วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จุดจบของงูเห่า

มนุษย์สมัยโบราณ ยังไม่มีเครื่องบันเทิงใจ ไม่มีแสงไฟอร่ามยามกลางคืน ยังไม่มีทีวีดู หลังอาหารมื้อค่ำ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ก็มักมานั่งล้อมวงรอบแสงไฟริบหรี่ เล่านิทานให้ลูกหลานฟัง

อาจารย์เปลื้อง ณ นคร ปรารภไว้ใน “ประวัตินิทานอีสป” (นิทานอีสป นายตำรา ณ เมืองใต้ สำนักพิมพ์รวมสาส์น พ.ศ.2542) ว่าในหนังสืออ่านชั้นประถม ชั่วโมงจรรยา ราว พ.ศ.2460 เวลาผ่านไป 60 ปี ท่านลืมเรื่องอื่นๆที่ครูสอน

จำได้สองเรื่อง ราชสีห์กับหนู กับ เรื่องกบเลือกนาย

กบเลือกนาย อีสปเล่าให้ชาวเอเธนส์ฟัง ตอนที่ชาวเมืองกำลังจะขับไล่ เปซิสตราตุส ออกจากตำแหน่งเจ้าเมือง เพราะเห็นว่าเขาปกครองอย่างกดขี่ ใช้แต่อำนาจ ขาดความยุติธรรม

นิทานอีสป ซ่อนคติธรรมไว้ โดยคนฟังไม่ค่อยรู้สึก แต่มันตกลงไปในจิตใต้สำนึก เมื่อใดมีเหตุการณ์ที่คล้ายๆ ก็มักรำลึกขึ้นได้ อย่างเรื่อง ชาวนากับงูเห่า...ที่เด็กรุ่นผมอ่าน ตอนเรียนชั้น ป.เตรียม พ.ศ.2496

เรื่องจบลงตรง...ชาวนาถูกงูเห่ากัดตาย...

แต่ถ้าอ่าน จากนิทานปิลเป นิทานซ้อนนิทาน ที่พราหมณ์ปุโรหิต เล่าถวายพระเจ้าทัพศลิม มหาราช เรื่องราวยาวกว่า สนุก สะใจกว่า

ชายคนหนึ่งขี่อูฐไปพักแรมที่ป่าละเมาะ ซึ่งมีกองไฟที่คณะเดินทางชุดเก่าก่อทิ้งไว้ ครั้นลมพัดเปลวไฟปลิวไปติดกอไม้แห้งลุกลาม งูเห่าตัวหนึ่งขดตัวอยู่ในพุ่มไม้ หนีออกมาไม่ได้ร้องให้ช่วย

คนเดินทางใจดี เอาย่ามผูกติดปลายไม้ ยื่นเข้าไปให้งูเห่าเลื้อยเข้าย่าม ช่วยงูเห่าออกมาได้ ก่อนเดินทางต่อ คนเดินทางขอให้งูเห่าตอบแทนคุณ ด้วยการไม่กัดคนอื่น

“วิสัยงูเห่าต้องกัด” งูเห่าบอก “ก่อนที่เราจะจากท่านไป เราจะกัดท่านและอูฐของท่าน ฝากพิษไว้เป็นการตอบแทน”

“เจ้าสัตว์อกตัญญู” คนเดินทางด่า “เราใคร่จะถาม เป็นการควรแค่ไหน ที่จะตอบแทนความดีด้วยความชั่ว”

“เป็นการสมควร” งูเห่าตอบ “การตอบแทนความดีด้วยความชั่ว มนุษย์ได้กระทำอยู่ทุกวัน”

คนขอให้พิสูจน์ งูเห่าพาไปหาวัวตัวหนึ่งที่กินหญ้าอยู่ใกล้ๆ วัวเล่าว่า

“ปีหนึ่งข้าตกลูกให้เขาตัวหนึ่ง ให้น้ำนมแก่เขากับลูกๆทุกวัน บัดนี้ข้าอายุมาก ทำอะไรไม่ได้ มนุษย์ก็ปล่อยให้ข้าหาหญ้ากินเอง เขายังตั้งใจ ถ้าข้าอ้วนอีกหน่อย จะเอาไปให้คนฆ่าวัวเชือด”

คนเดินทางยังไม่ปักใจเชื่อ งูเห่าก็พาเขาไปถามต้นไม้ ต้นไม้ร่ายยาวระบายความในใจ

“ข้าให้ร่มเงากับคนเดินทางพักกำบังแดด ให้ผลไม้เขากิน ให้น้ำผลไม้เขาดื่ม คนไม่เคยนึกถึงบุญ ตัดเอากิ่งและลำต้นไปทำกระดาน ทำด้ามมีดขวาน ตัวเราถูกเลื่อยเอาไปทำเรือ อย่างนี้หรือที่มนุษย์เรียกว่า การตอบแทนความดี”

คนเดินทางกำลังจนแต้ม ยอมให้งูเห่ากัด พอดีหมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเดินผ่านมา ทั้งคนและงูเห่า ขอให้มันช่วยเป็นพยาน...ปากสุดท้าย

หมาจิ้งจอกขอฟังเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วก็ทัก ยังข้องใจ ตัวงูเห่าใหญ่โต จะเข้าไปในถุงย่ามใบเล็กๆคนเดินทางได้อย่างไร ขอให้งูเห่าทดลองเลื้อยเข้าถุงย่ามอีกสักครั้ง

เมื่องูเห่าเลื้อยเข้าในถุง หมาจิ้งจอกก็บอกกับคนเดินทางว่า บัดนี้ศัตรูเจ้าอยู่ในกำมือแล้ว คนเดินทางก็เอาเชือกผูกปากถุงจนแน่น แล้วก็เอาหินก้อนใหญ่ทุบงูเห่าตาย

นิทานเรื่องคนเดินทางกับงูเห่า ฉบับปิลเป จบลงอย่างความชั่วแพ้ความดี...ฟังแล้วปลื้มกว่าจบแบบชาวนาถูกงูเห่ากัดตาย...แยะเลย

ผู้คนสมัยนี้ ว่ากันว่า มีความกตัญญูรู้คุณน้อยลง ไม่กตัญญรู้คุณผู้ใหญ่ เนรคุณได้กระทั่งแผ่นดินเกิด เพราะโตมากับการอยู่หน้าจอทีวี จดจ่อแต่รายการไร้สาระ...

เพราะไม่ค่อยได้ฟังนิทานดีๆ จากพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เหมือนเด็กสมัยก่อน

นี่! ทีวี ก็กำลังจะมีมากขึ้น จากเดิมมีเป็นร้อยช่อง ดูกันไม่หวาดไม่ไหว ยังเพิ่มทีวีคมชัดแบบใหม่อีก 24 ช่อง เด็กๆรุ่นต่อไป เติบโตเป็นผู้ใหญ่แบบไหน เป็นชาวนาตายเพราะงูเห่า หรือเป็นงูเห่าตายเพราะคนเดินทาง...ก็ยังไม่รู้.

 

กิเลน ประลองเชิง

25 เม.ย. 2557 13:44 ไทยรัฐ