วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คนไทยอ่านหนังสือวันละ 37 นาที

คนไทยอ่านหนังสือวันละ 37 นาที

  • Share:

วันเสาร์สบายๆวันนี้มาคุยเรื่อง “การอ่านหนังสือ” ของคนไทยกันสักวันนะครับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เพิ่งแถลงผลการสำรวจ สถิติการอ่านหนังสือของคนไทยในปี 2556 พบว่า คนไทยใช้เวลาในการอ่านหนังสือจากสื่อทุกชนิด ตั้งแต่อินเตอร์เน็ต เฟซบุ๊ก ไลน์ ไปจนถึงหนังสือพิมพ์และหนังสือทุกประเภท เฉลี่ยคนละ 37 นาทีต่อวัน เพิ่มขึ้นจากการสำรวจปี 2554 ร้อยละ 10 ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

ก็ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทย ที่คนไทยรักการอ่านมากขึ้น จากที่เคยอ่านหนังสือวันละ 8 บรรทัด มาเป็นวันละ 37 นาที ดีขึ้นมากๆ

การสำรวจครั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ใช้ครัวเรือน 55,920 ครัวเรือนเป็นตัวอย่าง สำรวจตั้งแต่เด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป สรุปว่า คนไทยมีอัตราการอ่านหนังสือร้อยละ 81.8 ใช้เวลาการอ่านหนังสือเฉลี่ยวันละ 37 นาที โดย กลุ่มเด็กและเยาวชนใช้เวลาอ่านหนังสือมากที่สุด เฉลี่ย 46–50 นาทีต่อวัน มากกว่า กลุ่มวัยทำงาน และ กลุ่มผู้สูงวัย ที่ใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 31–33 นาทีต่อวัน และผู้ชายมีอัตราการอ่านหนังสือสูงกว่าผู้หญิงเล็กน้อย

กลุ่มวัยที่มีการอ่านหนังสือมากที่สุดคือ “วัยเด็ก” มีอัตราการอ่านหนังสือสูงสุดถึง ร้อยละ 95.1 รองมาคือ กลุ่มเยาวชนร้อยละ 90.1 กลุ่มวัยทำงานร้อยละ 83.1 และ กลุ่มสูงวัยร้อยละ 57.8 ต่ำที่สุด ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะมีผลสำรวจว่า “เด็กไทยเรียนหนักที่สุดในโลก” แค่อ่านหนังสือเรียนอย่างเดียวก็อ่วมอรทัย ส่วนตัวยังอ่านหนังสืออ่านเล่น หนังสือการ์ตูน ไปจนถึงข้อความที่แชตไลน์กับเพื่อนอีก

จังหวัดที่มีคนอ่านหนังสือมากที่สุดก็คือ กรุงเทพมหานคร มีประชากรอ่านหนังสือถึงร้อยละ 94.6 หนังสือต่างๆขายได้มากที่สุดก็ในกรุงเทพฯนี่แหละ รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคเหนือ และ ภาคอีสาน เรียงตามลำดับ

การอ่านหนังสือมากน้อยของประชาชนในแต่ละภาค สอดคล้องกับฐานะทางเศรษฐกิจในแต่ละภาคอย่างไม่น่าเชื่อ และสอดคล้องกับ “ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ” ของประชาชนในแต่ละภาคด้วย ภาคไหนคนอ่านหนังสือน้อย ความรอบรู้ก็น้อยไปด้วย ทำให้ยากจนกว่าจังหวัดที่ประชาชนอ่านหนังสือมาก ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดและกระทบไปถึง “คุณภาพชีวิต” ที่ด้อยกว่าภาคที่มีการอ่านหนังสือมากกว่า

เพราะ หนังสือคือความรู้ และเป็นความรู้ที่เรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น คนที่อ่านหนังสือมาก มีความรอบรู้มาก ย่อมมีโอกาสมากกว่าคนอ่านหนังสือน้อยเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นความรู้อะไรก็ตาม แม้แต่การขายก๋วยเตี๋ยว ถ้ามีความรอบรู้มาก ก็สามารถเปลี่ยนก๋วยเตี๋ยวรถเข็นไปเป็นก๋วยเตี๋ยวขึ้นห้างขายได้ราคาแพง เดี๋ยวนี้ก๋วยเตี๋ยวในห้างชั้นดีราคาชามละหลายร้อยบาทก็มี

การอ่านหนังสือจึงให้คุณประโยชน์มหาศาล แต่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาฯไทยไม่เคยสนใจส่งเสริมให้คนไทยอ่านหนังสือกันอย่างจริงจังเลย มีแต่ภาคเอกชนที่จัดงานสัปดาห์หนังสือปีละไม่กี่ครั้ง เพื่อส่งเสริมการอ่านเท่านั้น

การอ่านหนังสือนอกจากจะ ให้ความรู้ และ ความรอบรู้ แล้ว ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง กระตุ้นกระบวนการคิดของสมอง ทำให้เกิดจินตนาการมากมาย ที่สำคัญ ยังช่วยป้องกัน โรคอัลไซเมอร์ หรือ โรคความจำเสื่อม อีกด้วย ใครไม่อยากเป็นโรคความจำเสื่อม ต้องพยายามอ่านหนังสือให้มากๆ หนังสืออะไรก็ได้ที่ชอบ

การอ่านหนังสือ นักจิตวิทยา เขาบอกว่า ยังช่วย “ลดความเครียด” ได้อย่างชะงัด เช่น การอ่านหนังสือนวนิยาย มิน่าช่วงนี้นวนิยายที่เรียกว่าน้ำเน่าประเภทรักๆ ใคร่ๆ ตบจูบๆ จึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่าถึงขั้นขาดตลาดเลยทีเดียว เพราะการเมืองทำให้สังคมไทยเครียดกันมากขึ้นจึงต้องหาทางออก การอ่านหนังสือทำให้เราเกิดสมาธิ จนลืมเรื่องเครียดไป แต่ถ้าอ่านหนังสือที่เป็นความรู้ จะช่วยให้เรามีการคิดวิเคราะห์ที่มีเหตุมีผลมากขึ้น

ไม่เชื่อลองหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเดี๋ยวนี้เลย แล้วท่านจะรู้ว่าผมพูดจริง.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้