วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อยากเป็นอัศวินต้องวางมาดเหมือนอัศวิน

อัศวินนักฝันผู้ยิ่งใหญ่ของสเปน “ดอนกิโฆเต้” ตัวละครเอกในวรรณกรรมคลาสสิกระดับตำนานโลก เคยกล่าวไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อนว่า ถ้าคุณอยากเป็นอัศวิน ก็ต้องวางมาดเหมือนอัศวิน!! มันไม่ใช่เรื่องของการสร้างภาพหลอกคนไปวันๆ แต่ในเมื่อเราอยากเป็นอะไร ก็ต้องแสดงออกเพื่อให้คนจดจำเราในแบบนั้นด้วย ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตาทำงานเงียบๆ สุดท้ายก็โดนตาอยู่คาบผลงานไปเอาหน้า

“เซ็ธ โกดิน” นักการตลาดและนักพูดคิวทองของอเมริกา นำเสนอความจริงว่า คนที่จะประสบความสำเร็จก้าวขึ้นเป็นผู้นำในองค์กร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่ง ความฉลาด และการทุ่มเททำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่ยุคสมัยนี้ใครจะชนะหรือแพ้ ยังแข่งกันที่เรื่อง “ทัศนคติ” เป็นหลัก คือทำอย่างไรจึงจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่ประทับใจและน่าจดจำในองค์กร

ขณะที่เจ้าทฤษฎีการบริหารทรัพยากรบุคคลภายในองค์กร ซึ่งทรงอิทธิพลทางความคิดที่สุดในยุคนี้ “ศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ เฟฟเฟอร์” แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ฟันธงว่า คนเก่งที่สุดอาจไม่ใช่คนที่ถูกเลือกให้เป็นผู้บริหารในองค์กร!! เพราะยุคนี้เป็นยุคของการสร้างภาพมากกว่าจะสนใจแก่นแท้ลึกๆข้างใน ตามทฤษฎีแล้ว “การสร้างภาพเสมือนว่าเก่ง” มีความสำคัญต่อความก้าวหน้าด้านอาชีพการงานมากกว่า “การเป็นคนเก่งจริงๆ” คือทำงานไม่เก่ง แต่เจ๊าะแจ๊ะเข้าผู้ใหญ่เก่ง มีโอกาสได้เลื่อนขั้นเร็วกว่าพวกปิด ทองหลังพระก้มหน้าก้มตาทำงานเงียบๆ เก่งอย่างเดียวแต่ไม่อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ก็หมดสิทธิ์แจ้งเกิด!!

ทฤษฎีนี้ไม่ได้จะให้ท้ายคนประจบสอพลอ ชอบใช้ปากทำงาน!! เพราะถึงแม้จะไต่เต้าขึ้นมาได้ด้วยการเลียแข้งเลียขาเจ้านาย แต่สุดท้ายแล้วข้างในกลวงโบ๋เบ๋ก็ต้องโดนกระชากหน้ากากอยู่ดี คงไม่มีองค์กรไหนในโลกที่จะเจริญรุดหน้าไปได้ ถ้ามีแต่พนักงานหัวกลวงทำงานไม่เป็น ถนัดแต่รับคำสั่งคะขาอย่างเดียว

คนเก่งจำนวนมากอาจเถียงขาดใจว่า ฉันเก่งกว่าตั้งเยอะ แต่ทำไมไม่ได้รับการโปรโมตเป็นหัวหน้า ตามทฤษฎีการวิเคราะห์ของ “ซินเธีย ชาพิโร” ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสรรทรัพยากรบุคคล อธิบายว่า จริงอยู่ว่าพนักงานที่เก่งและมีทักษะสูงอาจเป็นทรัพยากรมีค่าขององค์กร แต่ขณะเดียวกัน ก็ถูกมองจากผู้บริหารว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถไว้วางใจได้ เนื่องจากคนเก่งมักมีคนจ้องซื้อตัว!! ตรงกันข้ามกับพนักงานเก่าแก่ที่อยู่กับบริษัทมานาน ซึ่งมีความภักดีต่อองค์กรสูง แม้จะทำงานไม่เก่ง และขาดไอเดียสร้างสรรค์ แต่เจ้าของบริษัทกลับสบายใจกว่าที่จะยกตำแหน่งสำคัญในองค์กรให้ลูกหม้อเหล่านี้ เพราะมั่นใจว่าจะไม่ทิ้งไปไหน และสามารถสั่งซ้ายหันขวาหันได้ตามต้องการ สำคัญเหนืออื่นใดต้องเป็นลูกหม้อที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ เสมอต้นเสมอปลาย และมีบทบาทเป็นที่รู้จักพอสมควร ไม่ใช่พวกเช้าชามเย็นชาม

อย่างไรก็ดี ปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จหรือความล้มเหลวของลูกหม้อผู้ภักดีคือ ทำยังไงถึงจะมีลูกน้องเก่งๆมาช่วยสร้างผลงาน และทำยังไงถึงจะมัดใจคนเก่งให้ทุ่มเททำงานเพื่อองค์กรจริงๆ อันนี้เป็นโจทย์ใหญ่ต้องตีให้แตกและอ่านให้ขาด ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ.

 

มิสแซฟไฟร์

25 เม.ย. 2557 13:35 25 เม.ย. 2557 13:35 ไทยรัฐ