วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทือกขู่อย่าสะเออะ ซัด‘มาร์ค’เดินสาย

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

อภิสิทธิ์ยอมสไกป์ พร้อมเจรจาทักษิณ

“นายกฯปู” เรียกทีม ก.ม.ติวเข้มคดีเด้ง “ถวิล”-จำนำข้าว เตือนศาล รธน.-ป.ป.ช.วินิจฉัยยึดหลัก ก.ม.อย่างเท่าเทียมกัน ขู่ไร้ความเป็นธรรม เหตุการณ์น่าเป็นห่วง “เหลิม” ออกแรงอ้อนขอเป็นพยานเพิ่มอยากไปเบิกความแบบสดๆให้ตุลาการฯฟัง “มาร์ค” สตาร์ตผ่าทางตัน วันแรกพบปลัด ยธ.คุยชั่วโมงกว่าได้มา 3 แนวทาง เขย่าปฏิรูปกับเลือกตั้งไปพร้อมๆกัน วันจันทร์ถก ผบ.ทหารสูงสุด “เทพ-มาร์ค” คิวบ๊วย ยอมแม้กระทั่งสไกป์เจรจา “ทักษิณ” เพื่อชาติ โวลั่น 10 วันจบ “ปู” หยอดคำหวานเปิดกว้างมาตลอดเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีด้วยการหันหน้าเข้าหากัน “เทพเทือก” ดับฝันอดีตลูกพี่ซุปเปอร์ฮีโร่ ลั่นไม่ฟังใครหน้าไหนอย่าสะเออะมาเจรจา

หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเสนอตัวเดินสายพบปะกับองค์กร กลุ่มบุคคลและบุคคลต่างๆ เพื่อหาทางออกประเทศ ล่าสุด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศกร้าวไม่ยอมเจรจา ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่มีหลายคดีอยู่ในองค์กรอิสระออกมาแสดงข้อห่วงใยเหตุการณ์จะรุนแรงหากผลตัดสินคดีไม่เป็นธรรม

“มาร์ค” คุยปลัด ยธ.ผ่าทางตัน ปท.

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 25 เม.ย. ที่สถาบันเพื่อการยุติธรรม ถนนวิทยุ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค เดินทางไปพบนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อหารือถึงแนวทางการหาทางออกประเทศ โดยมีนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ในฐานะตัวแทนเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยร่วมด้วย โดยใช้เวลาหารือ กว่า 1 ชั่วโมง

เล่า 3 หนทางสู่ความสำเร็จ

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือว่า ได้หารือกับเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปฯซึ่งเป็นก้าวแรกของการหาคำตอบให้วิกฤติการเมืองในปัจจุบัน โดยในการหารือเห็นตรงว่า สุดท้ายคือการปฏิรูป ดังนั้นหัวใจสำคัญที่จะเดินหน้ามี 3 เรื่องหลัก คือ 1.การแก้ไขปัญหาประเทศจะต้องผูกพันกับความสำเร็จเรื่องการปฏิรูป ไม่ใช่เป็นการแก้วิกฤติเฉพาะหน้าแต่เป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว 2.การหาคำตอบเรื่องปฏิรูปให้เดินหน้าต่อไปได้ ต้องก้าวพ้นการถกเถียงว่าจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งก่อนปฏิรูป เพราะการถกเถียง สังคมจะไม่ได้คำตอบอะไรเลย และในที่สุดการเลือกตั้งจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป 3.บนหลักคิดที่ให้การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป จากการแลกเปลี่ยนความเห็นครั้งนี้ เราพบว่ายังมีวิธีการขั้นตอนกลไกทั้งทางกฎหมายและการเมือง ให้ได้คำตอบเรื่องนี้ได้ ซึ่งมีความหลากหลายอยู่พอสมควร ตนจะเดินตามแนวทางนี้ต่อไป

โชว์แผนจากง่ายไปหายาก 10 วันจบ

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ในวันจันทร์ที่ 28 เม.ย. จะไปพบกับ ผบ.สส. เพื่อหารือด้านความมั่นคง ซึ่งการเดินหน้าจะยึดหลักการการสร้างจุดร่วมและขยายแนวร่วม ทำในสิ่งที่ง่ายก่อน ไม่ว่าจะเป็นพบ ปธ.กกต.เพื่อหารือเรื่องเลือกตั้ง พบกับแกนนำ กปปส. หารือเรื่องมวลชน ยืนยันว่าการพบปะกับรัฐบาลก็ต้องเกิดขึ้น เพื่อหาคำตอบเพราะเป็นผู้ผลักดันนโยบาย แต่ต้องอยู่ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพราะการปฏิรูปมีหลายฝ่ายต้องนำมาประกอบกัน โดยจะทำงานนี้ให้เร็วที่สุดใน 10 วันต้องเห็นผล

ปฏิรูป–เลือกตั้งเขย่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อถามว่า หลักคิดที่ว่าให้การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปแต่จะคุยอย่างไรให้รัฐบาลและ กปปส.เห็นตรงกัน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็ต้อง แลกเปลี่ยนกัน หาก กปปส.และรัฐบาลต้องการปฏิรูป ก็ไม่ควรปฏิเสธการที่จะเดินไปถึงจุดนั้น ฉะนั้นอย่ามา เกี่ยงเรื่องก่อนหลัง แต่เรามาตั้งโจทย์ใหม่ดีกว่าไหม คือทำให้เป็นเรื่องเดียวกัน เพราะถ้ามันง่าย บ้านเมืองก็คงไม่เดินทางถึงจุดนี้ ที่ทุกคนทราบดีว่าความตึงเครียด และความรุนแรงยังมีอยู่ จึงตั้งใจทำงานนี้เพื่อให้ทันสถานการณ์กับกลไกที่มีอยู่ เพราะไม่ปฏิเสธว่า ตนก็มีส่วนนำพาบ้านเมืองมาสู่จุดนี้ และไม่ได้วิเศษวิโสอะไรมาจากไหน แต่ตั้งใจมาชวนทุกคนให้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ส่วนที่แกนนำ นปช.พาดพิงถึงไม่ขอตอบโต้ ขอทำงานนี้ให้เสร็จก่อน

ด้านนายกิตติพงษ์กล่าวว่า ขอย้ำว่าทางเครือข่าย เดินหน้าปฏิรูปฯไม่ได้ต้องการมีบทบาทในการเป็นผู้สร้างวงเจรจา แต่เราต้องการให้หยุดความรุนแรงและเดินหน้าการปฏิรูป และพร้อมที่จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพูดคุยวงกว้างขึ้น โดยส่วนตัวมองว่าวันเลือกตั้ง ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับกระบวนการที่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และการสร้างหลักประกันว่าจะปฏิรูปอย่างไร ส่วนวันเลือกตั้งค่อยมาพูดคุยกันทีหลัง

วางคิวบ๊วยคุย “นายกฯ–กำนัน”

ต่อมาเวลา 17.30 น. นายอภิสิทธิ์ไปออกรายการสรยุทธ เจาะข่าวเด่นทางโทรทัศน์ช่อง 3 พูดถึงการเสนอตัวเดินสายเพื่อหาทางออกประเทศในวิกฤติการเมืองไทยปัจจุบันว่า ไม่ได้บอกว่าไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่หากจะปล่อยให้อยู่ในภาวะเช่นนี้ก็ยิ่งลำบาก เพราะมันไม่จบ และวันอังคารที่ 29 เม.ย. กกต.ได้ตอบรับนัดตนแล้ว ส่วนทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ก็ทราบว่ามีท่าทีตอบรับ ตนก็ขอขอบคุณ แต่ถ้าเลือกตั้งเร็วในสภาพบ้านเมืองเช่นนี้ ยังไม่ใช่คำตอบ หรืออาจจะมีคนกลาง เลือกตั้งเร็วก็อาจจะจบ เพราะมีหลายสูตรที่จะพูดคุย แต่ไม่ขอเปิดเผยข้อเสนอทั้งหมดเพราะมีหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึง นปช. หากเขาจะคุยด้วย ขณะนี้กำลังแสวงหาแนวร่วม สำหรับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ตนจะคุยเป็นคนสุดท้าย

ยอมสไกป์เจรจา “ทักษิณ” เพื่อชาติ

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า คนจำนวนมากในประเทศนี้ที่เขาก็อยากเห็นทางออกแล้ว ที่เขาก็ยังมีความวิตกกังวล ความเครียดกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และตนพร้อมจะคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็คุยได้ทางสไกป์ไม่มีปัญหา ถ้ามันแก้ปัญหาประเทศได้บนหลักการที่ได้พูดไป อะไรที่จะเป็นทางออกของประเทศก็พร้อมจะคุยกับทุกคน ทุกฝ่าย เพราะถือว่าสำคัญสุดคือขอโอกาสให้กับประเทศ

“ปู” หวานใส่เปิดกว้างมาตลอด

ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า อย่างน้อยเป็นนิมิตหมายที่ดี จะได้หันหน้ามาเจรจาภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่นายอภิสิทธิ์เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง เมื่อถามว่า พร้อมพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า เปิดกว้างมาตลอดให้มีการ พูดคุยกัน เมื่อผู้นำฝ่ายค้านเปิดที่จะมาร่วมหาทางออก ถือเป็นโอกาสที่จะหาทิศทางที่จะเดินไปด้วยกัน ให้ กลับไปสู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย สิ่งที่ดีใจอีกเรื่องคือ การใช้กำลังรุนแรง การปฏิวัติรัฐประหารไม่ใช่คำตอบที่จะทำให้ประเทศสู่สันติภาพได้
ชี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหันหน้าเข้าหากัน

เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ได้นัดหมายมาแล้วหรือยัง นายกฯกล่าวว่า ยังเลย เมื่อถามว่า มองว่าวันนี้เริ่มเห็นแสงสว่างในการแก้ไขปัญหาให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้แล้วหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อาจต้องใช้เวลาบ้าง ดีกว่าต่างคนต่างไม่หันหน้าเข้าหากัน เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ บอกจะคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายกฯ ตอบว่า จริงแล้วนายอภิสิทธิ์ต้องคุยกับทุกคน เพื่อให้แน่ใจว่าแนวความคิดนี้คนส่วนใหญ่เห็นด้วย

บี้ “มาร์ค” ตะล่อม “เทือก” เจรจา

เมื่อถามว่า การที่กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายจะออกมาเคลื่อนไหว อยากจะให้เลื่อนออกไปก่อนหรือไม่ เพื่อให้เกิดการเจรจา นายกฯกล่าวว่า การชุมนุม หากเป็นการชุมนุมภายใต้กรอบกฎหมาย เป็นสิทธิเสรีภาพที่จะทำ ต้องขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่านำไปซึ่งความรุนแรง และอย่าทำให้เหตุการณ์ต่างๆเกิดความรู้สึกขาดความมั่นใจ ทุกคนต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศในเชิงบวก

ผู้สื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ควรจะหันหน้ามาพูดคุยในวงนี้ด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็เป็นความหวังที่ดี จริงๆแล้วนายอภิสิทธิ์น่าจะพอหารือกับนายสุเทพได้บ้าง ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะได้รับฟัง และค่อยๆปรับกันภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ

เตือน ป.ป.ช.–ศาล รธน.เอียงน่าเป็นห่วง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเดือน พ.ค.ที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะตัดสินคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ซึ่งกลุ่ม นปช.จะออกมาชุมนุมปกป้องนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ถ้าทำตามกรอบกฎหมายถือเป็นสิทธิเสรีภาพ ส่วนการตัดสินขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินว่าเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและให้ความเท่าเทียมกัน ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ ถ้ามีความเป็นธรรม ผลการตัดสินจะออกมาอย่างไร ทุกคนคงต้องยอมรับ แต่ถ้าไม่มีความเป็นธรรม อันนั้นเราก็เป็นห่วงในเหตุการณ์ หวังว่าทั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คงจะคำนึงถึงจุดนี้ด้วย ซึ่งท่านยืนยันว่าจะปฏิบัติกับทุกคนบนมาตรฐานเดียวกัน และเป็นหลักสากล

ติวเข้มคดีเด้ง “ถวิล”–จำนำข้าว

เมื่อเวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จากนั้นได้มีการหารือร่วมกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน หัวหน้าทีมทนายความส่วนตัวนายกฯ เพื่อซักซ้อมข้อมูลและการเตรียมเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยในส่วนของเอกสารเพิ่มเติมชี้แจงคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่ประชุมได้มอบหมายให้นายนิวัฒน์ธำรง นำเอกสารยื่นชี้แจงกับ ป.ป.ช.ในช่วงบ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เดินทางมาชี้แจงและยื่นหลักฐานเพิ่มเติมในโครงการรับจำนำข้าวต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหานายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตและความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว

นายกฯ เหวี่ยง “มาร์ค–เทพ” จอมบี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวงหารือนายกฯได้พูดถึงการเดินสายของนายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ ที่เดินสายไปหน่วยราชการต่างๆว่า นายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ ต่างไปพูดว่า การที่เศรษฐกิจเสียหายอย่างนี้ เป็นเพราะตนไม่ยอมลาออกเอง ซึ่งอยากบอกเหมือนกันถ้าอยากให้ตนพ้นจากตำแหน่งนายกฯ คณะกรรมการ กกต.ก็ต้องจัดเลือกตั้งให้เร็ว เพื่อจะได้นายกฯคนใหม่เข้ามาทำงาน นอกจากนี้ นายกฯได้พูดถึงคดีโยกย้ายนายถวิลด้วยว่า ไม่เข้าใจว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาเรื่องนี้อีก ทั้งที่เรื่องนี้จบแล้วที่ศาลปกครองสูงสุด ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เท่ากับเป็นนายกฯคนแรกที่ถูกตัดสินด้วยคดีที่ไม่เกิดขึ้นมาก่อน

มท.1 เตือน ปว.เกิดได้แต่เอาไม่อยู่

ที่พรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกความเห็นในการแก้วิกฤติประเทศว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด และไม่ขอให้ความเห็นว่านายอภิสิทธิ์จะหาทางออกได้หรือไม่ เป็นสิทธิของนายอภิสิทธิ์ ส่วนกรณีสถานการณ์การเมืองที่อาจจะมีผลการวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญในช่วงต้นเดือน พ.ค.ในคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม อุณหภูมิการเมืองคงจะร้อนมากขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่รัฐบาลไม่ได้เป็นคนทำให้อุณหภูมิร้อนคงไม่สามารถ บรรเทาได้ คนที่ทำต้องรับผิดชอบเอง เมื่อถามว่า ห่วงว่าจะมีการรัฐประหารหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า การปฏิวัติเป็นสิ่งที่เกิดได้ถ้าจะมีคนทำประเด็นสำคัญคือเมื่อปฏิวัติแล้วจะรักษาอำนาจได้อย่างไร ที่ผ่านมาการรักษาอำนาจทำไม่ได้นานเพราะยิ่งรักษาไว้นานความน่าเชื่อถือของประเทศก็จะเสียหายมากขึ้น

“นพดล” เชียร์ “มาร์ค” ไถ่บาป

นายนพดล ปัทมะ กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อาสาหาทางออกทางการเมืองว่า ถ้าแนวทางของนายอภิสิทธิ์ยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ ผลักดันการเลือกตั้ง และการใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม สังคมควรให้โอกาส เพราะประเทศไทยมาถึงจุดนี้ เพราะนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และ กปปส. ได้สร้างกำแพง 5 ชั้น ขังตัวเองไว้คือ 1.แกนนำพรรคประชาธิปัตย์หลายคนลาออกไปตั้ง กปปส. 2.พรรคประชาธิปัตย์สั่งให้ ส.ส.ลาออกทั้งสภาฯ 3.พรรคประชาธิปัตย์ประกาศบอยคอตการเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 ปี 4.กปปส.ภายใต้การนำของอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ขัดขวางการเลือกตั้ง จนทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และ 5.พรรคประชาธิปัตย์อาจบอยคอตการเลือกตั้งครั้งที่ 3 ที่บ้านเมืองมาถึงจุดวิกฤติที่สุดในขณะนี้ นายอภิสิทธิ์อาจสำนึกและเห็นว่า แนวทางของ กปปส. และการบอยคอตการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ไปไม่ได้และถึงทางตัน ความตั้งใจให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองทำให้พวกตัวเองอาจขาดอากาศหายใจเสียเอง

แขวะกลับตัวกลับใจก็อย่าดราม่า

นายนพดลกล่าวอีกว่า การกลับใจแก้ไขของนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ ก็ต้องรอดูว่าจะทำอย่างไร หวังว่าคงไม่เป็นการสร้างภาพ หรือเล่นสองหน้า ส่วนตัวเห็นว่าทางออกของประเทศจากกำแพง 5 ชั้นที่นายสุเทพและนายอภิสิทธิ์สร้างขึ้นนั้นง่ายนิดเดียว คือใช้กุญแจ 5 ดอก คือ 1.การเดินหน้าเลือกตั้ง 2.ทุกพรรคเสนอแนวทางปฏิรูปให้ประชาชนพิจารณาก่อนเลือกตั้ง 3.หลังเลือกตั้งให้มีสภาปฏิรูป 4.รัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลปฏิรูปอยู่ในวาระ 6-12 เดือน แล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่ และ 5.ถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายประเด็น ให้ทำประชามติโดยคนทั้งประเทศ ดังนั้นหวังว่าแนวทางของนายอภิสิทธิ์ จะยึดมั่นในกติกา ยึดมั่นประชาธิปไตย และเคารพการตัดสินใจของประชาชน

“ปึ้ง” แบะท่าเสียบนายกฯแทน “ปู”

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า พร้อมทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีรักษาการ ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ถูกอุบัติเหตุทางการเมือง โดยมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายปลอดประสพ สุรัสวดี และนายยุคล ลิ้มแหลมทอง เป็นรองนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นสภาพการเป็นนายกฯรักษาการ ครม.จะประชุมและมีมติเลือกใครก็ได้ โดยที่ตนในฐานะรองนายกฯอันดับ 1 จะต้องนั่งหัวโต๊ะทำหน้าที่ประธาน เพื่อเลือกนายกฯรักษาการ และอาจไม่ใช่รองนายกฯทั้ง 7 ก็ได้ ซึ่งแล้วแต่ที่ประชุม ครม.ในขณะนั้น

“เฉลิม” อ้าแขนรับ “มาร์ค” มาเยือน

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินสายไปคุยกับทุกกลุ่มเพื่อหาทางออกให้บ้านเมืองว่า ลองทำดู แต่คิดว่าไม่ต้องให้ใครมาทำอะไรเลย ทางออกคือจัดให้มีการเลือกตั้งไม่ต้องไปหาใคร เลือกตั้งเสร็จให้เป็นรัฐบาลสั้นๆเพื่อปฏิรูป ไม่ต้องเป็นโซ่ข้อกลาง เพราะโซ่ของนักการเมืองเป็นสนิมแล้วไม่มีใครเชื่อถือ ตนกับนายอภิสิทธิ์ชอบกันตอนป่วยยังส่งดอกไม้ไปให้เลย ไม่มีอะไรกัน สมมติจะเดินสายมาหาให้มาเลยรออยู่พบกันที่ใดก็ได้

อ้อนขอเบิกความคดีเด้ง “ถวิล”

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคลในคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี วันที่ 6 พ.ค.ว่า ฝากเรียนศาลรัฐธรรมนูญที่เคารพ ตนไม่เคยไปรบกวนหรือวิ่งเต้น แต่คราวนี้กราบงามๆ กลางอก ขออนุญาตให้ตนไปเบิกความเป็นพยานในคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากตนเป็นต้นเรื่อง พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ทราบเรื่อง แม้ศาลรัฐธรรมนูญให้ตนส่งหนังสือไปแทนได้ แต่อยากไปเบิกความแบบสดๆได้หรือไม่ เพราะจะได้เนื้อหาสาระ ซึ่งถ้าคิดแบบศาลปกครอง ต่อไปนี้ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง ไม่ต้องมีรัฐบาล และไม่ต้องมีนายกฯบริหารราชการแผ่นดิน เพราะย้ายใครไม่ได้สักคน บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร ในวันอังคารที่ 29 เม.ย. ศอ.รส.จะออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ

“ปู” สั่งทนายยื่นขอ “เหลิม” พยาน

นายพิชิต ชื่นบาน ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการต่อสู้คดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีการถูกร้องให้สิ้นสภาพความเป็นรัฐมนตรีจากการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมิชอบว่า ในวันที่ 25 เม.ย. นายกรัฐมนตรีมอบอำนาจให้ทีมทนายความไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอนำ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้าเบิกความเป็นพยานต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง แทนการทำบันทึกการให้ถ้อยคำตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งก่อนหน้านี้ เนื่องจากทีมทนายความเห็นว่า ที่ผ่านมานายถวิลได้อ้างข้อเท็จจริงในชั้นศาลปกครองสูงสุด พาดพิงถึง ร.ต.อ.เฉลิมที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีว่า ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์กดดัน เพื่อให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิศรี ผบ.ตร.ขณะนั้น ยินยอมมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. เพื่อเปิดทางให้เครือญาติของนายกฯมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.แทน โดยโยงให้เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้สถานะการเป็นนายกฯก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการ ดังนั้น ร.ต.อ.เฉลิมจึงเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้โดยตรง และเป็นพยานคนสำคัญที่ศาลต้องไต่สวนข้อเท็จจริง หากศาลไม่ไต่สวน ร.ต.อ.เฉลิมจะไม่ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนถูกต้อง

พท.จวกคดี “มาร์ค” อืดเกือบ 5 ปี

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.ทำหนังสือเชิญนายไพโรจน์ อิสระเสรีพงศ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ไปให้ปากคำกรณียื่นคำร้องให้ตรวจสอบโครงการประกันราคา ข้าวในวันที่ 28 เม.ย.นี้ว่า การเชิญไปให้ปากคำดังกล่าวล่าช้าจากเวลาที่ยื่นเรื่องไว้ถึง 4 ปี 11 เดือน 19 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะเห็นว่าการตรวจสอบโครงการทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างมากเรื่องระยะเวลา ทั้งนี้ เมื่อ ป.ป.ช.เรียกนายไพโรจน์ไปให้ปากคำแล้ว การดำเนินคดีกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ควรเป็นมาตรฐานเดียวกันกับโครงการจำนำข้าวด้วย ช่วยทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ และอยากขอให้นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ลงพื้นที่ตรวจไซโลเก็บข้าว เพื่อจะได้รู้ว่าไม่ได้มีข้าวหายอย่างที่เข้าใจ

“สมชัย” ชักแม่น้ำไม่ร่นเลือกตั้ง

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวบรรยายพิเศษหัวข้อ “บทบาท กกต. ในการจัดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม” ให้กับนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 5 ตอนหนึ่งว่า สำหรับข้อเสนอของพรรคการเมืองบางส่วนที่อยากให้ กกต.จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 15 มิ.ย. เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากการตรา พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ ต้องใช้เวลาในการเตรียมการ กรอบระยะเวลาที่ กกต.วางไว้ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. สามารถเลื่อนให้เร็วที่สุดได้แค่วันที่ 13 ก.ค. แต่ยังถือว่ามีความเสี่ยง เพราะจะไม่มีเวลาแก้ไขปัญหาฉุกเฉินต่างๆและอาจเตรียมการรับมือไม่ทัน ดังนั้นวันที่ 20 ก.ค. มีความเหมาะสมที่สุดแล้ว ส่วนการหารือกับทางรัฐบาลในวันที่ 30 เม.ย. หาก กกต.กับรัฐบาลยังไม่สามารถตกลงกันได้ก็ต้องเลื่อนการหารือออกไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ข้อยุติ

หวั่นเป็น กกต.มือเปื้อนเลือด

นายสมชัยกล่าวว่า กกต.มีจุดยืนที่สำคัญว่าการเลือกตั้งต้องเกิดความสำเร็จและไม่เกิดเหตุรุนแรงจลาจล หรือความสูญเสีย ไม่อยากเป็น กกต.มือเปื้อนเลือด ไม่อยากถูกมองว่าเข้ามาทำงานเพียง 3 เดือน จัดการเลือกตั้งแล้วตายทั้งประเทศ หากเป็นเช่นนี้ กกต.จะอยู่ได้หรือไม่ โชคดีที่เลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ไม่มีการสูญเสีย ซึ่งนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง เคยระบุไว้ว่า แม้เลือกตั้งวันนี้ไม่สำเร็จ วันใหม่ก็เลือกได้ แต่หากมีคนตายเกิดขึ้นเอาคืนมาไม่ได้ การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งหน้า กกต.ก็จะมีการแก้ไขปัญหาด้วยการเปิดรับสมัคร ส.ส.ทางไปรษณีย์และอินเตอร์เน็ต น่าจะมีคนมาสมัครมากพอสมควร

แจ้ง “มาร์ค” มาหาก่อนสิ้นเดือน

นายสมชัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ถือว่ามีแนวโน้มที่ดี เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พยายามเดินสายพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี จึงอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันสนับสนุน และจับตาการเคลื่อนไหวของผู้นำ ทั้งนายอภิสิทธิ์หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่จะมีโอกาสได้พูดคุยกัน เพราะหากเกิดขึ้นจริงก็จะเป็นผลดี ช่วย กกต.ให้จัดการเลือกตั้งสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่หากฝ่ายการเมืองยังไม่พูดคุยกันหรือยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน ไม่ว่า กกต.จะจัดการเลือกตั้งอย่างไรก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้ ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์จะขอเข้าหารือกับ กกต.ก็ยินดีไม่มีปัญหาติดต่อมาได้เลย หากการพูดคุยจะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง แต่ขอให้มาก่อนวันที่ 30 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ กกต.นัดคุยกับรัฐบาล เพราะจะได้นำข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ไปเสนอต่อรัฐบาลด้วย

“เทือก” กร้าวอย่าสะเออะเป็นกาวใจ

เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำ กปปส.เคลื่อนขบวนไปสำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อเชิญชวนพนักงานให้ออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้ายกับ กปปส. โดยมีนายโชคชัย ปัญญายงค์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯ พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับและรับประทานอาหารร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายสุเทพรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ได้ขึ้นปราศรัยบนรถที่จอดอยู่หน้าอาคาร 1 ว่าความเสียหายที่เกิดจากฝ่ายการ เมืองเข้ามาแทรกแซงรัฐวิสาหกิจ และหาประโยชน์ ส่งผลให้ เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนออกมาต่อสู้ ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่การต่อสู้เพื่อใครหรือพรรคการเมืองใด ขณะนี้ประชาชนต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามอย่าบังอาจ ตั้งตัวเป็นคนกลางมาเจรจา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ตนรู้จัก เคยทำงาน หรือสนิทสนมก็อย่ามาสะเออะ และขอบอก ว่านายสุเทพที่เล่นการเมืองมา 36 ปี ขณะนี้ไม่มีแล้ว วันนี้เป็นเพียงกำนันสุเทพที่เป็นร่างทรงประชาชนเท่านั้น ดังนั้นตนไม่ฟังใครนอกจากประชาชน โดยประชาชนต้องการให้ปฏิรูป เราจึงต้องขับไล่รัฐบาลออกไป เพื่อที่จะเดินหน้าปฏิรูปประเทศให้ดีขึ้นด้วยมือของประชาชน

“เต้น” เย้ย “มาร์ค” แย่งซีนพระเอก

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.แถลงว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ เสนอไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่จำได้แนวทางแบบนี้ยังไม่เคยปรากฏข้อยุติที่จะแก้ปัญหาได้ วันนี้เมื่อนายอภิสิทธิ์เสนอแนวทางที่ซ้ำกับที่เคยทำมาแล้ว ก็ไม่ได้ปรามาส หรือปิดกั้น แต่เห็นว่าถ้าตั้งใจจริง การเริ่มต้นนับหนึ่งควรเริ่มจากหารือกับนายสุเทพ เป็นคนแรกและไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เริ่มเสวนากับนายสุเทพก่อน หรือต้องการแสดงบทพระเอกละครน้ำเน่า ม็อบ กปปส.ก็เป็นพวกเดียวกัน แต่แกล้งบอกว่าไม่ใช่ ประกาศขวางเลือกตั้งทั้งคู่ เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดได้เฉพาะละครน้ำเน่า ที่นางเอกแต่งตัวเหมือนผู้ชายไว้หนวดและพระเอกจำไม่ได้ ขอให้พระเอกนางเอกละครน้ำเน่านี้ คุยกันเสียก่อน ไม่มีประโยชน์ถ้าไปคุยกับคนอื่นแล้วสุดท้ายนายสุเทพไม่เห็นด้วย

ชงสูตรเด็ดรัฐบาลชุดพิเศษ

“ขอเสนอแนวทางที่เป็นความเห็นส่วนตัวคือทุกพรรคประกาศสัตยาบันสนับสนุนการเลือกตั้ง พรรคไหนไม่ลงเป็นเสรีภาพ แต่ไม่มีสิทธิ์มาขวาง หรือสนับสนุนกลุ่มที่ขัดขวาง ตัวแทนที่ได้เสียงข้างมากมาดำรงตำแหน่งนายกฯ แต่ ครม.เสนอให้เป็นชุดพิเศษ มีคนนอกในสัดส่วนกี่คนค่อยมาคุยกัน สภาฯ ทำงานด้านหลักอย่างเดียวคือเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ใน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี เสร็จแล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาที่ทุกคนยอมรับแล้ว” นายณัฐวุฒิกล่าว

องคมนตรีชี้ไทยถลำสู่ยุคมืดมน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “สังคมไทย สังคมแห่งความซื่อตรง” ซึ่งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจัดขึ้น โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาของประเทศตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเกิดวิกฤติเช่นนี้เป็นความรู้สึกที่คนไทยสงสารประเทศของตัวเอง จึงอยากให้นักวิชาการที่เป็นกลางช่วยกันวิเคราะห์เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา เรียกได้ว่าเป็นยุคทศวรรษแห่งความมืดมน มีผลพวงมาจากการเมือง ที่ใช้นโยบายประชานิยม ส่งผลให้ประชาชนหลงในวัตถุนิยม การบริโภคนิยม สื่อมวลชนต้องทบทวนบทบาทตัวเอง เสนอข้อมูลให้มีแก่นสารมากกว่าบันเทิง ทุกวันนี้คนไทยเลือกนำส่วนไม่ดีมาใช้ในสังคม คือ ค่านิยมเกรงใจคนโกงที่มีอำนาจ หรือค่านิยมอุปถัมภ์คนผิดที่ร่ำรวย ขอให้คนไทยทุกคน ข้าราชการ ร่วมกัน ออกมาจุดเทียนขับไล่และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

26 เม.ย. 2557 08:17 26 เม.ย. 2557 08:18 ไทยรัฐ