราะมีทั้งเว็บไซต์ ยูทูบ และเฟซบุ๊ก

เตือนสื่อไม่เชียร์ รบ.ระวังเอ็ม 79

ต่อมาเวลา 20.30 น. ที่เวที กปปส. สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า เรื่องวันชุมนุมใหญ่เมื่อไหร่นั้นขอให้พี่น้องอดใจ ต้องมีระยะเวลาให้ประชาชนไตร่ตรองตรวจสอบข้อมูลและชั่งน้ำหนักเพื่อตัดสินใจ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาออกรณรงค์พูดจาปราศรัยอย่างวงกว้าง เมื่อมั่นใจว่าประชาชนรู้และเข้าใจสภาพปัญหาบ้านเมืองรู้จักระบอบทักษิณแล้วเชื่อว่าประชาชนจะตัดสินใจได้ ส่วนการเลื่อนเวลาชุมนุมใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตัดสินคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะเราตัดสินแล้วว่าเรื่องทุจริตจำนำ ข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์และ ครม.สมคบคิดทำผิด และกลั่นแกล้งข้าราชการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ตอนนี้รัฐบาลอาจจะคุกคามสื่อมวลชนได้ที่นำเอ็ม 79 ยิงเดลินิวส์ชัดเจนว่าตั้งใจคุกคามสื่อ ให้สื่ออื่นระวังหากไม่เชียร์รัฐบาลก็จะโดนแบบเดียวกัน

โต้ “เฉลิม” สร้างเรื่องป้ายสี “พุทธอิสระ”

นายสุเทพกล่าวต่อว่า กรณียิงศาลปกครอง รัฐบาลบิดเบือนว่าเป็นมือที่ 3 อยากบอกว่า มือที่ 3 ไม่มี มีแต่เฉพาะมือตนและมือรัฐบาล ฝ่ายมวลมหาประชาชนไม่ทำเรื่องดังกล่าวแน่นอน อย่างไรก็ตามในที่ประชุม ศอ.รส.สร้างเรื่องว่าเป็นฝีมือของหลวงปู่ พุทธอิสระ จึงขอเตือน ร.ต.อ.เฉลิม หากหลวงปู่บริกรรมคาถาเมื่อไหร่ ร.ต.อ.เฉลิมเจ๊งแน่นอน อย่างไร ก็ตาม วันที่ 26 เม.ย. เราจะออกเดินเชิญชวนประชาชนโดยขึ้นรถจากสวนลุมพินี เวลา 09.30 น. และจะเริ่มเดินที่สะพานอรุณอัมรินทร์ ผ่านพรานนก ถนนอิสรภาพ สี่แยกบ้านแขก วงเวียนใหญ่ และนั่งรถกลับสวนลุมพินีรวม 9 กิโลเมตร

26 เม.ย. 2557 08:23 26 เม.ย. 2557 08:24 ไทยรัฐ