วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัจธรรมว่าด้วย “อำนาจ”

โดย สายล่อฟ้า

การขับเคลื่อนทางการเมืองดูเหมือนจะเชื่อมโยงกันไปทั้งหมด โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานภาพของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง การเปิดประชุมวุฒิสภาและการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.

หรือจะพูดให้ตรงประเด็นก็คือการรักษาอำนาจทางการเมือง

การเลือกตั้งนั้นหลังจากที่ กกต.เชิญพรรคการเมืองต่างๆมาร่วมหารือ แต่ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าจะเลือกตั้งกันวันไหนและ กกต.จะหารือกับรัฐบาลในวันที่ 30 พ.ค.57 เพื่อหวังว่าจะหาทางออกร่วมกันได้

แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว รัฐบาลนั้นต้องการให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุด เพราะเป็นทางออกสำคัญที่จะรักษาอำนาจเอาไว้ให้ได้โดยเชื่อว่าโอกาสที่จะชนะเลือกตั้งมีความเป็นไปได้สูง

ถ้าชนะเลือกตั้งได้ก็เท่ากับว่าจะได้เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มๆ สามารถที่จะจัดการปัญหาทางการเมืองและการบริหารประเทศได้อย่างชอบธรรม

ดีกว่ารัฐบาลรักษาการที่ไม่สามารถทำอะไรได้เต็มไม้เต็มมือท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ต้องตกเป็นรองในทุกด้าน

แน่นอนว่าสิ่งที่รัฐบาลหวั่นไหวมากที่สุดก็คือ การที่ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.จะวินิจฉัย 2 คดีที่ต่อเนื่องกัน ทั้งเรื่องสถานภาพนายกฯ กรณีการย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. และโครงการรับจำนำข้าว

ซึ่งน่าจะรู้ผลออกหัวออกก้อยในเดือน พ.ค.57

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยถึงสถานภาพนายกฯนั้นถือว่าหนักสุด หากมีความผิดจริงนายกฯต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีและโอกาสที่จะพ่วงไปทั้งคณะด้วย เนื่องจากในเรื่องนี้ผู้ร้องได้ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ด้วยว่ารัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งพร้อมกันหรือไม่

หากศาลชี้ประเด็นนี้ออกมาด้วยว่า ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะก็จะทำให้เกิด “สุญญากาศ” ทางการเมืองทันทีเช่นกัน

นั่นจะทำให้สามารถหยิบ ม.7 และ ม.3 มาใช้เพื่อหานายกฯคนกลางเข้ามาตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศต่อไป

นอกจากนั้น หาก ป.ป.ช.ตัดสินว่านายกฯมีมูลความผิดกรณีการทุจริตรับจำนำข้าวแม้จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สามารถตั้งรองนายกฯคนใดคนหนึ่งเข้ามาทำหน้าที่แทนได้ แต่นายกฯก็จะต้องเข้าสู่การถอดถอนจากวุฒิสภา

และถูกดำเนินคดีอาญาอีกทางหนึ่ง

การที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา หลังจากที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระไปแล้ว แต่ยังปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมี ส.ว.เลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่

แต่เนื่องจากนายนิคมถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด จึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ให้นายสุรชัยปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนายนิคม นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ต่างก็ถูกชี้มูลความผิด รอขั้นตอนการถอดถอนเหมือนกันและคิวต่อไปก็คือนายกฯหากถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด

การที่นายสุรชัยพยายามที่จะให้มีการเปิดประชุมวุฒิสภาเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ รวมถึงการแต่งตั้ง น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นกรรมการ ป.ป.ช. จึงถูกสกัดกั้นทุกรูปแบบ เพราะรัฐบาลไม่ยอมออกพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมวุฒิสภาได้

เหตุผลก็คือไม่มีกฎหมายรองรับ

ทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามานี้ต้องยอมรับว่าเป็นการชิงไหวชิงพริบทางการเมืองในทุกรูปแบบด้วยการหยิบข้อกฎหมายมาหักล้างกัน

แต่เชื่อเถอะว่า ภายในเดือน พ.ค.ทุกอย่างคงจะลงเอยกันได้.

 

"สายล่อฟ้า"

25 เม.ย. 2557 14:04 ไทยรัฐ